บท
ตั้งค่า

พิธีมงคลที่วุ่นวาย

“เจ้าสาวถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

เสียงตะโกนแซ่ซ้องพร้อมๆ กับเกี้ยวที่ถูกวางลงดัง ตุ้บ ทำให้บุคคลที่อยู่ภายในสะดุ้งตื่น แต่แล้วอาการง่วงงุนก็หายเป็นปลิดทิ้ง นางเบิกตากว้างอย่างตกใจ รีบหยิบหมวกเจ้าสาวมาสวมพร้อมๆ กับผ้าคลุมหน้าที่ถูกหยิบมาคลุมไว้ เพียงแต่ทันทีที่ผ้าถูกปล่อยลงมาปิดใบหน้า เกี้ยวเจ้าสาวก็ถูกเปิดออกพร้อมๆ กับมือใหญ่เอื้อมมาตรงหน้า

แล้วอย่างไรต่อ?

นางทำท่าเลิ่กลั่กไม่ยอมส่งมือมาจับเสียที ได้ยินบุรุษตรงหน้าส่งเสียงในลำคอเบาๆ ด้วยความไม่พอใจแล้วก็อดหดคอไม่ได้ คิดไปถึงคำสรรเสริญเยินยอที่ได้ยินมามันเป็นความจริงเช่นนั้นหรือ

“ส่งมือมา”

เสียงเข้มๆ ออกคำสั่งจนนางลอบกลืนน้ำลาย มองลงพื้นไปก็เห็นชายเสื้อสีแดงยาวคลุมเท้าเช่นเดียวกัน

โอ้ย! แต่เหตุใดต้องทำสุ้มเสียงข่มขู่เช่นนั้นด้วยเล่า!

“อ๊ะ”

จู่ๆ ร่างอวี้หลานเอ๋อร์ก็ถูก ‘กระชาก’ ออกจากเกี้ยวไปอย่างรุนแรง นางสะดุดเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปเกาะชายเสื้อว่าที่สามีด้วยความลืมตัว แต่แทนที่จะได้รับการประคองโอบอุ้มอย่างนึกใคร่เอ็นดู เขากลับปล่อยให้นางเกาะด้วยตนเองเสียเช่นนี้ ได้ยินคนรอบข้างแอบหัวเราะ ท่าทางสภาพนางคงดูไม่จืดเลยทีเดียว!

“เจ้าคงไม่ทำให้เปิ่นหวางอับอายต่อหน้าขุนนางหรอกนะ”

“โปรดท่านอ๋องช่วยชี้แนะหม่อมฉันด้วยเพคะ” แอบเข่นเขี้ยวในใจ โชคดีเพียงใดที่มีผ้าปิดหน้าอยู่!

ไม่อย่างนั้นล่ะก็...

หมับ!

ไม่มีคำแนะนำใดๆ มีเพียงแต่พละกำลังมหาศาลรั้งนางเสียจนโลกหมุนเคว้ง!

เอวแน่งน้อยถูกรวบเข้าไปแนบชิด ซย่าลู่หงก้าวขายาวๆ เพื่อเข้าตำหนักไม่ให้เป็นการเสียเวลา แต่นั่นกลับเป็นภาพที่ทำให้ผู้คนรอบข้างต่างมองอย่างไม่เชื่อสายตา เมื่อเจ้าบ่าวหอบร่างเจ้าสาวห้อยโตงเตงเข้าไปในตำหนัก เหตุที่ ‘โตงเตง’ เช่นนั้นก็เป็นเพราะเท้าของฝ่ายหญิงลอยเหนือพื้นเสียแล้ว!

นางอดเหน็บแนมไม่ได้

“สามี...ท่านไม่ต้องรีบร้อนนัก”

“เปิ่นหวางเกรงว่าจะเป็นเจ้าที่ร้อนใจ รอกราบไหว้ฟ้าดินเสร็จเปิ่นหวางจึงจะเป็นสามีเจ้า”

“ท่าน!”

เหตุใดถึงกลายเป็นนางรีบร้อนอยากได้เขาเป็นสามีเล่า!

“คำนับฮ่องเต้”

เสียงดังขึ้นทำให้ซย่าลู่หงโน้มหน้าน้อยๆ ก่อนจะคุกเข่าลง แต่หางตายังเห็น ‘บุตรีผู้ต้องสงสัย’ ยังยืนนิ่งราวกับไม่รับรู้คำสั่งนั้น มือหนาจึงหันไปกระตุกแขนรั้งนางให้นั่งตามมาด้วยกัน แต่แล้วยามที่ก้มหน้าลงหมวกเจ้าสาวก็รู้สึกไม่มั่นคง เกรงว่าเป็นเพราะยามที่สวมมันอีกรอบคงไม่ได้ตรวจเช็คมันให้ดีเสียก่อน นิ้วเรียวๆ จึงเอื้อมไปจับไว้

“คำนับบิดามารดา”

ซย่าลู่หงจับมือบางเบาไว้แน่น รีบก้าวยาวๆ ไปหาอวี้เหยินจ่งและฮูหยินที่นั่งอยู่ไม่ไกล แต่ทันทีที่ก้มหน้าลง หมวกเจ้าสาวที่ทำท่าจะหล่นไม่หล่นเมื่อครู่กลับไถลลงอย่างรวดเร็ว

ตึง!

บัดนี้ภายในตำหนักเงียบสงัด เหล่าขันทีและสาวใช้พลางกลั้นหายใจอย่างลืมตัว แอบเห็นสายตาขององค์ชายรองที่แฝงความพิโรธชัดเจน แม้แต่จะกลืนน้ำลายก็ไม่กล้า มีเพียงแต่องค์ฮ่องเต้ที่กระตุกยิ้มมุมปากอย่างขบขัน ท่าทางแผนของน้องรองจะไม่ง่ายเสียแล้ว

สตรีผู้นี้...

“เจ้า!”

ฮูหยินตะโกนออกมาด้วยความลืมตัวเมื่อหมวกเจ้าสาวหนักๆ หล่นทับเท้าเสียเต็มแรงจนรู้สึกชา แต่เสียงนั้นกลับเรียกความสนใจให้ผู้ร่วมพิธีเป็นอย่างดี

“มารดา...เป็นเพราะข้าไม่ดีเอง ต้องขอโทษท่านด้วย”

“มารดาเจ้าแค่ตกใจ ขออย่าได้ถือสา”

อวี้เหยินจ่งเอ่ยก่อนจะหันไปขอโทษเจ้าบ่าวที่ทำหน้าถมึงทึง เขารีบหยิบหมวกเจ้าสาวมาสวมให้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ลืมหยิบผ้าแดงคลุมตามให้เช่นกัน

เจ้าบ่าวเจ้าสาวหันกลับมายังตรงกลางอีกครั้งจึงจะเรียกสติของขันทีผู้ดำเนินงานกลับมาได้

“กราบไหว้ฟ้าดิน”

ตึง!

อา...ภาวนาให้พิธีมงคลนี่จบไปโดยเร็ว

นางเกลียดหมวกเจ้าสาวนี่เหลือเกินแล้ว!

---------------------------------------------------------------------------------------

“คุณหนู อย่าจับสิเจ้าคะ”

ต่วนชิงเข้ามาปรามเมื่อเห็นร่างเล็กเริ่มขยับไม่เป็นสุข พยายามจะเอาผ้าคลุมหน้าขึ้น อีกทั้งหมวกเจ้าสาวยังโอนเอนไม่หยุด

“ข้าคันตัวไปหมดแล้วนี่นา!”

อวี้หลานเอ๋อร์เม้มปากแน่น หลังจากที่หมวกเจ้าสาวล้มตึงกลางตำหนักเสียสองรอบ หลังจากนั้นนางก็ไม่รับรู้เรื่องราวใดๆ อีก คิดแล้วก็น่าขายหน้านัก ใครอยากคิดค้นให้หมวกนี่หนักปานนี้เล่า!

“ท่านอ๋องดื่มสุรามงคลกับฮ่องเต้ คุณหนูอย่าเอ็ดไปเลย”

“เฮอะ! นี่มันสามชั่วยามแล้วนะ ข้าขอปลดออกหน่อยเดียวเท่านั้น”

ไม่รอคำอนุญาต ผ้าคลุมหน้าเนื้อดีก็ถูกเลิกขึ้นเผยให้เห็นดวงหน้าเกลี้ยงเกลา แก้มเปล่งปลั่งแต้มไปด้วยสีชาด แป้งหอมที่ถูกจัดประทินโฉมบนใบหน้าล้วนขับเกลาให้ดวงหน้าเรียวได้รูปสะคราญโฉมยิ่งขึ้น แต่นั่นก็มิได้รับการสนใจจากเจ้าตัวมากนัก ในเมื่อนางไม่ได้อยากให้ใครมาชื่นชมเสียหน่อย

“พระชายา...ข้าน้อยขออนุญาตเจ้าค่ะ”

เสียงเรียกที่ประตูทำให้เจ้าตัวหันไปมอง พบกับร่างอิสตรีตัวเล็กถือถาดสุราและจานอีกหลายใบวางบนโต๊ะที่พื้น อวี้หลานเอ๋อร์ชะเง้อมองเล็กน้อย และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายไม่ปล่อยให้นางสงสัยนาน

“นี่เป็นสุราและของมงคลเจ้าค่ะ”

“ขอบใจมาก...ลำบากเจ้าแล้ว”

แม้ปากจะตอบออกไปอย่างนั้นแต่หัวคิ้วก็ขมวดติดกันยุ่ง คล้อยตามแผ่นหลังนั้นนางจึงหันมาทางต่วนชิงที่เดินไปสำรวจดู แต่เหตุใดหนอ...นางจึงรู้สึกว่าแววตานั้นไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย

“ข้าต้องกินด้วยหรือ”

“มิผิดเจ้าค่ะ นี่เป็นของมงคลสำหรับคู่บ่าวสาว...”

นางว่าพลางอธิบายสรรพคุณไปแต่ละอย่าง ล้วนทำให้อวี้หลานเอ๋อร์ถอนหายใจ เหตุใดถึงต้องวุ่นวายขนาดนี้ด้วยหนอ!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel