ตอนที่3ย้อนกลับมา
ตอนที่ 3 ย้อนกลับมา
จวนเยี่ยนอ๋อง
ทั่วทั้งจวนคลาคล่ำด้วยผ้าแพรสีแดงสะบัดพลิ้วต้องแสงโคมไฟมงคล เสียงหัวร่อและเสียงพูดคุยของบรรดาขุนนางผู้ทรงเกียรติยังคงดังก้องในห้องโถงใหญ่อย่างคึกคัก
หากในเรือนหอเจ้าสาวกลับเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงลมยามราตรีพัดลอดเข้ามาต้องม่านบาง
ไป๋หลิงเซี่ยในอาภรณ์เจ้าสาวสีแดงนั่งอยู่บนเตียง เส้นผมดำขลับพลิ้วไหว นางพลันหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะสะดุ้งลืมตาโพลง หอบหายใจแรง สายตาคมทอดมองพาพเบื้องหน้าด้วยความงุนงงและสับสน
“เหตุใด… ข้าถึงมาอยู่ที่นี่?”
เสียงเอื้อนเอ่ยของนางเต็มไปด้วยความสงสัย นางไม่ใช่ตายไปแล้วหรือแล้วเหตุใด…
เพียงเสี้ยวนาทีภาพเหตุการณ์ทุกอย่างพลันไหลย้อนกลับมายังวันที่นางเพิ่งแต่งเข้าสู่จวนอ๋อง
“วันนี้… วันที่ข้าแต่งเข้าจวนอ๋อง”
“เซี่ยเซี่ย!… เซี่ยเซี่ย!”
เสียงเรียกอันคุ้นเคยดังขึ้น มือใหญ่ที่กำลังกุมมือนางอยู่บีบแน่นขึ้นอย่างเป็นห่วง
ไป๋หลิงเซี่ยหันไปสบตาเขา บุรุษที่นั่งเคียงข้าง สายตานางสบเข้ากับสายตาของหลี่หรงอี้ที่กำลังจ้องนางอยู่
ทันทีที่เห็นใบหน้าของหลี่หรงอี้ ความโกรธพลันแล่นขึ้นเต็มอก มิอาจอดกลั้นได้อีก มือบางตวัดฟาดลงบนใบหน้าคมของเขาเต็มแรง
เพี๊ยะ!!
หลี่หรงอี้หันไปตามแรงตบ เขายกมือขึ้นกุมใบหน้าด้วยความเจ็บปวดและงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ไป๋หลิงเซี่ยกำมือแน่น พลันนึกถึงภาพเลวร้ายในชาติก่อนที่เขาฆ่านางกับพี่ชายของนางอย่างไร้เยื่อใย ริมฝีปากแดงเม้มแน่น ดวงตานางเต็มไปด้วยความแค้น
หลี่หรงอี้หันมาสบตานางด้วยความฉงน เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบแฝงไปด้วยความประหลาดใจ
“เซี่ยเซี่ย… เจ้า…”
ไป๋หลิงเซี่ยไม่เอื้อนเอ่ยคำใด ในใจเต็มไปด้วยความคับแค้น เพียงอึดใจ มือเล็กก็หยิบเข็มเงินออกจากปักผม แสงเย็นวาบสะท้อนแสงโคมแดงในห้องหอ
“ชาติภพนี้ข้าจักไม่ขอเป็นสตรีโง่งมอีก”
เสียงในใจนางดังก้อง สายตาคมกริบของนางวาววับ มือเรียวตรงเข้าปักเข็มไปยังจุด จิ่วเว่ย (บริเวณไหล่ซ้ายของเขา ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ใช้สะกดลมหายใจให้สลบในพริบตา) โดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว
“อึก-!”
หลี่หรงอี้เบิกตากว้าง ร่างสูงใหญ่สะท้านเฮือก ก่อนทรุดฮวบลงกับพื้นทันใด ดวงตาคมทอดมองนางด้วยความสับสนและไม่เข้าใจก่อนจะหมดสติไป
ไป๋หลิงเซี่ยจ้องมองร่างของเขาที่ล้มลง นางกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อโลหิตซึม ริมฝีปากสั่นระริก เอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่น
“รั่วอี้ รั่วอี้!”
สิ้นเสียง ประตูห้องหอก็ถูกเปิดออกจากด้านนอก พร้อมปรากฏร่างบางของสาวใช้คนสนิทรั่วอี้
รั่วอี้ก้าวพ้นขอบประตู หันมาพบกับร่างที่นอนแน่นิ่งของหลี่หรงอี้ นางเบิกตากว้างด้วยความตกใจอุทานออกมาเสียงสั่น
“คุณหนู!”
เสียงร้อนรนของ รั่วอี้ สาวใช้คนสนิทดังขึ้น นางรีบผลักบานประตูให้ปิดลงทันทีแล้ววิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตกตะลึง
“คุณหนู… องค์ชายเขา…”
ไป๋หลิงเซี่ยเอ่ยขึ้นทันที ด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ไม่ตายหรอก… เพียงแต่สลบไปเท่านั้น”
ว่าจบ นางก็ก้าวไปนั่งยังโต๊ะกลางห้อง มือบางรินน้ำชาลงถ้วยชาใบเล็ก ยกขึ้นจิบดับอารมณ์อาฆาตแค้นเมื่อครู่
รั่วอี้ยังคงร้อนรนไม่หาย เอ่ยขึ้นด้วยความหวาดหวั่น
“คุณหนู เช่นนี้หากมีผู้ใดมาเห็นเข้า… เราจะทำเช่นไรดีเจ้าคะ”
ไป๋หลิงเซี่ยวางถ้วยน้ำชาลง เสียงของนางเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความขุ่นเคือง
“ไอ้สารเลวนั่น… มาทำอันใดในห้องหอของข้า!”
นางเอื้อมมือรินชาอีกครั้ง ยกขึ้นดื่มโดยไม่หันกลับไปมองร่างบนพื้น
รั่วอี้ที่ยืนอยู่ข้างกายนางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มกายเข้ากระซิบข้างหูของ ไป๋หลิงเซี่ย
“…ก็คุณหนูเองที่นัดองค์ชายห้ามา… เพื่อจะมอบความบริสุทธิ์ให้เขาก่อนจะเข้าห้องหอไม่ใช่หรือเจ้าคะ…”
ไป๋หลิงเซี่ยได้ฟังถึงกับชะงัก ดวงตาเบิกกว้าง นางพลันหวนคิดย้อนกลับ ใช่แล้วชาติก่อนเพราะหลังจากเขาช่วยชีวิตนางจากกองเพลิง จากนั้นนางก็ตั้งมั่นว่าจะตอบแทนเขาด้วยการเป็นชายาของเขาเพียงผู้เดียว และสนับสนุนเขาในทุกทาง แต่ในเมื่อนางต้องแต่งงานตามสมรสพระราชทานจึงคิดอยากจะมอบร่างกายให้เขาก่อนบุรุษอื่น แต่เขากลับปฏิเสธด้วยถ้อยคำหวาน นางยังหลงคิดว่าเขานั้นรักนางอย่างจริงใจ และเพื่อช่วยเขาขึ้นเป็นรัชทายาท นางจึงอยู่ในจวนอ๋องเพื่อสืบข่าวให้เขารู้ทุกความเคลื่อนไหวของเยี่ยนอ๋อง
แต่ในเมื่อชาตินี้นางได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง นางจะไม่ทำผิดต่อบุรุษที่รักนางจากใจจริงอีก…
ไป๋หลิงเซี่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนวางถ้วยชาลงพลางเอ่ยเสียงเรียบ
“เอาไปทิ้งไว้ประตูหลัง…”
นางเอื้อมมือรินชาใหม่ พลางยกขึ้นจิบอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก
“เจ้าค่ะ”
รั่วอี้ค้อมศีรษะรับคำ
ไป๋หลิงเซี่ยปรายตาไปยังร่างของหลี่หรงอี้ซึ่งหมดสติอยู่กับพื้น ใบหน้างามของนางปรากฏแววตาเย็นชาไร้ซึ่งความเวทนา
“ชาตินี้… ท่านอย่าได้หวังหลอกใช้ข้าอีก คนสารเลวเช่นท่านไม่คู่ควรกับความรักของข้า”
สิ้นคำ นางยกถ้วยชาใบเล็กขึ้นแตะริมฝีปาก จิบเบา ๆ รสขมอุ่นไหลอ่านลำคอ เสียงสายลมยามราตรีแผ่วผ่านหน้าต่าง ต้องชายผมดำขลับของนางพลิ้วไหว
……
