บทที่ 3 เปลวไฟใต้เงามืด
หวางเอี่ยน เลขาหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวสะอาด และมีท่าทางเงียบขรึม รีบโค้งศีรษะให้ชิงเว่ยตามมารยาท “ขอตัวก่อนนะครับ คุณหรู”
ก่อนที่เขาจะรีบหมุนตัวเดินตามเจ้านายหนุ่มออกไป ชิงเว่ยยืนนิ่งอยู่กลางห้องอาหาร มองตามแผ่นหลังกว้างของหวางเอี่ยนสลับกับทิศทางที่รถเข็นของรุ่ยหมิงหายไป สายตาของเธอหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ความหงุดหงิดจากการถูกหยามศักดิ์ศรีผสมปนเปกับความหิวโหยในรสสวาทที่ถูกกักเก็บมานานนับตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่
ในเมื่อเป้าหมายหลักอย่างจ้านรุ่ยหมิงเป็นก้อนน้ำแข็งที่ยากจะหลอมละลาย เธอคงต้องหา ‘ของเล่น’ ชิ้นใหม่มาช่วยคลายความเหงาและเพื่อเป็นการตบหน้าผู้ชายอวดดีคนนั้นไปในตัว และเป้าหมายที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด ดูเหมือนจะไม่ได้อยู่ไกลเกินเอื้อมเลยสักนิด รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นบนมุมปากสีสดของคุณหนูตระกูลหรู เมื่อภาพใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงความประหม่าของเลขาหนุ่มผุดขึ้นมาในหัว
หรูชิงเว่ยทรุดตัวลงบนเตียงกว้างในห้องพักชั้นบนของวิลล่าหรู ตรงริมหน้าต่างที่มองเห็นท้องทะเลเบื้องล่าง มองเกลียวคลื่นสาดซัดเข้าฝั่ง…เพื่อหวังให้ธรรมชาตดับความร้อนรุ่มในกายให้ดับลง แสงแดดยามสายทอดผ่านผ้าม่านผืนบาง เงาของมันลูบไล้ร่างในชุดนอนผ้าซาตินบางเบาสีแดงที่แนบเนื้อจนแทบมองเห็นผิวเนียนละเอียดใต้ร่มผ้าของคุณหนูผู้หิวโหยในไฟสวาท
“ไอ้คนบ้า...” เธอพึมพำเบา ๆ ด้วยริมฝีปากที่ยังระเรื่อจากความโกรธปนปรารถนา ตั้งแต่เขาพูดจาถากถางและขับไล่ไสส่งเธอให้ออกห่างเมื่อเช้า หัวใจของเธอก็ทั้งเดือดดาลและวูบวาบอย่างบอกไม่ถูก ผู้ชายคนนั้น…จ้านรุ่ยหมิง…ไม่เคยแตะต้องเธอเลยแม้แต่ปลายนิ้ว ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาเหยียบในบ้านหลังนี้ ทั้งที่ในอดีตที่ผ่านมา มีผู้ชายกี่คนกันที่เธอสามารถปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนของพวกเขาได้เพียงแค่ปลายหางตาและรอยยิ้มบางเบา
หรูชิงเว่ยเม้มปากแน่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินเปลือยเท้าไปยังหน้ากระจกบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่มุมห้อง เธอจงใจปล่อยผมยาวสลวยให้ตกลงมาเคลียตามลาดไหล่เนียน มองสำรวจตัวเองในเงาสะท้อนอย่างพินิจพิเคราะห์ ชุดนอนบางเบาแนบเนื้อรั้งอยู่ที่สะโพกผาย ขอบลูกไม้ตรงอกเผยให้เห็นเนินเนื้อเต่งตึงอวบอิ่มที่แม้แต่แสงอาทิตย์ยามสายยังต้องพ่ายแพ้ให้กับความผ่องอำไพ เรือนร่างของเธอสมบูรณ์
แบบไร้ที่ติ เย้ายวนจนสตรีด้วยกันยังต้องอิจฉา แล้วผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีในนามอย่างเขาจะทนทานไปได้สักกี่น้ำ ‘เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูน…สักวันเขาต้องสั่นไหว’ หญิงสาวบอกกับตัวเองในกระจก แววตามาดมั่นประกายวาววับ เธอจะไม่ยอมแพ้แค่นี้เด็ดขาด
“คุณผู้หญิงคะ มีอาหารว่างกับชาสมุนไพรที่คุณชอบมาเสิร์ฟค่ะ” เสียงของแม่บ้านคนสนิทดังขึ้นเบาๆ ที่หน้าประตูห้อง
“วางไว้เลยจ้ะป้าหลิน ฉันจะอาบน้ำก่อน” เธอตอบกลับไปอย่างปัดรำคาญ ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าห้องน้ำไป หญิงสาวใช้เวลาต่อมาในการปล่อยตัวปล่อยใจแช่กายลงในอ่างน้ำขนาดใหญ่ กลีบดอกกุหลาบสีแดงสดลอยเคล้ากับไอน้ำอุ่นที่ลอยกรุ่น กลิ่นหอมอ่อนหวานของลาเวนเดอร์และไวท์มัสก์ช่วยลูบไล้ความเหนื่อยล้าและความหงุดหงิดของเธอให้ออกไป ทว่า…พร้อมกับความผ่อนคลาย ภาพใบหน้าคมคายแต่เย็นชาของผู้ชายคนนั้น ที่ยังคงไม่ยอมแสดงความรู้สึกใดใด ก็กลับลอยเข้ามาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทำไมเขาถึงตายด้านขนาดนั้น? สายตาที่มองมาที่เธอไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความปรารถนา “หรือว่าเขา…จะมีใครอยู่ในใจแล้ว?” ความคิดนี้แล่นผ่านเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว แล้วคำตอบที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดในบ้านที่เงียบเหงาหลังนี้ก็ผุดขึ้นมาทันที “เลขาหวางเอี่ยน….จะบ้าเหรอ เลขาหวางเป็นผู้ชาย” เธอส่ายหน้าไล่ความคิดบ้าๆ นั้นออกไป
แต่ภาพของเลขาหนุ่มร่างสูง ผิวขาวสะอาด และมีท่าทางเงียบขรึม กลับปรากฏขึ้นมาแทนที่ ชายหนุ่มคนนั้นแฝงไว้ด้วยอะไรบางอย่างที่เธอเคยรู้สึกคุ้นเคย สายตาของหวางเอี่ยนในวันนั้น…ในยามที่จ้านรุ่ยหมิงใช้คำพูดผลักไสเธอ…มันวูบไหวอยู่เพียงเสี้ยววินาที เป็นความสั่นคลอนที่คนทั่วไปอาจมองไม่เห็น แต่สำหรับนักล่าแต้มอย่างเธอ... เธอไม่ลืม แววตาของหวางเอี่ยนที่มีความประหม่า มีความขัดเขิน และที่สำคัญ…มีความปรารถนาที่ถูกเก็บกดเอาไว้อย่างมิดชิด
เมื่อคิดได้ดังนั้น มุมปากของชิงเว่ยก็ยกขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ หากกำแพงน้ำแข็งของจ้านรุ่ยหมิงมันหนาและสูงชันนัก เธอก็จะเริ่มจากรอยร้าวเล็กๆ ที่อยู่ข้างกายเขาก่อนนี่แหละ เช้าวันรุ่งขึ้น หรูชิงเว่ยแต่งตัวเสร็จอย่างรวดเร็วกว่าปกติ เธอปรากฏตัวในชุดเดรสไหมสีครีมเรียบหรู ทว่าจงใจเจาะคอวีลึกตรงอก เผยเนินเนื้อขาวผ่องอวดสายตาผู้พบเห็นอย่างจงใจ กลิ่นหอมจากฝรั่งเศสราคาแพงแผ่กระจายไปทั่วทุกยามที่เธอก้าวผ่านโถงบ้าน เพื่อเดินนวดนาดลงไปยังชั้นล่าง
ที่ห้องอาหาร เสียงล้อรถไฟฟ้าของผู้เป็นเจ้าของบ้านเลื่อนอยู่ใกล้โต๊ะอาหาร รุ่ยหมิงนั่งอยู่ตรงนั้นก่อนแล้ว เขาสวมเสื้อเชิ้ตขาวเนี๊ยบเรียบกริบ ใบหน้าไร้อารมณ์กำลังจิบกาแฟดำเช่นทุกเช้า แต่ที่โต๊ะด้านข้าง…เลขาหวางเอี่ยนกำลังเปิดแฟ้มเอกสาร รายงานแผนงานของวันนี้ให้เจ้านายฟังอย่างขะมักเขม้น
