ตอนที่6ข้าชอบน้ำแกงอุ่น
ตอนที่6ข้าชอบน้ำแกงอุ่น
จวนเยี่ยนอ๋อง
แสงอรุณยามเช้าสาดส่องลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา สาดกระทบเงาสะท้อนในกระจกทองเหลืองตรงหน้า ไป๋หลิงเซี่ย
นางทอดสายตาพินิจพิจารณาใบหน้าของตน พลันคำพูดของอัลตันฮวา ดังแว่วขึ้นในโสตประสาท
“เข้าเพียงหลอกใช้ความงามของเจ้า”
ริมฝีปากอิ่มขยับยกยิ้มบาง พลางพึมพำเสียงนุ่มนวล
“หรือว่า… หลี่จวิ้นอวิ๋นจะหลงใหลในความงามของข้า เช่นนั้นก็ถือว่าสายตาเขาใช้ได้อยู่บ้าง”
แววตาคู่งามสะท้อนความพึงพอใจ
ไม่นาน รั่วอี้ก็ก้าวเข้ามาอย่างนอบน้อม มือเรียวหยิบหวีขึ้นมาสางผมสีดำขลับของคุณหนูของตนอย่างอ่อนโยน
ไป๋หลิงเซี่ยทอดสายตาผ่านกระจกก่อนเอ่ยเสียงแผ่ว
“รั่วอี้… ตอนนี้ท่านอ๋องอยู่ที่ใด”
“ท่านอ๋องอยู่ที่เรือนหนังสือเจ้าค่ะ”
ไป๋หลิงเซี่ยพยักหน้ารับ แววตาฉายแววครุ่นคิด แล้วเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ
“เช่นนั้นเจ้าจงไปเตรียมน้ำแกงไก่เม็ดบัวให้ข้า ข้าจะไปหาท่านอ๋อง”
“ได้เจ้าค่ะ”
รั่วอี้ตอบ ก่อนจะวางหวีลงในกล่องไม้เบื้องหน้า แล้วหมุนกายถอยหลังก้าวออกจากห้อง
….
ภายในห้องหนังสือ
แสงตะวันส่องลอดผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลัก สายลมเย็นพลิ้วพัดเข้ามาต้องม่านบางไหวไปตามแรงลม
เยี่ยนอ๋องนั่งอยู่เบื้องหน้ากองฎีกา มือใหญ่ค่อย ๆ เปิดอ่านทีละแผ่น สายตาคมสงบนิ่ง
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างขององค์รักษ์มู่หวังที่ก้าวเข้ามาในห้อง ก่อนจะหยุดลงเบื้องหน้าเยี่ยนอ๋อง เขายกมือขึ้นประสานโค้งคำนับอย่างนอบน้อม เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ท่านอ๋อง พระชายามาขอเข้าพบ พ่ะย่ะค่ะ”
ปลายนิ้วที่กำลังกดลงบนแผ่นฎีกาชะงักไปเล็กน้อย เยี่ยนอ๋องเงยหน้าขึ้น สายตาคมสบเข้ากับ องค์รักษ์มู่หวัง ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ โดยไม่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำ
มู่หวังเมื่อได้รับคำตอบก็หมุนกายก้าวออกไปด้านนอกทันที
ไม่นานนัก เงาร่างอรชรของไป๋หลิงเชี่ยก็ก้าวเข้ามาภายในห้อง มือเรียวถือถาดไม้บนนั้นมีถ้วยน้ำแกงร้อนกรุ่น กลิ่นหอมลอยอบอวล
นางเดินตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าโต๊ะหนังสือ ก่อนจะย่อกายคารวะอย่างอ่อนช้อย เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหวาน
“ท่านอ๋อง”
เยี่ยนอ๋องมิได้ละสายตาจากฎีกา เสียงทุ้มเรียบดังขึ้นโดยไม่เหลือบแล
“มีสิ่งใดก็ว่ามา”
ไป๋หลิงเชี่ยยกยิ้มบาง ดวงตากลมใสฉายแววสดใส
“หม่อมฉันเห็นท่านอ๋องตรากตรำงานหนัก จึงต้มน้ำแกงไก่มาถวายเพคะ”
มือใหญ่ที่กำลังกดบนแผ่นฎีกาชะงักไปเล็กน้อย เขาวางฎีกาลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองนางเพียงครู่ ดวงตาคมนั้นฉายแววเย็นชาแต่กลับมีประกายสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยยิ้มของนาง
ไป๋หลิงเชี่ยก้าวเข้ามาใกล้เขา ก่อนจะยกถ้วยน้ำแกงวางตรงหน้าเขา พร้อมยิ้มหวาน เอื้อนเอ่ยเสียงนุ่ม
“ลองชิมดูเพคะ”
เยี่ยนอ๋องยังคงนั่งนิ่ง นางจึงย่อกายนั่งลงเคียงข้าง ใบหน้างามเอียงน้อย ๆ แววตาสดใสเปล่งประกายประหนึ่งจะออดอ้อน นางตักน้ำแกงขึ้นดื่มเองหนึ่งคำ พลางยิ้มเจื่อน
“หม่อมฉันมิได้ใส่ยาพิษแน่นอนเพคะ”
น้ำเสียงใสดังขึ้นราวหยอกเย้า แววตาสดใสจ้องเขาแน่วนิ่ง มือเล็กยกขึ้นตักน้ำแกงขึ้นอีกคำ ยื่นช้อนไปตรงหน้าเขาอย่างอ่อนโยน เสียงหวานกระซิบเบา
“ให้หม่อมฉันป้อน… ดีหรือไม่เพคะ”
มือเล็กตักน้ำแกงขึ้นยื่นตรงหน้า เขาเลื่อนสายตามองนางโดยไม่ทันตั้งใจ ดวงหน้างดงามนั้น ทำให้เขาชะงักค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะได้สติแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“น้ำแกงดูเหมือนจะเย็นไป ข้าชอบแบบอุ่นพอดี”
ไป๋หลิงเชี่ยพยักหน้ารับช้า ๆ ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง ก่อนจะตักน้ำแกงใส่ปากตนเอง จากนั้นโน้มกายเข้าใกล้ มือเล็กจับไหล่กว้างของเขาไว้มั่น แล้วประกบริมฝีปากนุ่มบนริมฝีปากเขาอย่างรวดเร็ว พลันป้อนน้ำแกงในปากนางให้เขา
เยี่ยนอ๋องตะลึงชั่วอึดใจ ร่างสูงชะงัก มือใหญ่พลันโอบรัดเอวบางที่พุ่งเข้าหาโดยไม่ทันคิด เขาเผลอกลืนน้ำแกงลงคอโดยมิอาจต้าน แววตาคมเบิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ
ไป๋หลิงเชี่ยถอนริมฝีปากออกเพียงนิด ดวงตากลมใสจับจ้องเขาอย่างท้าทาย ริมฝีปากยกยิ้มราวผู้มีชัย ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่ว
“อุ่นพอดีหรือไม่เพคะ…”
กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากกายนางกระจายรอบกาย ทำให้หัวใจของเขาพลันสั่นสะท้าน เยี่ยนอ๋องสบตานางนิ่ง ริมฝีปากหยักไม่เอื้อนเอ่ยคำใด เพียงโน้มใบหน้าลงประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากอวบของนาง ลิ้นร้อนกวาดชิมรสหวานจากปากน้อยอย่างเร่าร้อน
มือใหญ่โอบรัดเอวบางดึงเข้ามาแนบอกแน่นหนา ไป๋หลิงเชี่ยเปิดปากรับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ สองมือเล็กเอื้อมโอบรอบลำคอเขา ร่างบางแนบชิดร่างสูง
“ท่านอ๋อง… ท่านอ๋อง ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้เข้าเฝ้า พ่ะย่ะค่ะ”
เสียงเรียกขององครักษ์มู่หวังดังลอดเข้ามาจากด้านนอกห้อง ขัดจังหวะของทั้งสอง อุณหภูมิที่อบอวลอยู่ระหว่างคนทั้งสองพลันสะดุด เยี่ยนอ๋องค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกจากเรียวปากนุ่มของนางด้วยท่าทีเสียดาย แววตาคมยังทอดมองนางอย่างไม่อาจถอนสายตา
ไป๋หลิงเชี่ยที่ถูกกักอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง มือเล็กค่อย ๆ คลายมือลงจากลำคอเขา ถอนกายออกช้า ๆ แก้มขาวนวลแต้มสีแดงระเรื่อ ดวงตากลมใสก้มต่ำด้วยความเขินอาย
เยี่ยนอ๋องเพียงจ้องนางนิ่ง ก่อนจะยกมือใหญ่ปัดปอยผมที่หล่นลงข้างแก้มนวลแผ่วเบา จากนั้นโน้นกายลงใกล้ เอ่ยกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูนาง
“ข้าจะกลับมา”
ไป๋หลิงเชี่ยเงยหน้าสบตากับสายตาคมก่อนจะพยักหน้ารับ แววตาสดใสซ่อนความอ่อนไหวฉายชัด
เยี่ยนอ๋องผละกายก่อนลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าสง่างาม แล้วหมุนกายก้าวตรงไปยังประตู
ไป๋หลิงเชี่ยมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นจนลับตา ความอุ่นวาบที่ยังติดอยู่บนริมฝีปากทำให้นางใจเต้นไม่เป็นส่ำ พลันสูดหายใจเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วออกจากห้อง
รั่วอี้ที่รออยู่ด้านนอก เห็นคุณหนูของตนก้าวออกมาก็รีบก้าวเข้าไปหา
“คุณหนู”
ไป๋หลิงเชี่ยเหลือบมองนาง แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
“ไปเตรียมรถม้าให้ข้า”
รั่วอี้นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนถามขึ้นด้วยความสงสัย
“เจ้าค่ะ คุณหนูจะไปที่ใดหรือเจ้าคะ”
ไป๋หลิงเชี่ยชะงักฝีเท้าเพียงเสี้ยวอึดใจ ดวงตางามทอดยาวเบื้องหน้า ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“จวนแม่ทัพ”
….
