บทที่ 5 เกลียวคลื่นแห่งตัณหา nc
เพียงไม่กี่วันต่อมา…ทุกอย่างรอบตัวก็เริ่มเปลี่ยนไป หวางเอี่ยนที่ได้สติกลับคืนมาเริ่มพยายามตีตัวออกห่าง ท่าทางของเขากลับมาเงียบขรึมและเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หญิงสาวมองปราดเดียวก็รู้ทะลุปรุโปร่ง…เขากำลังรู้สึกผิดและหวาดกลัว ทว่า ยิ่งเขาพยายามจะหนี เธอกลับยิ่งรู้สึกท้าทายและต้องการเขาหนักกว่าเดิม… ยิ่งเขาหลบหน้า เธอยิ่งตามไล่ต้อน ยิ่งเขาเงียบงัน เธอก็ยิ่งงัดทุกมารยาออกมายั่วยวนเขาไม่รู้จักจบสิ้น การได้เห็นผู้ชายที่มีศีลธรรมสูงส่งต้องทุรนทุรายเพราะตัณหา มันช่างเป็นความบันเทิงชั้นยอดของคุณหนูตระกูลหรูเสียจริง
และในมุมมืดของระเบียงกว้างบนชั้นสองที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเลตงไห่ในยามดึก…มีเงาของชายคนหนึ่งบนรถเข็นไฟฟ้าเลื่อนมาหยุดนิ่งอยู่เงียบ ๆ อย่างไร้สุ้มเสียง ดวงตาคมกริบของจ้านรุ่ยหมิง จ้องเขม็งลงไปยังลานด้านล่าง จุดที่ทั้งสองคนเคยแนบชิดอิงแอบกันในยามค่ำคืนที่ร่วมรักกันอย่างเย้ยฟ้าท้าดิน เขานั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมาแม้แต่ครึ่งคำ…เพียงแค่มองดูภาพความโสมมนั้นอย่างเงียบเชียบ
เขามองภาพการทรยศของคู่หมั้นและเพื่อนสนิทควบตำแหน่งเลขาด้วยสายตาที่ลึกล้ำจนไม่มีใครสามารถอ่านออกได้ว่าเขากำลังรู้สึกเช่นไร แต่ที่แน่ๆ ริมฝีปากหยักลึกนั้นเหยียดยิ้ม…มันดูเย้ยหยัน ดูแคลน และเต็มไปด้วยความสมเพชอย่างถึงที่สุด เสียงคลื่นที่สาดซัดกระทบฝั่งยังคงดังแว่วเข้ามากระทบโสตประสาท ราวกับเป็นจังหวะของหัวใจที่กำลังเต้นเร่งเร้าของใครบางคน… เกมกระดานนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และพวกมดปลวกที่กำลังหลงระเริงอยู่ในไฟราคะ จะไม่มีวันรู้ตัวเลยว่า พวกมันกำลังเดินลงสู่หลุมพรางที่เขาขุดเอาไว้อย่างเลือดเย็น
ภายใต้ร่มเงาของรัตติกาลที่ทอดตัวปกคลุมผืนทราย หาดส่วนตัวของวิลล่าย่างตงไห่ถูกอาบไล้ด้วยแสงจันทร์สีเงินยวงที่สะท้อนเกลียวคลื่นเป็นประกายระยิบระยับ ทว่าความงดงามของธรรมชาติกลับไม่อาจดับความรุ่มร้อนในใจของคนสองคนที่กำลังเดินเคียงคู่กันอย่างเงียบงันได้เลย ร่างระหงของหรูชิงเว่ยอยู่ในชุดเดรสยาวสายเดี่ยวผ้าชีฟองเนื้อบางเบาสีงาช้าง ชายกระโปรงพลิ้วไหวไปตามแรงลมทะเลที่พัดมาปะทะ กางเกงชั้นในลูกไม้ตัวจิ๋วที่ซ่อนอยู่เบื้องล่างแทบจะไร้ประโยชน์ เมื่อเนื้อผ้าด้านนอกแนบลู่ไปกับสัดส่วนโค้งเว้า
เท้าที่เปลือยเปล่าเหยียบย่ำลงบนผืนทรายชื้นแฉะอย่างเงียบกริบ ทิ้งรอยเท้าเอาไว้เพียงชั่วครู่ก่อนจะถูกเกลียวคลื่นซัดสาดจนเลือนหายไป คนที่เดินเคียงข้างเธอคือชายหนุ่มผู้ที่หัวใจกำลังถูกพันธนาการด้วยกรงขังแห่งศีลธรรมและตัณหา… หวางเอี่ยน เลขาคนสนิทของจ้านรุ่ยหมิง ผู้ชายที่เคยสาบานด้วยเกียรติว่าจะไม่มีวันทรยศต่อเจ้านาย ทว่าบัดนี้ เขากลับไม่อาจละสายตาจากเรือนร่างเย้ายวนที่เดินอยู่เคียงข้างได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
“คุณกำลังพยายามหนีหน้าฉัน… หวางเอี่ยน” เสียงหวานละมุนเอ่ยทำลายความเงียบ มันเบาหวิวราวกับขนนกที่กรีดลงบนหัวใจ แต่กลับบาดลึกจนคนฟังสะดุ้ง
หวางเอี่ยนหยุดเดิน เขาไม่กล้าหันไปมองใบหน้าสวยงามที่กำลังถูกแสงจันทร์อาบไล้ สันกรามคมบดเข้าหากันแน่นจนนูนเป็นสัน
“ผมไม่ได้หนี… ผมแค่ทำตามหน้าที่ของผม คุณหรู คุณเองก็มีสถานะที่ชัดเจนอยู่แล้ว เราไม่ควร…”
“ไม่ควรทำเรื่องเลยเถิดงั้นสิ?” ชิงเว่ยแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความหยามหยันและเย้ายวนในคราวเดียวกัน เธอเดินอ้อมมาหยุดยืนขวางหน้าเขา ร่างบางเบียดชิดจนหน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจแทบจะเสียดสีกับแผงอกกว้างของชายหนุ่ม
“แต่คุณก็รู้ดีแก่ใจ ว่ามันเลยเส้นนั้นมาไกลแค่ไหนแล้ว”
“คุณหรู… ได้โปรด…” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า เจือปนไปด้วยความเจ็บปวดและโหยหาอย่างปิดไม่มิด
“เรียกฉันว่าชิงเว่ยสิคะ เอี่ยน…” หญิงสาวกระซิบชิดริมฝีปาก เธอช้อนสายตาที่เปี่ยมไปด้วยมนต์สะกดขึ้นมองเขา
“คุณยอมรับมาเถอะว่าคุณเองก็โหยหาสัมผัสของฉัน ไม่ต่างจากที่ฉัน
ต้องการคุณ… หรือคุณจะเป็นแค่สุนัขรับใช้ที่ซื่อสัตย์ของจ้านรุ่ยหมิง ผู้ชายพิการที่ไม่มีปัญญาแม้แต่จะให้ความสุขกับผู้หญิงของตัวเอง?”
คำพูดนั้นจี้ใจดำและกระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนของบุรุษเพศได้อย่างชะงัด หวางเอี่ยนเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยไฟแห่งความปรารถนาที่ถูกสุมจนได้ที่ ความโกรธที่เธอหมิ่นประมาทความเป็นชายของเขา ผสมปนเปกับความหิวกระหายในเรือนร่างตรงหน้าจนแยกไม่ออก
“คุณมีเจ้าของแล้ว และเขาเป็นทั้งเพื่อนทั้งเจ้านายของผม!” เขาพยายามเค้นเสียงเตือนสติตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย
“งั้นก็แปลว่าฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะมีความรู้สึก? ไม่มีสิทธิ์ได้รับความสุขงั้นหรือ?”
ชิงเว่ยไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เธอเขย่งปลายเท้าขึ้น วางสองมือทาบลงบนท้ายทอยของเขาแล้วรั้งใบหน้าหล่อเหลาให้โน้มลงมาหา
“คุณอยากให้ฉันลืมคืนนั้นจริง ๆ เหรอ… คืนที่คุณครางชื่อฉันไม่หยุด”
สิ้นคำยั่วยุ ฟางเส้นสุดท้ายของหวางเอี่ยนก็ขาดผึง ชายหนุ่มตวัดวงแขนแกร่งโอบรัดเอวคอดกิ่วของหญิงสาวเข้ามากระแทกกับลำตัวอย่างแรง จนชิงเว่ยเผลออุทานออกมาเบาๆ ทว่าเสียงนั้นกลับถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาฉกวูบลงมาบดขยี้ริมฝีปากสีสดของเธออย่างตะกรุมตะกรามและหิวกระหาย จูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันราวกับพายุทอร์นาโดที่กวาดล้างทุกสิ่ง เรียวลิ้นสอดแทรกเข้าไปควานหาความหอมหวานในโพรงปาก ตวัดรัดเกี่ยวพันอย่างเร่าร้อนจนร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งตัว
