ชายาตัวปลอม

89.0K · จบแล้ว
ไป๋เหลียน/ฑริกา
55
บท
2.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

นางยอมออกเรือนแทนพี่ใหญ่เพื่อหวังเป็นอิสระจากตระกูลอวี้โดยเร็ว มอบทายาทให้เขาสักคนเพื่อแลกกับหนังสือหย่า แต่...มิใช่เขาหรอกหรือที่เอ่ยปากว่าจะขอร่วมหอกับภรรยาเพียงครั้งเดียว เหตุใดถึงได้ขยันให้นางอุ่นเตียงบ่อยเช่นนี้เล่า! “เปิ่นหวางมิแข็งแรงเช่นนี้ ประสิทธิภาพการมีบุตรย่อมน้อยยิ่ง หากเจ้ามิอยากให้ผิดพลาด เรามาร่วมหอกันอีกครั้งเถิด...”

นิยายรักโรแมนติกนิยายจีนโบราณนิยายรักหนีแต่งงานจีนโบราณแต่งงานแทนแต่งงานก่อนรักการแต่งงานคู่หมั้นหญิง

ประทานพระราชโองการอภิเษกแก่ข้า

“ท่านอ๋องเอ้อร์1ขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”

เสียงขันทีร้องบอกพลางประสานมือก้มหน้าลง หากแต่มิทันมีเสียงตอบรับประตูใหญ่ก็ถูกเปิดออกพร้อมๆ กับร่างสูงก้าวเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน เหล่าองครักษ์ขยับกายเปิดทางบุรุษหน้าเครียดเขม็งก่อนจะเดินออกจากห้องอ่านหนังสือด้วยความรวดเร็วอย่างมิต้องรอคำสั่ง

เพียงเห็นบุคคลที่อยากพบ จึงโน้มตัวลงอย่างนอบน้อม

“ถวายพระพรฝ่าบาท”

“น้องรอง อย่ามากพิธีเลย” ว่าแล้วปิดหนังสือในมือ “เจ้ามาหาข้าถึงที่นี่ มีเรื่องร้อนใจอันใด”

ซย่าหมิ่นเก๋อหรือฮ่องเต้ผู้มีอายุเยาว์วัยที่สุดตามประวัติศาสตร์แผ่นดินไห่หมิง พระองค์ทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นฮ่องเต้ตั้งแต่สิบเจ็ดชันษาเนื่องจากบิดาสิ้นวาสนาจากไปเร็วนัก นี่ก็นับได้ว่าเข้าปีที่สิบแห่งการครองราชย์ แต่พระองค์ก็ทรงเปี่ยมไปด้วยความสามารถยิ่งนัก

“ข้าออกสำรวจพื้นที่เมืองห่าว งบประมาณที่เบิกจากท้องพระคลังไปก็มิใช่น้อย แต่วัสดุที่ใช้ก่อสร้างนั้นล้วนเป็นของชั้นต่ำ ราคาของมันยังไม่ถึงครึ่งกับที่เบิกไปด้วยซ้ำ”

เพราะไม่อยากเสียเวลาจึงรีบเข้าเรื่องโดยเร็ว

หลังจากเกิดพิรุณกระหน่ำโปรยราวกับบ้าคลั่งเมื่อปลายปีที่แล้ว เมืองห่าวซึ่งเป็นแผ่นดินราบลุ่มที่สุดที่อยู่ภายใต้การปกครองของไห่หมิง น้ำป่าทะลักกวาดเอาชีวิตและทรัพย์สินชาวบ้านไปมากยิ่ง บ้านเรือนล้วนถูกทำลายจนสิ้น เขาและฮ่องเต้จึงริเริ่มให้ช่วยเหลือสร้างที่พำนักแก่ราษฎร โดยมีผู้ควบคุมจัดการเรื่องนี้ ก็คือขุนนางเก่าแก่สมัยฮ่องเต้องค์ก่อน...

หลังจากที่ได้รับข่าวว่าการก่อสร้างแล้วเสร็จ ด้วยความรอบคอบจึงคิดไปตรวจตราเองเสียหน่อยโดยมิบอกกล่าวแก่ใคร ภาพที่คิดไว้กับความเป็นจริงช่างแตกต่างกันเหลือเกิน แทนที่เขาจะเห็นบ้านเรือนที่ถูกสร้างใหม่ทำด้วยไม้แข็งแรงพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ในอนาคต แต่กลับเป็นไม้ท่อนยาวอ่อนแอเสียนี่!

คงไม่ต้องบอกกระมังว่างบประมาณที่เหลือมันมีขาเดินไปเองได้อย่างไร

“เหตุใดเจ้าไม่กักตัวพยานเล่า”

“ข้าหรือไม่ทำ...ไม่มีโจรชั่วคนไหนทิ้งร่องรอยเอาไว้ให้สืบสานได้โดยง่าย”

มันน่าโมโหนัก ทันทีที่รู้กลโกงของขุนนางผู้นั้นแล้ว เขาเดินทางไปบ้านเถ้าแก่จาง เจ้าของไม้พวกนั้นเพื่อกักตัวมาให้ปากคำ ทว่าบ้านกลับเงียบสงัด ประตูถูกลงกลอนไว้ราวกับบ้านร้าง ผู้คนละแวกนั้นถึงได้เอ่ยปากว่าเถ้าแก่จางหายออกไปนับตั้งแต่วันที่คนจากเมืองหลวงกลับมา

ซย่าหมิ่นเก๋อหยิบสมุดที่ถูกส่งให้พลางยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม

ซย่าลู่หงเป็นพระอนุชาแท้ๆ ที่ได้รับความไว้วางใจจนได้รับบรรดาศักดิ์เป็นชินอ๋อง จัดได้ว่าเป็นบุรุษที่มีความสามารถสุขุมเยือกเย็นนัก เขามีหน้าที่ตรวจราชการแผ่นดินร่วมกับฮ่องเต้ และนั่นก็หมายถึงสมุดจดบันทึกการคลังทั้งหมดที่ใช้จ่ายในการปฏิบัติราชกิจและช่วยเหลือราษฎรเขาย่อมรู้เป็นอย่างดี

พลิกไปสองหน้า รอยยิ้มเริ่มคลายลง หัวคิ้วขมวดติดกัน

“ท่านเห็นอะไรบ้างหรือไม่”

“เจ้าคิดอ่านอย่างไร”

สมุดบัญชีเล่มหนาเตอะถูกโยนลงบนโต๊ะด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก

“ข้าต้องลงโทษผู้คิดทรยศแผ่นดินให้ได้”

“เจ้ากำลังสงสัยใคร”

“ข้าไม่เชื่อว่าท่านจะคิดไม่ออกพี่ใหญ่”

คนฟังมองอีกฝ่ายที่ตีหน้านิ่งเฉยแล้วก็ลอบถอนหายใจ แต่แล้วฉับพลันริมฝีปากได้รูปกระตุกยิ้มอยู่นิดหน่อย เขาไม่กล้าคิดเลยว่าเหยื่อของน้องชายจะต้องเจอกับอะไรบ้าง

“ประทานพระราชโองการอภิเษกแก่ข้า”

“เจ้าคิดดีแล้วหรือ” หรี่ตาลงอย่างไม่มั่นใจ

ไม่มีคำตอบใดๆ มีก็เพียงแต่ใบหน้ารูปไข่กระตุกลง

ซย่าหมิ่นเก๋ออ้าปากทำท่าจะเปล่งวาจา แต่แล้วเมื่อเห็นดวงตาเรียวดุจเนตรหงส์แพรวพราว เต็มไปด้วยอุดมการณ์อย่างแรงกล้า ก็เริ่มฉุกคิดออกว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร ประโยคถัดมาจึงผลุบหายเข้าไปในลำคอ ไม่คิดจะขัดขวางอีกต่อไป

“...ได้”

“อย่าลืมเล่า”

ซย่าลู่หงกัดฟันกรอด ที่ผ่านมาเป็นความผิดของเขาเองที่ไว้ใจขุนนางเก่าแก่ตั้งแต่สมัยที่บิดายังครองราชย์ หากเป็นเงินที่ถูกเบิกออกไปจากท้องพระคลังด้วยชื่อของขุนนางเหล่านั้นแล้วเขาย่อมปล่อยผ่านอย่างง่ายดาย ความจริงเขามองเห็นความผิดปกตินี้มาเสียพักใหญ่ มัวแต่จับตามองขุนนางรุ่นใหม่เพราะด้วยเกรงจะคิดคด นึกไม่ถึงเลยว่าช่วงเวลาหลายปีทั้งๆ ที่คิดว่าตนเองทุ่มเทแรงกายแรงใจไปจนสิ้น กลับเป็นเรื่องที่เสียเวลาเปล่า ลืมไปได้อย่างไรว่าชื่อเสียง อำนาจ เงินทองล้วนเป็นสิ่งยั่วยวน ขุนนางที่จงรักภักดิ์ดีมาตลอดกลับทรยศอย่างน่าชัง

กล้ามากที่ท้าทายราชวงศ์เช่นนี้...

รอให้จับตัวให้ได้คาหนังคาเขาก่อนเถิด...รับโทสะของเขาไว้ให้ได้ก็แล้วกัน!

-----------------------------------------------------------------------------

“ถวายพระพรฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี”

เสียงในท้องพระโรงดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง เหล่าบรรดาขุนนางนั่งเรียงเบื้องล่างถวายความเคารพทันทีที่บุรุษในเสื้อคลุมมังกรสีเหลืองทองนั่งลงบนบัลลังก์สูงศักดิ์เบื้องหน้า

“เราเรียกทุกคนมารวมกันที่นี่ ก็เพราะมีเรื่องสำคัญ อยากให้ทุกคนเป็นสักขีพยาน” เสียงทรงพลังว่าอย่างมีอำนาจ ก่อนจะเหลือบไปหาบุรุษที่นั่งฝั่งซ้ายมือ “น้องรอง”

ทันทีที่ถูกกล่าวถึง เจ้าของชื่อก็สาวเท้ามายืนเบื้องหน้า ทำความเคารพตามประเพณี ถึงแม้อยู่กันตามลำพังจะขานเรียกเหมือนพี่น้องสนิททั่วไป แต่ต่อหน้าขุนนางกำนัลอย่างไรก็ต้องรักษาพระเกียรติ

“พ่ะย่ะค่ะ”

“ท่านเสนาบดี”

อวี้เหยินจ่งสะดุ้ง ทำหน้าเลิ่กลั่ก แต่เพียงชั่วครู่ก็สามารถเก็บสีหน้าได้อย่างมิดชิด ลุกขึ้นมากลางท้องพระโรงอย่างรู้หน้าที่

“เราทราบว่าท่านกับฮูหยินมีบุตรีคนหนึ่งใช่หรือไม่”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“ท่านจะค้านหรือไม่ หากเราประสงค์ให้นางแต่งเข้าจวนชินอ๋อง”