บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 ชายปริศนา

ขณะที่เว่ยซินเหยียนกำลังครุ่นคิดว่าจะตัดสินใจเลือกทางไหนดี จู่ ๆ ก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพอดี พร้อมกับกล่าวออกว่า “ให้ข้าดูแผลนาง” เขาแอบสังเกตมาตั้งแต่เช้าแล้ว ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับพวกนาง

“ท่านเป็นหมอหรือ” เว่ยซินเหยียนเอ่ยถามอย่างมีความหวัง

แต่เขากลับส่ายหน้าเอ่ยออกเพียงว่า “แค่รู้วิธีแก้พิษตะขาบเท่านั้น”

เพราะอยู่ในสถานการณ์คับขันเว่ยซินเหยียนจึงอนุญาตแม้จะไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร และถึงแม้ไม่รู้ว่าเขาทราบได้อย่างไรว่ามารดาของนางโดนตะขาบกัดก็ตาม แต่ตอนนี้นางไม่มีทางเลือกแล้ว

เขาหยิบเข็มเงินขึ้นมาแล้วปักลงไปที่ข้อมือของมารดา จากนั้นนำสมุนไพรที่บดมาอย่างดีแล้วโปะลงบาดแผล เสร็จแล้วจึงยื่นสมุนไพรตากแห้งให้นางอีกหนึ่งมัด แล้วพูดว่า “เอาไว้ต้มให้นางดื่มสามเวลาหลังอาหาร พรุ่งนี้นางจะหายเป็นปกติ” เท่าที่เว่ยซินเหยียนมองตอนนี้อาการมารดาของนางก็ดีขึ้นมากแล้ว

กล่าวจบเขาก็เตรียมตัวจากไปทันที จ้าวฟางหรูจึงพูดออก “ขอบคุณท่านมาก ไม่ทราบว่าชื่อของท่านคือ…”

“ข้าคนไร้แซ่ เรียกข้าว่าอี๋นั่วก็พอ”

“ขอบคุณนายท่าน ข้าแซ่จ้าวมีนามว่าฟางหรู ส่วนนั่นคือเว่ยซินเหยียนนางเป็นบุตรสาวของข้า หากท่านมีสิ่งใดให้ข้ารับใช้ บอกข้าได้ตลอดเวลาเจ้าค่ะ” บุญคุณของเขาครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก หากไม่ได้เขาช่วยเอาไว้ ไม่รู้นางจะเป็นอย่างไรบ้าง

“ลำบากแม่นางจ้าวแล้ว” เขาเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ ใบหน้าเฉยชาไร้ความรู้สึก

แม่นมเตียวกับซิ่วอิงยอบกายขอบคุณ ส่วนเว่ยซินเหยียนยอบกายพร้อมกล่าวออกว่า “ขอบคุณท่านลุง” ดูเหมือนว่าชายผู้นี้จะอายุมากกว่าท่านพ่อของนางสักเล็กน้อย แต่หน้าผิวพรรณสะอาดสะอ้านเกลี้ยงเกลา แม้ว่าท่านพ่อของนางนับว่าเป็นบุรุษผู้หล่อเหลาแล้ว แต่ท่านลุงผู้นี้กลับดูหล่อมากกว่า “ขออนุญาตล่วงเกิน ไม่ทราบว่าบ้านของท่านลุงอยู่ที่ใดหรือเจ้าคะ”

ตอนนี้ถึงอี๋นั่วอยากโกหกก็คงทำไม่ได้แล้ว เขาจึงบอกออกไปว่า “บ้านของข้าอยู่ถัดจากบ้านเจ้าไปไม่ถึงหนึ่งลี้” เขายังกล่าวต่ออีกว่า “แต่ข้าไม่ชอบให้ใครไปรบกวน” พูดจบเขาก็สาวเท้าเดินจากไปทันที

เว่ยซินเหยียนกล่าวตามหลังว่า “ข้าเข้าใจแล้ว” พอชายคนนั้นเดินลับสายตาไปแล้ว นางจึงพูดขึ้นอีก “ทำไมชอบทำตัวลึกลับจัง”

“อย่าไปสงสัยเลย แค่เขาช่วยแม่ก็ดีมากแล้ว” จ้าวฟางหรูกล่าว นางเพิ่งรู้ว่ามีบ้านคนอยู่แถวนี้ด้วย แต่นางกลับมาบ้านเกิดครั้งสุดท้ายตอนบิดาเสีย เช่นนั้นทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง เพราะเมื่อวานตลอดเส้นทางที่นางนั่งรถม้าเข้ามาในหมู่บ้านอู๋หยวน ก็พบว่ามีบ้านคนผุดขึ้นมาอีกหลายสิบหลัง

“เจ้าค่ะ” เว่ยซินเหยียนจึงหันมาใส่ใจมารดาอีกครั้ง

หลังจากนั้นซิ่วอิงจึงประคองนายหญิงเข้าบ้าน และไม่ให้สองแม่ลูกออกมาด้านนอกอีก ส่วนนางกลับไปช่วยแม่นมเตียวถางหญ้าต่อ

อี๋นั่วเดินกลับกระท่อมของตนด้วยใจที่ไม่สงบนัก เขาอาศัยอยู่ที่นี่มากว่าห้าปีไม่เคยมีผู้ใดมาอยู่ในบ้านหลังนี้สักครั้ง เพราะเขาได้ยินคนในหมู่บ้านบอกว่าเจ้าของบ้านหลังนี้ได้ตายไปแล้ว อีกทั้งเขายังมีบุตรสาวเพียงคนเดียว ตอนนี้แต่งงานกับขุนนางในเมืองหลวง เขาจึงแอบหยิบจอบกับเสียมของบ้านนั้นมาใช้อยู่บ่อยครั้ง ฟังจากบทสนทนาบ้านหลังนี้คงเป็นบ้านเดิมของสตรีผู้ถูกตะขาบกัดเป็นแน่ แต่ทำไมถึงมีแต่สตรี แล้วสามีของนางเล่า หรือว่านางจะเป็นม่าย แต่ดูจากหน้าตาและอายุนางน่าจะราว ๆ ยี่สิบห้ายี่สิบหกปีเท่านั้น

เจ้าของร่างสูงโปร่งในวัยสามสิบสี่ปีครุ่นคิดอย่างหนัก ก่อนหน้าเขาอยู่ที่นี่อย่างสงบ คนในหมู่บ้านแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายังมีคนอาศัยอยู่ที่นี่ แต่ตอนนี้มีคนมาอาศัยอยู่ใกล้ ๆ ซ้ำยังดูเหมือนว่าพวกนางจะตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นี่อีกนาน ในใจพลันคิดว่าหรือเขาจะย้ายไปจากที่นี่ดี แต่แล้วก็ตัดสินใจว่า “ดูไปก่อนก็แล้วกัน อย่างไรก็เป็นเพียงสตรีเท่านั้น” อี๋นั่วพึมพำกับตนเอง ก่อนเดินเข้าบ้าน แล้วทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนเก่า ๆ ของตน

พออาการดีขึ้นจ้าวฟางหรูที่อยู่ในบ้านก็ไม่ได้นิ่งดูดาย นางนำหีบของออกมาจัดเก็บให้เป็นระเบียบอีกครั้ง อีกทั้งยังหยิบตำราแพทย์ออกมาให้บุตรสาวด้วย

“ถ้าอ่านตรงไหนไม่ได้ให้ถามแม่นะ” จ้าวฟางหรูก็ไม่ใช่คนเก่งมาก แต่ถึงบิดาไม่สอนวิชาแพทย์ แต่เขาก็สอนนางให้อ่านออกเขียนได้จนคล่อง

“เจ้าค่ะ” เว่ยซินเหยียนหอบหนังสือไปนั่งใกล้กับขอบหน้าต่าง ซึ่งมีโต๊ะกับตั่งไม้เก่า ๆ อยู่หนึ่งชุด ซึ่งตรงนี้เคยเป็นที่ที่ท่านหมอจ้าวเคยสอนหนังสือจ้าวฟางหรูมาก่อน จากนั้นนางก็หยิบหนังสือมาอ่านอย่างเพลิดเพลินโดยไม่ได้เอ่ยถามมารดาสักคำ

ถึงจ้าวฟางหรูจะรู้สึกแปลกใจ แต่พอคิดถึงคำพูดของบุตรสาวที่เคยบอกว่า ตั้งแต่นางฟื้นขึ้นมาครานั้นเหมือนนางมีจะความรู้มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า จ้าวฟางหรูจึงไม่คิดเอะใจ ปล่อยให้นางอ่านหนังสืออย่างเงียบ ๆ โดยไม่ไปรบกวน

นางเก็บของให้เข้าที่ บ่อยครั้งยังชำเลืองมองบุตรสาว ภาพของตนในอดีตหวนกลับมาอีกครั้ง ในใจพลันคิดถึงบิดาขึ้นมาครามครัน นางไม่คาดคิดมาก่อนว่าตนจะได้กลับมาอยู่ที่นี่อีกครั้ง และต่อจากนี้นางคงไม่ไปไหนอีกแล้ว คิดมาน้ำตาก็ไหลออกมา นางรีบเอามือเช็ดก่อนที่บุตรสาวจะมองเห็น

วันนั้นแม่นมเตียวกับซิ่วอิงถางหญ้าได้เพียงหนึ่งในสี่ส่วนเท่านั้น พอถึงยามเซินพวกนางจึงแบ่งหน้าที่กันไปทำงาน ซิ่วอิงตักน้ำในบ่อหลังบ้านไปใส่โอ่งดินในบ้าน ส่วนแม่นมเตียวปลีกตัวไปก่อไฟทำอาหาร

เย็นวันเดียวกันเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจ หลังจากซิ่วอิงกับแม่นมเตียวช่วยกันเตรียมอาหารเสร็จ จ้าวฟางหรูจึงแบ่งใส่ชามอีกหนึ่งใบ ซึ่งอาหารมื้อนี้เป็นข้าวต้มใส่หมูสับ ถึงแม้เงินที่มีอยู่จะไม่สามารถกินเนื้อได้ทุกวัน แต่จ้าวฟางหรูจะพยายามให้ทุกคนได้กินเนื้อมากที่สุด นางบอกกับซิ่วอิงว่า “เจ้าเอาข้าวต้มชามนี้ไปให้นายท่านอี๋นั่ว ไม่ต้องเข้าไปรบกวนเขา วางไว้หน้าบ้านแล้วบอกว่าจะมาเก็บชามภายหลังก็พอ”

“เจ้าค่ะ” ซิ่วอิงรับคำ

แต่เว่ยซินหยียนกลับพูดขึ้นว่า “ข้าเอาไปให้เองเจ้าค่ะ” นางรู้สึกถูกชะตากับท่านลุงคนนี้ ถึงเขาจะดูลึกลับไปหน่อย แต่จิตใต้สำนึกของนางกลับบอกว่าเขาเป็นคนดี

“เช่นนั้นก็เดินระวังหน่อย”

“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” มือน้อย ๆ คว้าเอาตะกร้าใส่ชามข้าวต้มจากมือซิ่วอิง ขาสั้น ๆ ก้าวเดินออกอย่างว่องไวแต่มั่นคงตรงไปตามถนนลูกรังด้านหน้า
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel