บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 พลังปราณ

ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งถ้วยชาร่างเล็กก็มายืนอยู่หน้ากระท่อมหลังหนึ่งซึ่งมุงหลังคาด้วยหญ้า เว่ยซินเหยียนคิดว่านี่คงเป็นบ้านของนายท่านกระมัง เพราะนอกจากกระท่อมหลังนี้แล้วก็ไม่มีบ้านใครอีก นางจึงตะโกนบอกคนด้านในว่า “ชินเหยียนเอาข้าวมาให้ท่านลุง โปรดรับไว้ด้วยเจ้าค่ะ ส่วนชามข้าจะมาเก็บพรุ่งนี้ยามเหม่านะเจ้าคะ” ว่าจบร่างน้อย ๆ หยิบชามข้าวออกจากตะกร้า แล้ววางไว้บนพื้นกระท่อมข้างบันได ยังมีถ้วยใบเล็กที่ใส่ขิงซอยกับหอมซอยวางไว้ข้าง ๆ อีกด้วย จากนั้นก็เดินกลับบ้านตนทันที ในใจนางคิดว่าผู้ชายคนนี้คงเป็นคนโลกส่วนตัวสูงจึงไม่อยากคบค้าสมาคมกับใคร

เสียงฝีเท้าเดินห่างออกไปไกลมากแล้ว อี๋นั่วจึงเปิดประตูออกมา ก้มมองชามข้าวต้มด้วยสายตาที่อ่านได้ยาก จากนั้นจึงยกชามข้าวต้มเข้าไปด้านใน ก่อนกินยังใช้เข็มทดสอบพิษเมื่อรู้ว่าปลอดภัยแล้วจึงกินข้าวต้มจนหมดโดยไม่กลับออกมาด้านนอกอีก กระทั่งยามอิ๋นจึงนำชามเปล่าออกมาวางไว้ดังเดิม

วันถัดมาก่อนไปเก็บสมุนไพรกับมารดาเว่ยซินเหยียนจึงมาเก็บชามกลับไป มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเขากินข้าวจนหมดชาม แอบคิดเล่น ๆ ว่า เขาคงไม่ได้เททิ้งกระมัง เพราะในยุคนี้ข้าวยากหมากแพงใครจะเอาของกินไปทิ้งกัน

จ้าวฟางหรู กับเว่ยซินเหยียนและซิ่วอิงขึ้นเขาเพื่อเก็บสมุนไพร ปล่อยให้แม่นมมเตียวอยู่บ้านถางหญ้าไปพลาง ๆ เพียงลำพัง

เมื่อคืนเว่ยซินเหยียนอ่านตำราแล่มหนึ่งแล้วค้นพบความจริงที่น่าทึ่งบางอย่างว่าสิ่งที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของนางตลอดเวลานั้นคือพลังปราณ นางไม่เข้าใจว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เมื่อคืนหลังจากที่มารดาหลับไปแล้วนางตื่นขึ้นมาลองฝึกเดินลมปราณอย่างเงียบ ๆ สำคัญกว่านั้นคือ แม้ยามหลับร่างกายของนางก็ยังฝึกปราณได้ ในตำรายังบอกอีกว่าหากพลังปราณของใครอยู่ในระดับเก้าซึ่งเป็นระดับสูงสุด คนผู้นั้นจะสามารถหลอมยาได้ เรื่องนี้ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

เดิมทีความคิดของนางในตอนนี้ไม่ได้อยากเป็นหมอแล้ว เพราะการเป็นหมอทำให้ชีวิตอยู่อย่างไม่สงบสุข ต้องทำงานอย่างหนักแม้ในโลกเดิมนางยังตายเพราะทำงานหนัก อีกทั้งยังต้องพบเจอผู้คนมากหน้าหลายตา ต้องต่อสู้กับสังคมที่ไม่ยอมรับสตรีว่าเก่งเท่าเทียมกับบุรุษ เช่นนั้นเมื่อได้อ่านหนังสือเล่มนั้นจบ นางจึงอยากเป็นคนหลอมยาขายมากกว่าเป็นหมอ หากทำได้นางก็จะมีเงินเลี้ยงครอบครัวไปตลอดชีวิต

เว่ยซินเหยียนพลางคิดพลางเก็บสมุนไพรไปด้วย สิ่งใดที่มารดาบอกเกี่ยวกับสมุนไพรนางก็จดจำได้จนขึ้นใจ ส่วนมากสมุนไพรที่พวกนางเก็บได้จะเป็นจำพวกหวงฉี หล่อฮั้งก้วย และเก๋ากี้ จ้าวฟางหรูบอกว่าถึงจะเป็นสมุนไพรที่ดี แต่ก็ราคาไม่สูงมากนัก เว่ยซินเหยียนแอบบ่นในใจว่าทำไมไม่เจอโสมพันปีเหมือนกับในนิยายบ้าง ขายแค่ต้นเดียวก็สามารถรวยได้แล้ว

ทั้งสามเก็บสมุนไพรจนถึงปลายยามเว่ยก็กลับบ้าน พวกนางได้สมุนไพรมาทั้งหมดสองตะกร้า เห็นท่าทางมารดาอ่อนล้า เว่ยซินเหยียนจึงช่วยนางแบกตะกร้าสมุนไพร คราแรกจ้าวฟางหรูไม่ยินยอม แต่เมื่อบุตรสาวขอลองแบกดูนางจึงให้ลอง และนางก็แบกได้ดียิ่งกว่ามารดาเสียอีก

จ้าวฟางหรูกับซิ่วอิงสบตากัน มองเว่ยซินเหยียนด้วยความประหลาดใจ จากเด็กขี้โรคกลายเป็นเด็กแข็งแรงกว่ามารดาได้อย่างไร เช่นนั้นจ้าวฟางหรูจึงยินยอมให้นางแบกตะกร้าสมุนไพรกลับบ้าน

กลับมาถึงบ้าน แม่นมเตียว ซิ่วอิง และเว่ยซินเหยียนก็ช่วยกันแยกสมุนไพร ส่วนจ้าวฟางหรูนางเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางเกินไปจึงหลับไปก่อนแล้ว

หลายอึดใจต่อมาเว่ยซินเหยียนจึงเอ่ยขึ้นว่า “แม่นมเตียวช่วยเล่าเรื่องที่ท่านแม่โดนโบยวันนั้นให้ข้าฟังหน่อยสิ” วันที่ท่านแม่ถูกสั่งโบยนางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นางสัมผัสได้ถึงแรงแค้นของเจ้าของร่างนี้ว่าอย่างไรนางก็ต้องเอาคืนคนในจวนสกุลเว่ยให้ได้ วันนั้นเว่ยซินเหยียนได้ยินเพียงสาวใช้ของเสิ่นอี๋เหนียงพูดว่ามารดาของนางลอบคบชู้จนนายท่านจับได้

“เอ่อ… จะดีหรือเจ้าคะคุณหนู คุณหนูยังเด็กนัก ไม่เข้าใจเรื่องของผู้ใหญ่หรอกจ้าค่ะ” แม่นมเตียวพูดออกด้วยความลำบากใจ เด็กอายุเพียงเก้าขวบจะให้มารับรู้เรื่องซับซ้อนของผู้ใหญ่ได้อย่างไร อีกทั้งยังเป็นเรื่องที่ทำให้มารดาของนางต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง

เว่ยซินเหยียนปรายตามองแม่นมเตียวแวบหนึ่งพลางคิดในใจว่า ‘ตอนนี้ข้าอายุมากกว่าเจ้าเสียอีก’ ตอนนี้ในบ้านเหมือนจะเป็นนางที่อายุมากกว่าเพื่อน เพราะมารดาของนางก็อายุเพียงยี่สิบหกปี แม่นมเตียวนั้นก็อายุเพียงสามสิบปี ส่วนซิ่วอิงไม่ต้องพูดถึงเพราะนางเพิ่งอายุสิบสามปีเท่านั้น

เว่ยซินเหยียนกล่าวออกเสียงเรียบว่า “เล่ามาเถิด แม่นมเตียวลืมไปแล้วหรือว่าข้าโตขึ้นมากแล้ว ข้าแค่อยากรู้ว่าท่านแม่โดนกลั่นแกล้งอย่างไรบ้าง”

ดวงตาของแม่นมเตียวกระตุกวูบหนึ่ง พลางถามออกไปว่า “คุณหนูรู้หรือเจ้าคะ”

“ก็เดาไม่ยากไม่ใช่หรือ”

นางมองดวงหน้าเล็กของผู้เป็นนายอย่างชั่งใจแล้วเอ่ยออกว่า “เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ” ตอนนี้เว่ยซินเหยียนมีท่าทางเข็มแข็งไม่อ่อนปวกเปียกเหมือนอยู่ในจวนสกุลเว่ย แม่นมเตียวจึงไม่ลังเลที่จะเล่าความจริงที่เกิดขึ้นกับนายหญิงให้เว่ยซินเหยียนฟัง

นางเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นตั้งแต่เสิ่นอี๋เหนียงมาขอพบจ้าวฟางหรูเพื่อคารวะในตอนเช้า วันนั้นจ้าวฟางหรูตื่นสายกว่าทุกวัน แม่นมเตียวพยายามเรียกเท่าไรแต่จ้าวฟางหรูก็ไม่ยอมตื่น นางรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง และด้วยความเป็นห่วงนางจึงถือวิสาสะผลักประตูเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต

แต่นางก็ต้องยืนตะลึงตาค้างเมื่อพบว่าบนเตียงของเจ้านายมีบุรุษผู้หนึ่งนอนอยู่ด้วย นั่นก็คือพ่อบ้านจวง แต่ยังดีที่ทั้งคู่ไม่ได้อยู่ในสภาพโป๊เปลือย แม่นมเตียวยังอยู่ในอาการตกใจไม่ทันได้สั่งห้ามไม่ให้ทุกคนเข้ามา เสิ่นอี๋เหนียงกับสาวใช้ก็พรวดพลาดเข้ามาในห้องนอนของนายหญิงแล้ว อีกทั้งยังโวยวายเสียงดังเมื่อเห็นหน้าชายคนนั้นหาว่านายหญิงแอบคบชู้จนบ่าวรับใช้ได้ยินไปทั้งจวน

เสิ่นอี๋เหนียงรีบให้สาวใช้ไปรายงานนายท่าน พอเว่ยเฉิงวิ่งมาเห็นภาพนั้นก็ไม่คิดจะสอบสวนหาความจริงจากปากจ้าวฟางหรูสักคำ รีบออกคำสั่งให้นำนายหญิงไปโบยและมอบหนังสือหย่าให้ทันที ส่วนพ่อบ้านจวงก็โดนโบยห้าสิบไม้แล้วนำไปถ่วงน้ำตามกฎของจวนสกุลเว่ย
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel