ท่านอ๋องพร้อมเข้าหอหรือยังเพคะ
ฟังไปสักพัก นางก็เริ่มเอามือเท้าคาง ดวงตาหรี่ลงเตรียมพร้อมสัปหงก!
ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยาม ฝีเท้าแข็งแรงก็ตรงเข้ามาที่เรือน ประตูถูกเปิดออกด้วยความเงียบเชียบ ภาพที่เห็นทำเอาเผลอขบกรามแน่น จะโกรธก็ไม่สุด จะขำก็ไม่ใช่!
“ท่าน...ท่านอ๋อง”
ต่วนชิงเอ่ยออกมาเบาๆ เห็นสีหน้าเขาก็พอจะเดาออกว่าไม่พอใจเสียแล้ว มือจึงทำท่าจะหันไปเขย่าร่างเจ้าสาวที่ตกอยู่ในความฝัน
“ออกไป”
ซย่าลู่หงว่าเบาๆ เพียงแต่สาวใช้ผู้ต่ำต้อยสบตาเท่านั้นก็หายใจเฮือก เหลือบมองคนที่กรนเบาๆ อย่างนึกสงสาร
เมื่อไม่เห็นต่วนชิงออกไปเสียที มือหนาจึงยกขึ้นแล้วโบกอากาศเตือนอีกรอบ
“เจ้าค่ะ”
ทันทีที่ประตูถูกปิด ซย่าลู่หงจึงย่างเข้ามามองสตรีไร้มารยาทที่ถือวิสาสะถอดหมวกและผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออกด้วยตนเอง แถมยังนั่งยืดหลังตรงบนเตียงมงคล หากแต่ใบหน้ากลับก้มลงมองพื้นพลางสัปหงกเป็นระยะ ในที่สุดหมากตัวนี้ก็อยู่ในมือเขา
ซย่าลู่หงไม่ได้ปลุกนาง หากแต่เดินไปหยิบจอกสุรามงคลไว้ในมือ
“พรวดดด แค่กๆ”
อวี้หลานเอ๋อร์ไอออกมาเสียงดังเมื่อจู่ๆ ความฝันอันสวยงามก็ทลายลงไปต่อหน้าต่อตา แถมยังมีมือมารมากระตุกคางนางให้เงยขึ้นก่อนที่จะถูกกรอกยาพิษรสเผ็ดประหลาดไหลผ่านเข้าสู่ลำคอ ทำให้ความสะลึมสะลือหายไปหมดสิ้น
เพียงแค่ลืมตาขึ้นนางยิ่งตกใจ เพราะ ‘สามี’ ของนางกำลังยกจอกสุราเข้าปากเช่นกัน อดไม่ได้ที่จะเอ่ยวาจาด้วยโทสะ
ที่แท้...
“ท่านปลุกข้าดื่มดีๆ ไม่ได้หรืออย่างไร”
“เปิ่นหวางคิดว่าเจ้าอยากให้เปิ่นหวางปรนนิบัติเสียอีก”
“ท่าน...”
เฮอะ!
อวี้หลานเอ๋อร์ข่มกลั้นความโกรธ คิดเสียว่านางต้องทนอยู่ที่นี่ไม่นาน บุรุษผู้นี้ถึงแม้จะนิสัยหยาบกระด้าง ‘ไปบ้าง’ แต่เขาก็เป็นทางออกที่ดีสำหรับนาง เพราะฉะนั้นตอนนี้ทำอย่างไรก็ได้ให้เขาร่วมหอกับนางและรีบตั้งครรภ์ทายาทให้เขาโดยเร็วใช่หรือไม่
ก่อนอื่น...ก็ต้องทำให้เขาพอใจเสียก่อน
ซย่าลู่หงมองนางหยิบหมวกเจ้าสาวมาสวมพร้อมๆ กับผ้าผืนบางมาคลุมอีกครั้งอย่างไม่เข้าใจ นางจัดแจงทุกอย่างให้เข้าที่ก่อนจะกุมมือตัวเองไว้หน้าตัก นั่งหลังยืดตรงอย่างสง่า
ผ่านไปชั่วครู่...เขาก็ไม่แตะต้องนางเลยแม้แต่น้อย
“ท่านอ๋องเพคะ เมื่อไหร่ท่านจะเปิดหน้าหม่อมฉันเสียที”
สตรีผู้นี้กำลังเล่นตลกอะไร กิริยาท่าทางเปลี่ยนไปกะทันหันเช่นนี้ต่อให้เด็กสามขวบเห็นก็ย่อมดูออกว่าเสแสร้งเป็นอย่างยิ่ง นางช่างน่าสนใจมากกว่าที่คิดเสียจริงๆ
เงียบกริบ...
นางได้ยินฝีเท้าเขาเดินตรงไปยังจานที่บรรจุของมงคลนั้น ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะทรุดตัวลงนั่งอย่างใจเย็น มองดูท่าทีของนางอย่างเป็นเรื่องสนุก
“ท่านอ๋องเพคะ...หากท่านไม่เอาผ้าแดงนี่ออก หม่อมฉันจะปรนนิบัติท่านได้อย่างไร”
เขายังเงียบกริบเช่นเดิม
“ท่านอ๋องเพคะ...เช่นนั้นหม่อมฉันต้องขอท่านเปิดด้วยตัวเองแล้ว”
อวี้หลานเอ๋อร์ถอดเครื่องมงคลทั้งหมดลงที่เดิม มองเห็นบุรุษร่างกำยำนั่งเท้าคางมองด้วยใบหน้าเรียบเฉย ตากลมโตจดจ้องเนตรดุจหงส์นั้นเนิ่นนานดั่งจะแข่งกันว่าใครเป็นฝ่ายหลบตาก่อน คนนั้นพ่าย!
ได้...นางยอม
“ท่านอ๋องเพคะ ของพวกนี้ล้วนเป็นของมงคลในคืนวิวาห์ยิ่ง”
นางเดินนวยนาดเข้ามานั่งฝั่งตรงข้าม จับชายแขนเสื้อของตัวเองไว้ก่อนจะใช้ตะเกียบคีบพุทราจีนส่งเข้าปากอีกฝ่าย เห็นสามีว่าง่ายจึงค่อยๆ คีบถั่ว ลำไย เม็ดบัว ตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว นึกถึงความหมายที่ต่วนชิงได้อธิบายไว้ก็แอบอมยิ้ม ทั้งหมดนี้ล้วนอวยพรให้คู่บ่าวสาวมีลูกเร็วๆ
เช่นนั้นก็ดี...รีบคลอดจะได้รีบไป!
“เจ้ามัวแต่ป้อนให้เปิ่นหวาง เหตุใดเจ้าไม่ทานสักคำเล่า”
นางลืมไปเลยว่าต้องกินเช่นกัน!
อวี้หลานเอ๋อร์คีบทุกอย่างเข้าปากตัวเองท่ามกลางสายตาแคลงใจของท่านอ๋องสูงศักดิ์ มองนางรับประทานทุกอย่างตรงหน้าอย่างยินดี รวมไปถึงกิริยาผิดแผกที่ต้องการจะเอาใจเขาโดยไม่มีท่าทางขวยอายนั้นแล้วก็ยิ่งไม่ไว้ใจ
ขุนนางเจ้าเล่ห์นั่นต้องวางแผนอะไรมาอย่างแน่นอน!
ในที่สุดก็ถามออกไป
“หวางเฟย...เจ้าต้องการอะไรจากเปิ่นหวาง”
สิ้นคำถามอวี้หลานเอ๋อร์ชะงักมือลง นางค่อยๆ วางตะเกียบอย่างเบามือ เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายปั้นยิ้มหวาน หากแต่ในใจกลับเต้นโครมครามไปหมด นี่เขาดูออกหรือว่านางมีข้อแลกเปลี่ยน
แต่ตอนนี้...
“ท่านอ๋องพร้อมเข้าหอหรือยังเพคะ”
“เจ้าอยากเข้าหอกับเปิ่นหวาง?”
ซย่าลู่หงเค้นถามออกมาช้าๆ ทว่าชัดเจนยิ่งหลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงใจอย่างถึงที่สุด
“เพคะ”
“หวางเฟย...เหตุใดถึงได้ร้อนใจนัก”
“ท่านเป็นถึงชินอ๋อง ย่อมเป็นที่ปรารถนาของสตรี”...แต่มิใช่นาง
“สตรีเช่นเจ้าเล่า”
อวี้หลานเอ๋อร์เงียบไปชั่วอึดใจ พยายามครุ่นคิดอย่างรอบคอบ ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรให้เขาพอใจและไม่โกหกตนเอง จึงเลือกที่จะเบี่ยงประเด็นแทน
“และท่านก็เป็นถึงองค์ชายรอง เป็นพระอนุชาฮ่องเต้ผู้ทรงคุณธรรม”...แต่ดูท่าทางเขาไร้คุณธรรมยิ่ง
นับว่านางเป็นคนฉลาดที่ไม่ตอบว่า ชอบ ให้เขาพอใจ เพราะในสายตานางไม่พบร่องรอยแห่งความรักใคร่ในตัวเขาสักนิด ซย่าลู่หงเห็นท่าทีกระตือรือร้นของนางแล้วคำถามก็เกิดขึ้นมากมาย นางไม่มีความขวยอายหรือท่าทีสงบเสงี่ยมเช่นคุณหนูที่ได้รับการอบรมให้แสดงจริตมารยาหญิง แถมนางยังเปิดเผยความคิดอย่างโจ่งแจ้ง
หรือนี่จะเป็นแผนการที่เสนาบดีเตรียมไว้แล้ว
ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มอย่างชั่วร้ายอยู่บ้าง
