บท
ตั้งค่า

บทที่สาม ตัวตนของผู้คุ้มกันข้างกาย

ภายในหอคณิกาเจียวหั่วยามบ่าย หลิวซือเย่เดินนำอวิ้นมู่เข้ามาเงียบ ๆ โดยมีอาเอ้อเดินตามหลัง สีหน้าทั้งสามแตกต่างกันอย่างชัดเจน

หลิวซือเย่หน้าระรื่น ยิ้มจนหางตาโค้ง

อาเอ้อขมวดคิ้วเบา ๆ แอบเหล่มองชายแปลกหน้าที่ยังมีหนวดเครารุงรังอยู่เต็มหน้า

ส่วนอวิ้นมู่เงียบเชียบเหมือนเดิม สีหน้าเรียบไร้อารมณ์ หากไม่สังเกตให้ดีจะมองไม่ออกเลยว่าเขาเพิ่งช่วยคนจากเงื้อมมือของโจรเมื่อเช้ามากกว่าเป็นคนไปปล้นเสียเอง

“ซือเย่ นี่เจ้าพาชายหนุ่มหน้าตามอมแมมแบบนี้มาทำอะไรในหอข้า”

เสียงเข้มของมามาซุนจางหงดังขึ้นจากโถงกลาง

หลิวซือเย่หันไปยิ้มบางให้ผู้มีพระคุณ

“ข้ามาขอที่พักให้เขาเจ้าค่ะ อีกทั้งยังอยากให้มามาช่วยหางานให้เขาด้วย”

“งานในหอเราน่ะหรือ”

“เจ้าค่ะ เจ้าคนนี้ช่วยข้าไว้จากการถูกลักพาตัว” มามาชะงักไปนิด ก่อนจ้องอวิ้นมู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า “เขาหน่วยก้านไม่ธรรมดา ถึงจะแต่งตัวมอซอก็เถอะ” หลิวซือเย่หันไปทางอวิ้นมู่ “ข้าคิดว่า เขาน่าจะเหมาะกับตำแหน่งผู้คุ้มกันส่วนตัวของข้าพอดี มามาคิดว่าอย่างไรเจ้าคะ”

แน่นอนว่าเสนอจบหลิวซือเย่ก็หันไปขยิบตาส่งซิกให้มามารู้ถึงความคิดในใจของหลิวซือเย่ที่ใบหน้าและแววตาแสดงออกอย่างชัดเจนว่านางอยากได้

อยากได้บุรุษผู้นี้!

ซุนจางหงตอนแรกยังลังเล แต่พอเห็นแววตามุ่งมั่นของหลิวซือเย่จึงถอนใจ

“ถ้าเจ้ายืนกรานเช่นนั้น ข้าคงต้องยอม แต่หากเขาทำให้หอของเราเดือดร้อน แขกหนีไปเพราะกลัวใบหน้าหนวดอย่างกับโจร เจ้าต้องเป็นคนรับผิดชอบ”

“ได้เจ้าค่ะ” นางยิ้มหวานก่อนหันไปมองชายหนุ่มที่ยังคงยืนนิ่งเฉยอยู่

หลังพูดคุยเสร็จจากโถงใหญ่ หลิวซือเย่พาอวิ้นมู่มายังเรือนพักหลังเล็กใกล้สวนหลังหอกลางรับแขก เป็นที่ที่นางใช้เขียนบทเพลง เตรียมเครื่องแต่ง และพักผ่อนชั่วคราวในยามไม่ขึ้นเวที

“อามู่เจ้านั่งก่อนเถิด เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”

อวิ้นมู่พยักหน้ารับคำอย่างเชื่องช้า นั่งลงเงียบ ๆ บนม้านั่งไม้ใต้ชายคา หลิวซือเย่หยิบผ้าผืนหนึ่งออกมาพร้อมชามน้ำอุ่น แล้วหันมายิ้ม

“มานี่สิ ข้าจะช่วยโกนหนวดให้เจ้า ถ้าโกนหนวดออก ข้าคิดว่าเจ้าอาจดูดีขึ้นไม่น้อยเลยนะ”

มีบุรุษน่ากลัวในหอคณิกาคงไม่ใช่ภาพลักษณ์ที่ดี ดังนั้นนางจึงจำเป็นต้องโกนหนวดเหล่านี้ออกไป

อวิ้นมู่นิ่งไป ดวงตาคมกริบหลุบลงเล็กน้อย แผ่นหลังตึงนิด ๆ

“ไม่เป็นไร ข้าทำเองดะ...”

“ไม่ต้องเกรงใจ ถือว่าเป็นการตอบแทนที่เจ้าช่วยข้าไว้”

นางไม่รอคำอนุญาต ใช้ปลายนิ้วแตะปลายคางเขาอย่างเบา ก่อนค่อย ๆ ใช้มีดเล่มเล็กปาดเคราด้วยท่าทีเชี่ยวชาญ ปลายนิ้วเรียวแตะผิวเขาอย่างแผ่วเบาราวกับไม่ได้ตั้งใจ

“ว่าแต่...” เสียงนางนุ่มนวลลงอย่างเห็นได้ชัด “เจ้าเคยมีคนรักหรือยัง”

อวิ้นมู่สะดุ้งนิด ๆ แต่ไม่ตอบ สีหน้าดูเหมือนกำลังจะพูดแต่ก็เงียบไปก่อนอาจเพราะใบหน้างามของสตรีที่ถามนั้นอยู่ใกล้จนทำให้สมองของชายหนุ่มมึนเบลอ

“หรือว่าไม่เคยมี ไม่เคยมีแฟน...ไม่สิคนรักมาก่อนเลยหรือ”

ชายหนุ่มไม่ตอบแต่ใบหน้าด้านข้างเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่

หลิวซือเย่หัวเราะเบา ๆ อย่างเอ็นดู

“เจ้าหน้าแดง”

“ข้าเปล่า” เขาพูดเสียงต่ำ ก้มหน้านิ่งอย่างพยายามควบคุมตัวเอง

“แสดงว่า...เจ้ากำลังเขินข้าอยู่หรือ”

คราวนี้เขาหันหน้าหนีแทบจะทันที สีแดงที่กรอบหน้าชัดเจนจนแม้แต่ฟ้าก็คงหลบไม่พ้น

หลิวซือเย่หัวเราะเสียงใส ดวงตาวาววับอย่างที่ไม่ได้เป็นมานาน นางไม่เคยคิดเลยว่าการได้แหย่ชายหน้าขรึมคนหนึ่งจะทำให้หัวใจเต้นแรงขนาดนี้

ทั้งหัวใจ ทั้งเลือดในกาย ทุกอย่างเหมือนกลับมามีชีวิตอีกครั้งหลังจากเฉยชาเหนื่อยล้ามานานปี

เป็นการตอกย้ำว่าความจริงแล้ว นางแค่อยากมีใครสักคนอยู่เคียงข้างและคอยปกป้องตนเอง

และตอนนี้...นางก็เจอแล้ว

ค่ำคืนเดียวกัน

ใต้แสงจันทร์เลือนรางในยามค่ำ เสียงเพลงจากหอเจียวหั่วยังลอยลมมาไม่ขาดสาย แต่ด้านหลังเรือนเล็กที่ไร้แสงโคม จุดที่ไม่มีใครสังเกต ร่างสูงในชุดเก่าเก็บราวคนงานธรรมดาได้แอบเปิดประตูเล็กข้างสวนออกอย่างเงียบงัน

อวิ้นมู่หรือผู้ที่แท้จริงคืออ๋องเฉินเต๋อหมิง ก้าวออกจากเงาอย่างคล่องแคล่ว จังหวะเท้าเบาแนบกลืนไปกับความมืด ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่มไม้ริมกำแพงด้านหลังหอ

ที่ตรงนั้นมีชายในชุดทหารสีน้ำหมึกยืนรออยู่ก่อนแล้ว ด้วยท่าทางนอบน้อม เอ่ยวาจาออกมาเต็มไปด้วยความเคารพ

“ท่านอ๋อง”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel