บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 7

ตอนที่ 7เปลี่ยนชะตาพี่ชาย

จวนแม่ทัพไป๋

รถม้าเคลื่อนที่อย่างแผ่วเบาค่อย ๆ ชะลอลง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่หน้าประตูจวนใหญ่ ไป๋หลิงเซี่ยก้าวลงมาจากรถม้าอย่างคล่องแคล่ว รั่วอี้สาวใช้คนสนิทรีบตามลงมา

ไป๋หลิงเซี่ยก้าวเท้าเข้าสู่ประตูจวน นางหยุดนิ่งทอดมองรอบ ๆ ด้าน ทุกสิ่งยังคงคึกคักดังเดิม บ่าวไพร่วิ่งวุ่นไปมาอย่างวุ่นวาย ทุกคนต่างใช้ชีวิตด้วยรอยยิ้ม ความอบอุ่นในใจหวนคืนอีกครั้ง

“เซี่ยเอ๋อร์!”

เสียงที่นางคุ้นเคยดังก้องขึ้นจากด้านใน

ไป๋หลิงเซี่ยชะงัก ก่อนจะหันขวับไปตามเสียงนั้นดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาแปรเปลี่ยนเป็นประกายยินดี นางเปล่งเสียงสั่นเครือที่เต็มไปด้วยความผูกพัน

“พี่ใหญ่…”

ไม่ทันสิ้นคำนั้น ร่างบางก็วิ่งพุ่งเข้ากอดแผ่นอกกว้างของบุรุษในชุดแม่ทัพ ดวงตานางพร่างพรายด้วยหยาดน้ำตา ริมฝีปากเล็กเอื้อนเอ่ยสะอื้นไม่เป็นถ้อยคำ

ไป๋จื่อหานชะงักเล็กน้อยเมื่อถูกร่างบางโถมเข้ากอด ทว่ามือใหญ่กลับโอบตบหลังนางอย่างปลอบโยน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย

ไม่นานนัก เขาค่อย ๆ ผละร่างเล็กของน้องสาวออกเล็กน้อย มือใหญ่ประคองไหล่เล็ก มองใบหน้าที่เปื้อนน้ำตานั้นอย่างเอ็นดู พลันหัวเราะเบา ๆ เอ่ยแหย่ด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

“เพียงแค่หนึ่งวันมิได้พบหน้า เจ้าเป็นถึงเพียงนี้เชียวหรือ”

ไป๋หลิงเซี่ยเช็ดน้ำตาลวก ๆ ราวกับเด็กน้อยที่ถูกหยอกให้เขินอาย ก่อนจะสะบัดหน้าเล็กน้อยทำทีงอนแล้วหันกายก้าวเดินหนี

ไป๋จื่อหานหัวเราะเบา ๆ อย่างเอ็นดู เขาก้าวตามน้องสาวไปทันที ข้างหลังมีรั่วอี้สาวใช้รีบก้าวตามทั้งสองเข้าไปในเรือน

ภายในห้องโถงเรือนใหญ่ เงาสลัวของม่านแพรบางไหวเบาไปตามสายลมอ่อน

ไป๋หลิงเซี่ยก้าวตรงมาเบื้องหน้าโต๊ะข้างบานหน้าต่าง ก่อนจะนั่งลง มือเรียวรินน้ำชาลงถ้วยชาใบเล็ก ก่อนจะยกขึ้นจิบด้วยใบหน้าครุ่นคิด

ไม่นานนัก ร่างสูงสง่าของไป๋จื่อหานก็ก้าวเข้ามา เขานั่งลงเคียงข้างน้องสาวตน สายตาคมทอดมองด้วยความอ่อนโยน ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงความห่วงใย

“ที่จวนอ๋อง เป็นอย่างไรบ้าง?”

ไป๋หลิงเซี่ยเพียงพยักหน้ารับ พลางเอื้อมมือหยิบขนมถั่วกวนขึ้นมากัดคำหนึ่ง เคี้ยวด้วยสีหน้าเพลิดเพลิน แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความครุ่นคิด นางเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายตนเพียงครู่ แต่ไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา

ไป๋จื่อหานมองกิริยานั้นก็หัวเราะในลำคอเบา ๆ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงคล้ายหยอกล้อ

“มีเรื่องอันใดหรือ”

ไป๋หลิงเซี่ยนิ่ง ริมฝีปากเล็กยังคงเคี้ยวขนม แต่ในแววตากลับหม่นลึกอย่างครุ่นคิด

ครั้นเห็นน้องสาวยังไม่ตอบ ไป๋จื่อหานพลันพูดขึ้นตรง ๆ

“หรือว่ายังมิอาจตัดใจจากองค์ชายห้าได้”

ถ้อยคำนั้นทำเอามือเล็กของไป๋หลิงเซี่ยชะงักทันที นางมิได้โต้เถียง หากแต่ยกถ้วยชาขึ้นจิบ ริมฝีปากน้อยเม้มแน่น ก่อนจะวางลงอย่างแผ่วเบาแล้วเงยหน้าสบตาพี่ชาย

“ข้ากับเขา… ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกันอีก”

น้ำเสียงนางหนักแน่นเด็ดขาด

ไป๋จื่อหานทอดถอนหายใจเบา ๆ พยักหน้ารับคำ ไม้ซักไซ้อีก เพียงยกถ้วยชาขึ้นจิบชา ๆ

“อืม… เช่นนั้นก็ดีแล้ว”

ความเงียบทอดผ่านไปชั่วขณะ จนกระทั่งไป๋หลิงเซี่ยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบแต่ดวงตานางกลับแฝงไปด้วยความกังวล

“พี่ใหญ่ อีกครึ่งเดือน ฝ่าบาทจะจัดงานล่าสัตว์ที่เขาหลิงซุน ใช่หรือไม่”

ถ้อยคำนั้นทำให้ไป๋จื่อหานชะงัก เขาเงยหน้ามองน้องสาวตน สายตาเต็มไปด้วยความสงสัย

“เจ้ารู้ได้อย่างไร เรื่องนี้ฝ่าบาทยังมิได้ประกาศ… หรือว่า เยี่ยนอ๋องบอกเจ้า”

ไป๋หลิงเซี่ยมิได้ตอบคำ กลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“พี่ใหญ่ท่านไม่ไปได้หรือไม่”

ไป๋จื่อหานส่ายหน้าเบา ๆ

“ข้ามิอาจปฏิเสธได้ หน้าที่ของข้าคืออารักขาฝ่าบาทและองค์รัชทายาท”

ไป๋หลิงเซี่ยถอนหายใจแผ่ว ดวงตาเจือแววร้อนรน นางเอ่ยขึ้นด้วยเสียงต่ำ

“เช่นนั้น… ท่านก็อ้างว่าป่วย หรือได้รับบาดเจ็บต้องพักฟื้น”

ไป๋จื่อหานส่ายหน้าอีกครั้ง ดวงตาคมทอดมองน้องสาวด้วยความสงสัย

“หลอกลวงเบื้องสูง… มีโทษถึงตาย ทำไมหรือมีเรื่องอันใด”

ไป๋หลิงเซี่ยสบตาเขานิ่ง ยกเสียงเอ่ยอย่างหนักแน่น

“หากข้าพูด พี่จะเชื่อหรือไม่”

ไป๋จื่อหานพยักหน้าช้า ๆ จ้องนาง มือใหญ่หยิบถ้วยชาขึ้นพลางเอ่ยเสียงเรียบ

“ลองว่ามา”

นางสูดลมหายใจเข้าลึก เอ่ยด้วยเสียงหนักแน่น

“หากท่านไป… ท่านจะถูกหมีป่าทำร้ายจน… ร่างกายบาดเจ็บสาหัส มิอาจมีทายาทได้อีก”

คำกล่าวนั้นทำให้ไป๋จื่อหานชะงักเล็กน้อย มือใหญ่วางถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมจ้องน้องสาว

“เซี่ยเอ๋อร์… ข้าเป็นแม่ทัพผ่านศึก ผ่านความตายนับครั้งมิถ้วน อีกทั้งข้าเองก็ยังเคยพาเจ้าไปล่าหมีใหญ่ในแดนใต้เมื่อปีก่อน เจ้าลืมฝีมือเก่งกาจของพี่เจ้าแล้วหรือ”

ไป๋หลิงเซี่ยมิได้ตอบเพียงนิ่งเงียบ ริมฝีปากเม้มแน่น ความทรงจำในอดีตผุดขึ้น…

ใช่พี่ใหญ่ถือว่ามีฝีมือยอดเยี่ยมแล้วเหตุใดในชาติที่แล้วเขาจึงถูกหมีป่าเพียงตัวเดียวทำร้ายจนเจ็บหนักได้…

ไป๋หลิงเซี่ยยังไม่ทันได้ครุ่นคิดอะไรมาก เสียงฝีเท้าบ่าวดังเร่งรีบใกล้เข้ามา ก่อนที่บ่าวรับใช้ชายในชุดสีน้ำตาลจะก้าวเข้ามา เขารีบประสานมือเอ่ยขึ้นเสียงชัดเจน

“ท่านแม่ทัพ องค์ชายห้าเสด็จมาขอรับ ตอนนี้รออยู่ที่เรือนรับรองขอรับ”

ห้องโถงที่เงียบสงบพลันคล้ายหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ไป๋จื่อหานเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง มือใหญ่ยกถ้วยชาขึ้นจิบแผ่วเบา แล้วจึงหันสายตาคมมาที่น้องสาว

แววตาคมนั้น… เหมือนจะถาม ทั้งเหมือนจะเตือน แต่ไร้ซึ่งถ้อยคำใด ๆ ออกมา

ไป๋หลิงเชี่ยพลันชะงัก ดวงหน้างดงามนิ่งงันไปชั่วครู่ ปลายนิ้วเล็กเผลอบีบถ้วยชาที่อยู่ตรงหน้าแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไป๋จื่อหานมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ เตรียมก้าวออกไปยังเรือนรับรอง

ไป๋หลิงเชี่ยเงยหน้าขึ้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ แววตานิ่ง

“พี่ใหญ่ ข้ายืมมีดสั้นของท่านหน่อยได้หรือไม่”

ไป๋จื่อหานชะงักฝีเท้าก่อนจะหันกลับมาสบตานาง แต่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เพียงหยิบมีดสั้นออกจากเอวแล้วยื่นให้น้องสาวอย่างเต็มใจ

….

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel