ตอนที่4มีสิ่งใดน่าชม
ตอนที่ 4มีสิ่งใดน่าชม
จวนเยี่ยนอ๋อง
สายลมเย็นยามราตรีพัดต้องโคมแดงไหววูบส่องแสงวูบวาบทั่วเรือนใหญ่
ไป๋หลิงเซี่ยและรั่วอี้สาวใช้คนสนิท ก้าวตามทางในจวนด้วยความระมัดระวัง จนมาหยุดยืนอยู่หน้าเรือนหอ ไป๋หลิงเซี่ยเอื้อมมือเล็กผลักประตูไม้ที่ประดับด้วยป้ายมงคลสีแดงให้เปิดออก
ทันใดนั้น เสียงทุ้มเยือกเย็นดังขึ้นจากภายในห้อง
“ด้านนอกมีสิ่งใดน่าชม ถึงทำให้ชายาของข้า ต้องออกไปเพ่นพ่านในคืนเข้าหอหรือ”
ไป๋หลิงเซี่ยชะงักเล็กน้อย หันไปตามเสียง ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า คือ เยี่ยนอ๋องในชุดเจ้าบ่าวสีชาด กำลังนั่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะกลางห้อง มือใหญ่ยกจอกสุราขึ้นอย่างสงบนิ่ง แสงโคมสาดกระทบใบหน้าคมของเขาจนทำให้ดวงตาคู่งามเบิกขึ้นเล็กน้อยกับความหล่อเหลาที่น่าหลงใหลนั้น
“เมื่อก่อนเหตุใด ข้าจึงไม่เคยมองท่านให้ชัดเจนเลย…”
เขาไม่เหลือบตามาแม้แต่น้อย เพียงยกจอกสุราขึ้นดื่มต่ออย่างสงบ
ไป๋หลิงเซี่ยหันไปสบตากับรั่วอี้เล็กน้อย สาวใช้คนสนิทเข้าใจในทันที จึงขยับกายถอยออกไปจากประตูอย่างนอบน้อม
ไป๋หลิงเซี่ยก้าวตรงเข้าไปใกล้เยี่ยนอ๋อง นางโน้มกายลงนั่งบนตักเขา ยกมือหนึ่งโอบลำคอ อีกมือเอื้อมหยิบกาสุรารินใส่จอก แล้วยิ้มหวาน มือเล็กยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด ก่อนจะวางลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา
ปลายนิ้วเรียวของนางลูบขึ้นไปบนอกกว้าง แววตาเจือความยั่วยวน
“สุรามงคลก็ดื่มแล้ว… เหลือแต่…”
เสียงหวานเอ่ยแผ่ว ปลายหางตาฉายแววเย้ายวน ไป๋หลิงเซี่ยเงยหน้าขึ้น สบตาบุรุษตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มหวาน
เยี่ยนอ๋องเพียงนิ่งเงียบครู่หนึ่ง สองแขนกระชับอุ้มร่างบางเข้าแนบอก ก่อนจะเดินตรงไปยังเตียงที่ปกคลุมด้วยม่านแดงที่กำลังพลิ้วไหวตามสายลม
ร่างน้อยถูกวางลงบนเตียงนุ่ม ไป๋หลิงเซี่ยนอนทอดกาย นัยน์ตานางใสวาวจ้องมองเขาอย่างคาดหวังและวาบหวาม ทว่าเยี่ยนอ๋อง กลับเพียงก้มมองนองเพียงครู่ ก่อนจะค่อย ๆ ผละมือออก
“วันนี้เจ้าเหนื่อยมากแล้ว… พักผ่อนเถิด”
เสียงทุ้มเรียบเย็นเปล่งขึ้นอย่างเย็นชา ก่อนจะหันหลังก้าวออกจากเตียง ร่างสูงสง่าก้าวตรงไปยังประตูห้อง
ไป๋หลิงเซี่ยมองตามด้วยรอยยิ้มบาง นางพลิกกายตะแคง มือหนึ่งยกขึ้นรองศีรษะ ปลายนิ้วเรียวอีกข้างปัดปอยผมที่ข้างแก้ม นัยน์ตาอ่อนหวานทอดมองแผ่นหลังเขา พลางพึมพำเสียงแผ่ว
“ท่านยังคงเย็นชาเช่นเดิม… แต่ข้ากลับรู้สึกว่าท่านช่างน่ารักนักถูกใจข้ายิ่ง”
……
เยี่ยนอ๋องก้าวมาหยุดอยู่หน้าห้องหนังสือ แสงโคมไฟส่องลอดผ่านบานประตูไม้ เขายกมือผลักประตูออก ก้าวเข้าไปภายในห้องที่คลุ้งไปด้วยกลิ่นหมึกจาง ๆ ภายในเงียบสงบ
เขาก้าวตรงไปยังโต๊ะใหญ่เบื้องหน้า กองฎีกาวางซ้อนตั้งสูง แล้วนั่งลงอย่างสงบนิ่ง หยิบฎีกาขึ้นมาอ่าน ดวงตาคมกริบกวาดไปตามอักษรบนฎีกาในมือ
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากภายนอก บานประตูถูกผลักเปิด องครักษ์มู่หวังในอาภรณ์สีดำก้าวเข้ามา เขาหยุดยืนเบื้องหน้าเยี่ยนอ๋อง แล้วประสานมือโค้งกายคำนับอย่างนอบน้อม
“ท่านอ๋อง”
เยี่ยนอ๋องเหลือบตาขึ้นมองแวบหนึ่ง ก่อนก้มลงไปอ่านฎีกาเช่นเดิม อีกมือยกถ้วยชาขึ้นจิบ น้ำเสียงเรียบเย็นเอื้อนเอ่ยออกมา
“กลับไปแล้วหรือ”
“ยัง พ่ะย่ะค่ะ”
องครักษ์ประจำกายเอ่ยตอบ
เยี่ยนอ๋องนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ยกถ้วยชาขึ้นจิบอีกครา ทว่าไม่ทันที่ความเงียบทอดยาว มู่หวังกลับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ราวกับกำลังลังเล
“แต่… เอ่อ…”
เยี่ยนอ๋องวางถ้วยชาใบเล็กลงบนโต๊ะเบา ๆ ดวงตาคมตวัดมองด้วยความสงสัย
“มีอะไร”
……
