ชาตินี้ข้าจักไม่ยอมเป็นสตรีโง่งม

71.0K · ยังไม่จบ
คุณยายจิ้งจอก
45
บท
490
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ตาย… หรือ? แล้วที่ท่านสัญญากับข้าว่าจะแต่งให้ข้าเป็นชายาเพียงคนเดียวของท่าน? เพียงความเข้าใจผิดเล็กน้อย ทำให้นางให้การสนับสนุนเขาและหลงไปในคำหวานของเขา จนถูกหลอกใช้เป็นหมากในเส้นทางแย่งชิงอำนาจในเมืองหลวง เมื่อนางหมดประโยชน์ก็ สังหารอย่างไร้เยื่อใย… แต่วันที่นางถูกสังหาร เหตุใดคนที่มาปกป้องนางถึงเป็นคนที่นางหักหลังเขาได้ล่ะ เหตุใดเขาต้องมาทิ้งชีวิตเพื่อนาง… … แต่เมื่อสวรรค์เมตตาให้นางหวนกลับมาอีกครั้งครานี้ นางจะแก้ไขชะตาของคนที่นางรักและรักนางทั้งสองคน… ส่วนความแค้นที่นางได้รับต้องทวงคืนอย่างสาสม

เกิดใหม่ในนิยายท่านอ๋องวังหลังเกิดใหม่จีนโบราณโรแมนติกดราม่า18+

ตอนที่1เพราะเหตุใด

ตอนที่ 1 เพราะเหตุใด

จวนเยี่ยนอ๋อง (หลี่จวิ้นอวิ๋น)

ยามราตรีเงียบงัน สายลมเย็นพัดมากระทบ ร่างบอบบางของ ไป๋หลิงเซี่ย ในอาภรณ์สีฟ้าคราม นางรีบเร่งก้าวเดินอย่างระแวดระวัง สายตากวาดมองซ้ายขวา ก่อนจะมุ่งตรงไปยังประตูด้านหลังของจวน

ใต้เงามืด มีชายชุดดำผู้หนึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว นางก้าวไปหยุดยืนเบื้องหน้าเขาอย่างไม่ลังเล มือเล็กยื่นห่อผ้าสีดำในมือส่งให้ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ

“บอก องค์ชายว่าข้าจะกลับไปรอเขาอยู่ที่จวน”

“ขอรับ”

ชายผู้นั้นค้อมศีรษะรับคำ รีบรับห่อผ้าแนบอก ก่อนจะหมุนกายหายลับไปในความมืด

ไป๋หลิงเซี่ยยืนมองแผ่นหลังของเขาเพียงครู่ ร่างบางพลันหมุนตัวเดินจากไปอีกทิศหนึ่งทันที

….

หนึ่งเดือนต่อมา

ประตูเมืองหลวงเปิดกว้าง เสียงแกร่งก้องสะท้อนไปทั่วทิศ

เสียงอันกังวานของขันทีอาวุโสดังสะท้าน

“ราชโองการ

เยี่ยนอ๋อง คิดคดก่อกบฏ ความผิดประจักษ์ หลักฐานชัดแจ้ง หาแย้งมิได้

โปรดเกล้าฯ ถอดยศศักดิ์ คืนสู่สามัญชน ลงทัณฑ์เนรเทศสู่ชายแดนตลอดชีวิต

จบราชโองการ”

เสียงกลองศึกโครมครามดังขึ้น ขบวนนักโทษเคลื่อนออกจากประตูเมืองอย่างเชื่องช้า

…..

สามวันต่อมา…

จวนแม่ทัพไป๋

ยามเว่ย

แสงอาทิตย์ยามบ่ายส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้สลัก ลงกระทบกระจกทองเหลืองจนเกิดประกายอ่อน ๆ ไป๋หลิงเซี่ย ในอาภรณ์สีขาว กำลังนั่งแต่งแต้มใบหน้าอย่างบรรจง รอยยิ้มบนดวงหน้าสะท้อนความสุขที่เต็มเปี่ยม

แต่แล้ว เสียงฝีเท้าเร่งร้อนก็ดังขึ้นจากด้านนอกห้อง รั่วอี้ สาวใช้คนสนิทวิ่งเข้ามา ใบหน้าซีดเผือด น้ำเสียงสั่นสะท้านด้วยความตระหนก

“คุณหนู! เกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ! องค์ชายห้า… กำลังจะสังหาร คุณชายใหญ่!”

เพียงสิ้นคำ พู่กันในมือของไป๋หลิงเซี่ยพลันร่วงลงกระแทกพื้นโต๊ะดังขึ้นอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มเมื่อครู่หายไปสิ้น แววตาสั่นไหวด้วยความตกตะลึง นางผุดลุกขึ้นแทบจะทันที หันไปจับจ้องรั่วอี้ที่ยังหอบหายใจแรงด้วยความแตกตื่น

แต่ก่อนที่นางจะเอ่ยถาม สายตาก็พลันเหลือบผ่านร่างสาวใช้คนสนิทไปยังลานกว้างของจวน ภาพเบื้องหน้าเต็มไปด้วยทหารหลวงนับไม่ถ้วนกำลังกรูกันเข้ามา เสียงตะโกนโหวกเหวกดังสนั่น บ่าวไพร่แตกตื่นวิ่งหนี บางถูกจับกุม บ้างล้มลุกคลุกคลาน ความวุ่นวายปั่นป่วนราวพายุโหมกระหน่ำ

ใจของนางร่วงวูบลงสู่ห้วงเหว เสียงแทบขาดหายขณะเอ่ยถาม

“ตอนนี้… พี่ข้าอยู่ที่ใด”

รั่วอี้ตอบทั้งยังหอบหายใจ

“หน้าเรือนใหญ่เจ้าค่ะ!”

ไม่ทันสิ้นคำ ไป๋หลิงเซี่ยก็เร่งก้าวออกไปโดยไม่รีรอ ร่างบางกวัดก้าวเร่งรุดราวสายลม รั่วอี้รีบหมุนกายตามคุณหนูไปในทันที ทั้งสองมุ่งตรงไปยังเรือนใหญ่ในจวนทันที

ไป๋หลิงเซี่ยวิ่งมาหยุดอยู่ริมสระน้ำ สองตาสะท้อนภาพหน้าลานเรือนใหญ่ที่กำลังวุ่นวาย นางยืนตัวสั่นด้วยความงุนงงและหวาดหวั่น ครั้นสายตาเหลือบไปเห็นบุรุษผู้เป็นพี่ชาย หัวใจนางก็ราวถูกฉีกทึ้ง

“พี่ใหญ่!!”

เสียงของนางแหลมพร่าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

ร่างสูงใหญ่ของ ไป๋จื่อหานที่กำลังคุกเข่าจมลงกลางลานเรือน เลือดไหลนองอาภรณ์สีฟ้าคราม ลูกธนูสามดอกปักเข้ากลางอกเขา เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นตามเสียง แววตาเต็มไปด้วยความห่วงใย ยามที่ทอดมองมาทางนาง

ข้างกายเขามีทหารหลวงสี่นายยืนคุมเชิง และถัดไปคือ องค์ชายห้า หลี่หรงอี้ ผู้ที่เคยบอกว่ารักนางอย่างจริงใจ แต่บัดนี้กลับยืนเคียงข้างกับ สตรีเชลยศึกจากแดนทุ่งหญ้า อัลตันฮวา ทั้งสองต่างหันตามเสียงนางในทันที

….