เหตุใดนางถึงอยากเข้าหอนัก
“ท่านอ๋องรีบๆ เข้าเถิด!” นางหวังให้ ‘ภารกิจ’ นี้สำเร็จไปอย่างรวดเร็ว เอาเป็นว่าไม่ต้องลึกซึ้งมากนัก ขอแค่ทำให้นางตั้งครรภ์ในครั้งเดียวเป็นอันใช้ได้
“ตรงนี้น่ะหรือ”
“แน่นอนว่ามิใช่”
อวี้หลานเอ๋อร์โคลงศีรษะเมื่อเขามองลงพื้นพรมสีแดงชาด นางพยุงตัวเองลุกขึ้นก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่ตั่งเตียงนุ่ม ใช้มือวางข้างกายพลางร้องเรียกเจ้าบ่าวที่ยังรั้งตัวเองอยู่กับที่
“ตรงนี้ย่อมดีกว่า ท่านคิดเช่นเดียวกันหรือไม่”
องค์ชายรองเพียงทอดมองด้วยความเย็นชา ก้าวเข้าไปหาร่างแน่งน้อยก่อนจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้า มือข้างหนึ่งเชยคางเรียวให้เงยขึ้น ลอบพินิจดวงหน้ารูปไข่เกลี้ยงใส ผัดแป้งหอมจนกลิ่นแตะจมูก แก้มและปากเป็นสีชาด จัดได้ว่าถูกประทินโฉมมาอย่างลออนัก
อา...เขาจะจ้องนางแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน จะทำอะไรก็รีบทำเสียสิ!
ซย่าลู่หงโน้มหน้าลงราวกับต้องมนต์สะกด หลุบตามองปากกระจับที่เม้มติดกันแน่น แถมยังสัมผัสได้ด้วยว่าตัวนางกำลังสั่นไหว แค่สัมผัสนางก็ยังกลัว แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือ นางมีแผนอะไรอยู่ในใจกันแน่
นางไม่ได้หลับตา...ทว่าจ้องเขาตาแป๋ว
“เปิ่นหวางมิชอบงิ้ว”
“งิ้ว?”
ทว่าเขาพูดจบก็สลัดนางออกจากการเกาะกุม เผยรอยยิ้มพึงพอใจก่อนจะหันหลังออกจากห้องหอไปโดยไม่พูดอะไร ในใจก็รู้สึกมีโทสะอยู่บ้างที่เกือบเคลิบเคลิ้มไปกับสตรีร้อยมารยาผู้นั้น ยิ่งเห็นนางอยากร่วมหอกับเขามากเท่าไหร่ก็ยิ่งทวีความสงสัย เขาจะไม่มีวันตกหลุมพรางสองพ่อลูกนี่เป็นอันขาด
“ท่านจะจากไปเช่นนี้มิได้นะ”...อย่างน้อยก็ต้องทำภารกิจสักครั้งก่อนสิ!
อวี้หลานเอ๋อร์ที่มัวแต่นั่งอึ้งร้องเรียกเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างหายไปไวๆ นางถอนลมหายใจอย่างหงุดหงิด ไหนว่าเขาอยากมีทายาทโดยเร็ววันมิใช่หรืออย่างไร ถ้าเขาไม่ยอมร่วมหอกับนางเช่นนี้นางจะตั้งครรภ์ได้อย่างไรเล่า!
เฮอะ! งิ้วหรือ!!
ร่างบอบบางลุกขึ้นไปหยิบกระจกส่องใบหน้าตนเองพลางหันหน้าซ้ายขวาก่อนจะกระแทกกระจกลงกลับที่เดิมอย่างมีโทสะ
เหมือนงิ้วจริงๆ ด้วย!
------------------------------------------------------------------------------
เรือนลู่ฮวา
โม่หยางเซิงก้าวตามนายขึ้นเรือนมาด้วยความรวดเร็วโดยก่อนจะปิดประตูแนบสนิทโดยไม่ลืมสำรวจภายนอกว่ามีบุคคลอื่นแอบตามมาหรือไม่ ทันทีที่องค์ชายรองนั่งลงด้วยสีหน้าครุ่นคิด องครักษ์ประจำกายอย่างเขาก็อดถามออกไปไม่ได้
“ท่านออกมาจากเรือนหอในคืนมงคลเช่นนี้ แล้วพระชายา...” เสียงพูดหายไปฉับพลันทันทีที่อีกฝ่ายยกมือขึ้นห้ามไม่ให้ว่าต่อ
“มีเหตุผลอะไรที่สตรีอยากจะเร่งเข้าหอนัก”
“นางคงอยากมีบุตรไวๆ พ่ะย่ะค่ะ”
โม่หยางเซิงตอบทันที ลอบสังเกตปฏิกิริยาของเจ้านายที่ไม่มีความยินดีใดๆ
“เพราะอะไร”
“นางรักสามีของนางมาก”
คราวนี้ซย่าลู่หงโคลงศีรษะเบาๆ ใบหน้าแสดงความรู้สึกอย่างชัดเจนว่า
ไร้สาระ!
“ถ้าไม่ได้รัก แล้วมีเหตุผลอะไรอยากมีลูกให้แก่ผู้ชายคนนั้น” เสียงทุ้มยังคงถามต่อ องครักษ์ผู้โชคร้ายจึงยกมือเกาศีรษะไปเสียครั้งหนึ่ง นี่องค์ชายอยากทายปัญหาเชาว์หรือกระไร อีกอย่างเขามิใช่สตรีเสียหน่อย!
“ถ้าสตรีผู้นั้นเป็นคนไม่ดี ก็คงคิดเอาลูกเป็นตัวประกันต่อรองพ่ะย่ะค่ะ”
“ทำไมถึงคิดเรื่องง่ายๆ เช่นนี้ไม่ออกนะ”
ซย่าลู่หงเริ่มมีรอยยิ้มเหี้ยมขึ้นมาจนทำให้คนมองขนลุกซู่ แท้จริงแล้วเขาไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งขนาดนั้นเสียหน่อย แค่คิดไปถึงเรื่องเล่าตำนานสาวงามใจคอโหดเหี้ยมผู้หนึ่งของคนสมัยก่อนเท่านั้น
ต้องเป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน!
สตรีผู้นั้นคิดให้มีลูกของเขาอยู่ในครรภ์ของนาง แล้วนางก็จะใช้เลือดเนื้อเชื้อไขของเขามาบังคับให้เขาทำตามความต้องการของนางและบิดาเป็นแน่
“ย่ำรุ่งเตรียมรถม้า เปิ่นหวางจะเข้าวังหลวง”
“พระชายาติดตามไปด้วยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
ซย่าลู่หงขมวดคิ้ว
“เหตุใดต้องพานางไปด้วย นางเป็นพระชายาของเปิ่นหวาง...เพราะฉะนั้นแล้วหากเปิ่นหวางไม่อยู่จวน นางก็ย่อมต้องอยู่ดูแล”
ร่างกำยำอธิบายเสร็จสรรพก็เดินเข้าห้องนอนไป ปล่อยให้องครักษ์ทำหน้าไม่ถูก ยามนี้เขาไม่สามารถคาดเดาอารมณ์ของเจ้านายได้เลยจริงๆ ว่าคิดอะไรอยู่ แต่จะว่าไปเขาก็ไม่เคยคาดเดาถูกมาแต่ไหนแต่ไร...แม้คำอธิบายขององค์ชายรองจะมีเหตุผลอยู่บ้าง แต่อย่างไรเสียเขายังมองว่าองค์ชายรองพยายามหาข้ออ้างหลีกห่างพระชายาเสียมากกว่า
แต่ใครเลยจะรู้ว่าหลังจากพ้นสายตาองครักษ์มาแล้ว ซย่าลู่หงกลับนั่งอยู่บนเตียงนอนอย่างครุ่นคิด หมากตัวสำคัญก็อยู่ในมือเขาแล้ว แถมแผนการของนางเขาก็มองอย่างทะลุปรุโปร่ง วันพรุ่งนี้เขาควรจะเริ่มเปิดเกมให้ขุนนางชั่วร้ายผู้นั้นร้อนใจเสียที
---------------------------------------------------------------------
พระอาทิตย์เปล่งแสงเรืองรองรับอรุณ นกบินหายเข้ากลีบไม้ส่งเสียงเจื้อยแจ้วสร้างบรรยากาศอบอุ่นหัวใจไม่น้อย ทว่าบัดนี้ทั่วท้องพระโรงกลับเงียบกริบ หลังสิ้นเสียงถวายพระพรอันเกริกก้องนั้น ผู้เป็นเจ้าแห่งแผ่นดินมองดูเบื้องล่าง แขนข้างหนึ่งค้ำพนักเก้าอี้ที่ถูกแกะสลักเป็นมังกรทองล้ำค่า
สายตาคมดุจหงส์สองคู่สบกันอย่างมีสัญญาณ ผู้อยู่เหนือบัลลังก์พยักหน้าให้บางเบาเสียทีหนึ่ง กระแอมเบาๆ
“น้องรอง เหตุใดจึงรีบเข้าวังหลวง มิอยู่ดูแลพระชายาเล่า”
“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมเข้าเฝ้าวันนี้เพื่อเพียงขออนุญาตชั่วครู่เท่านั้น”
“ว่าอย่างไร”
“...”
เหล่าขุนนางเริ่มหันมองหน้ากันอึกอัก หลังพิธีแต่งตั้งพระชายาในองค์ชายแล้ว ตามกฎของราชวงศ์แห่งไห่หมิงย่อมมิให้คู่บ่าวสาวหรือใครคนใดคนหนึ่งออกจากห้องเป็นเวลาสามวัน นั่นคือตลอดระยะเวลาล้ำค่าเช่นนี้ทั้งคู่ล้วนต้องเหมือนนกยวนยาง รวมไปถึงห้ามใครเข้าไปรบกวนนอกจากนำสำรับและอ่างน้ำเข้าไปปรนนิบัติ
แต่นี่...
“มีเรื่องสำคัญอันใดนอกจากเร่งมีทายาทให้เราอีกหรือ”
