ชู้รักมาดามหรู่ [อีโรติก]

42.0K · จบแล้ว
มนต์ศิขริน
27
บท
471
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เมื่อการแต่งงานเพื่อธุรกิจนำมาซึ่งความทรยศหยามเกียรติ พญาราชสีห์ที่แสร้งบาดเจ็บจึงพร้อมจะขย้ำเหยื่อให้จมเขี้ยว!หรูชิงเว่ย คุณหนูผู้เย่อหยิ่งและหิวโหยในรสสวาท ถูกจับคลุมถุงชนกับ จ้านรุ่ยหมิง ประธานหนุ่มแห่งจ้านกรุ๊ปที่ต้องนั่งรถเข็น เธอรังเกียจสามีที่คิดว่าไร้น้ำยา จึงตั้งใจหยามเกียรติเขาด้วยการลักลอบเป็นชู้กับเลขาคนสนิทของเขาอย่างเย้ยฟ้าท้าดิน แต่เธอหารู้ไม่ว่า ชายพิการที่เธอตราหน้า แท้จริงคือพญาราชสีห์ที่แสร้งทำตัวอ่อนแอ สองขาของเขายังคงแข็งแกร่ง และเขากำลังทอดมองพวกคนทรยศเดินลงสู่หลุมพรางที่ขุดไว้อย่างเลือดเย็น! ในขณะที่เกมชิงไหวชิงพริบเพื่อกวาดล้างคนทรยศกำลังดุเดือด ซูซาน หญิงสาวผู้เป็นดั่ง 'ยาถอนพิษ' ในคืนฝนพรำเมื่อ 5 ปีก่อนก็ได้หวนกลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง... พร้อมกับ 'ลูกแฝด' ที่เก็บซ่อนไว้ บทสรุปของชู้รักที่กล้ากระตุกหนวดเสือ และการตามทวงคืนหัวใจของประธานจ้านผู้คลั่งรัก จะจบลงเช่นไร?

นิยายรักโรแมนติกประธานเศรษฐีมาเฟียเผด็จการรักดราม่าเจ้าเล่ห์เย่อหยิ่งบุคลิกภาพหลายแบบ

บทที่ 1: เจ้าสาวผู้หิวโหย nc

ในยุคสมัยที่เงินตราคือพระเจ้าและอำนาจคือสิ่งเดียวที่การันตีความอยู่รอด การแข่งขันทางธุรกิจภายในตระกูลจ้านนั้นดุเดือดไม่ต่างจากสมรภูมิรบที่ไร้ควันปืน ท่ามกลางตึกระฟ้าที่ตั้งตระหง่านกลางใจเมืองหลวง ห้องประชุมบอร์ดบริหารชั้นบนสุดของ ‘จ้านกรุ๊ป’ มักจะอบอวลไปด้วยรังสีอำมหิตที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มจอมปลอมและชุดสูทราคาแพงเสมอ

จ้านรุ่ยหมิง ประธานบริหารหนุ่มวัยสามสิบสองปี นั่งนิ่งอยู่บนรถเข็นไฟฟ้าคันหรูที่ถูกสั่งทำพิเศษ นัยน์ตาคมกริบราวกับพญาอินทรีทอดมองตัวเลขผลประกอบการบนจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ด้วยใบหน้าที่ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนพนักวางแขนเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าทุกครั้งที่ปลายนิ้วนั้นกระทบลงไป มันกลับสร้างความกดดันให้แก่เหล่าผู้บริหารที่นั่งล้อมโต๊ะจนแทบจะหยุดหายใจ

“ผลกำไรไตรมาสนี้ตกลงไปสองเปอร์เซ็นต์ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ฝั่งตะวันออก” น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันในห้องประชุม “ใครจะรับผิดชอบ?”

สายตาหลายคู่ลอบมองหน้ากันอย่างหวาดหวั่น ไม่มีใครกล้าสบตากับชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนรถเข็น แม้ว่าเขาจะสูญเสียความสามารถในการเดินไปแล้ว แต่ความเฉียบขาดและความฉลาดหลักแหลมในการบริหารงานของเขากลับเพิ่มพูนขึ้นจนน่ากลัว ความ

เย็นชาที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขานั้นมากพอที่จะทำให้คนที่คิดจะเลื่อยขาเก้าอี้ต้องหนาวสั่น “โธ่ รุ่ยหมิง” เสียงยียวนของ จ้านอี้หลง น้องชายต่างมารดาดังขึ้นจากอีกฟากของโต๊ะ ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาติดจะเจ้าเล่ห์ยิ้มมุมปาก “นายก็อย่ากดดันพวกผู้บริหารนักเลย สุขภาพนายยิ่งไม่ค่อยดีอยู่ นั่งรถเข็นทำงานหนักๆ ระวังเส้นเลือดในสมองจะแตกเอาได้นะ ปล่อยวางให้คนที่มีความพร้อมทาง ‘ร่างกาย’ มากกว่าเข้ามาช่วยดูแลบ้างเถอะ”

คำพูดที่แฝงไปด้วยความดูถูกและเจตนาแย่งชิงอำนาจอย่างโจ่งแจ้งนั้น ไม่ได้ทำให้หัวคิ้วของรุ่ยหมิงขมวดเข้าหากันแม้แต่น้อย เขายังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ “ความพร้อมทางร่างกาย ไม่ได้ แต่สมองฉันยังไม่ตายมันจึงไม่เป็นอุปสรรค์ในการทำงาน เพราะฉันไม่จำเป็นต้องใช้ร่างกายไปแบกหามนะ อี้หลง” รุ่ยหมิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเชือดเฉือนลึกถึงกระดูก

“และถ้าสมองของนายมีความพร้อมสักครึ่งหนึ่งของฉัน โครงการที่นายรับผิดชอบอยู่คงไม่ขาดทุนย่อยยับจนต้องให้ฉันตามเช็ดตามล้างแบบนี้” สิ้นคำพูดนั้น ใบหน้าของอี้หลงก็เจื่อนลงทันที บรรยากาศในห้องประชุมยิ่งทวีความตึงเครียด ไม่มีใครกล้าสอดปากเข้ามายุ่งกับสงครามประสาทของสายเลือดตระกูลจ้านนอกจากรอฟังคำสั่งจากเจาเท่านั้น

การเป็นผู้นำตระกูลจ้านในสภาพที่ต้องนั่งรถเข็น ทำให้รุ่ยหมิงตกเป็นเป้าสายตาและเป็นที่ดูแคลนของบรรดาญาติพี่น้องอยู่ตลอดเวลา ทุกคนต่างจ้องมองเขาประหนึ่งหมาป่าที่รอคอยให้จ่าฝูงที่บาดเจ็บล้มลง เพื่อที่จะได้รุมทึ้งแย่งชิงอำนาจและตำแหน่งประธานบริษัท โดยเฉพาะเรื่องของ ‘คู่ครอง’ ที่มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นถกเถียงและโจมตีอยู่เสมอ พวกเขาอ้างว่าผู้นำตระกูลที่ไร้ทายาทและไม่สามารถสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ได้ ไม่สมควรที่จะกุมบังเหียนของจ้านกรุ๊ปต่อไป

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของหมากกระดานใหม่ที่ ฮูหยินผู้เฒ่า ย่าแท้ๆ ของรุ่ยหมิงเป็นคนวางเอาไว้ เพื่ออุดปากพวกญาติพี่น้องที่คอยจะหาเรื่องโค่นอำนาจหลานชายคนโปรด ฮูหยินผู้เฒ่าจึงได้จัดการหาหญิงสาวที่เพียบพร้อมมาเป็นสะใภ้ โดยหวังว่าการแต่งงานครั้งนี้จะช่วยเสริมความมั่นคงและลบข้อครหาเรื่องการสร้างครอบครัวของรุ่ยหมิงลงได้

รุ่ยหมิงไม่ได้ตอบตกลง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากคัดค้าน สำหรับเขาแล้ว ผู้หญิงที่จะเข้ามาอยู่ในฐานะ ‘ภรรยา’ ก็เป็นเพียงแค่ตัวหมากตัวหนึ่งบนกระดานธุรกิจ ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร มาจากไหน ก็ไม่อาจสร้างผลกระทบต่อแผนการใหญ่ในชีวิตของเขาได้ หากการยอมหมั้นหมายและแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือกให้ จะช่วยให้ฮูหยินผู้เฒ่ามีความสุข และทำให้พวกปลิงที่คอยสูบเลือดตระกูลหมดข้ออ้างในการโจมตี เขาเองก็ยินดีที่จะเล่นตามน้ำไป

ผู้หญิงคนนั้นคือ หรูชิงเว่ย คุณหนูจากตระกูลหรู หญิงสาวถูกส่งตัวเข้ามาอาศัยอยู่ใน

‘วิลล่าย่างตงไห่’ คฤหาสน์หรูริมทะเลที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของรุ่ยหมิงตั้งแต่เริ่มพิธีหมั้นหมาย ฮูหยินผู้เฒ่าให้เหตุผลว่าต้องการให้ทั้งสองได้ทำความคุ้นเคยกันและให้ชิงเว่ยมาช่วยดูแลรุ่ยหมิง เพราะปกติแล้วที่วิลล่าแห่งนี้จะมีเพียงชายหนุ่ม เลขาคนสนิท และแม่บ้านอีกเพียงห้าคนเท่านั้นที่อาศัยอยู่

แต่ฮูหยินผู้เฒ่าคงไม่เคยรู้เลยว่า ภายใต้ภาพลักษณ์คุณหนูผู้สูงศักดิ์ หรูชิงเว่ยซุกซ่อนตัวตนที่แท้จริงเอาไว้อย่างมิดชิด แม้ตระกูลหรูจะร่ำรวยและมีหน้ามีตา แต่พื้นเพเดิมของพวกเขามาจากชนบท ชิงเว่ยเติบโตมาจากการถูกเลี้ยงดูแบบตามใจขั้นสุด บิดามารดาประเคนทุกอย่างให้เธอราวกับเจ้าหญิง จนกระทั่งอายุครบสิบห้าปี เธอถูกส่งตัวไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ และที่นั่นเองที่นกน้อยในกรงทองได้โบยบินออกสู่โลกกว้าง ชีวิตของคุณหนูชนบทเริ่มหลุดกรอบประเพณีอันเคร่งครัดของตะวันออก