ตอนที่2
ไป๋หลิงเซี่ยไม่รีรอ รีบวิ่งข้ามสะพานไม้ตรงเข้าไปในลานใหญ่ นางทรุดตัวลงประคองร่างพี่ชายเอาไว้ ดวงตาเปี่ยมโทสะเงยหน้าขึ้นมองหลี่หรงอี้ เอ่ยถามด้วยเสียงสั่น
“เพราะเหตุใด!!”
หลี่หรงอี้หัวเราะเยาะ สาวเท้าเข้ามาใกล้ ค้อมกายลง มือหยาบยื่นไปแตะใบหน้าขาวนวลของนางแผ่วเบา แต่ถ้อยคำกลับเย็นเฉียบ
“ตอนแรกหากยอมมอบ ตราพยัคฆ์ของทหารแสนนายให้ข้าดี ๆ ข้าก็จะเห็นแก่ที่เจ้าช่วยข้าขโมยแผนการทหารจากสามีของเจ้ามาให้ข้า… และจะให้พวกเจ้าสองพี่สองตายอย่างง่ายดายเสียไม่ต้อง ทุกข์ทรมาน”
ไป๋หลิงเซี่ยน้ำตารื้น หัวใจปวดร้าวจนไม่อาจฝืนได้ นางพยายามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขาดห้วง
“ตาย… หรือ? แล้วที่ท่านสัญญากับข้าว่าหากข้าทำงานนี้สำเร็จ ท่านจะแต่งกับข้า ให้เป็นชายาเพียงคนเดียวของท่าน?”
ยังไม่ทันสิ้นคำ สตรีผู้ยืนเคียงข้างก็หัวเราะก้อง อัลตันฮวาก้าวเข้ามา หลี่หรงอี้ผละขึ้นยืนขยับมาโอบเอวบางของนางแนบแน่น สองสายตาประสานกันหวานล้ำ
อัลตันฮวาหันไปมองไป๋หลิงเซี่ย แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน เอื้อนเอ่ยถ้อยคำเยาะเย้ย
“สตรีอ่อนแอเช่นเจ้า หรงอี้ไม่มีวันรัก เขาเพียงหลอกใช้ใบหน้าที่งดงามของเจ้าเป็นเครื่องมือเท่านั้น อย่าได้ฝันเฝื่องไปเลย”
ถ้อยคำนั้นเสมือนคมมีดกรีดกลางดวงใจ ไป๋หลิงเซี่ยหัวเราะทั้งน้ำตา ความเจ็บปวดแผ่วซ่านจนแทบจะทนไม่ไหว
แม่ทัพไป๋จื่อหานที่บัดนี้ร่างกายอาบไปด้วยเลือด ค่อย ๆ ยกมือเปื้อนโลหิตขึ้นแตะใบหน้าของน้องสาว แววตายังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย นางน้ำตาไหลพราก เงยหน้าสบตาพี่ชายด้วยความรู้สึกผิดที่ดื้อรั้นไม่ยอมฟังคำเตือนของพี่ชาย
“พี่ใหญ่… ข้าขอโทษ”
ไป๋จื่อหานเพียงส่ายหน้าเบา ๆ เป็นคำตอบ เพื่อปลอบโยนน้องสาวของตนเอง
อัลตันฮวาซุกกายในอ้อมอกหลี่หรงอี้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นส่งสายตาออดอ้อน พลันเอ่ยเสียงนุ่ม
“หรงอี้… ข้าขอสังหารแม่ทัพไป๋ผู้นี้ แก้แค้นแทนท่านพ่อกับพี่ชายข้าได้หรือไม่”
หลี่หรงอี้ก้มลงลูบแก้มงามของนาง เผยรอยยิ้มบาง เอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ได้… สองพี่น้องนี้ ข้ามอบให้เจ้า ข้าเหนื่อยแล้วจะกลับไปพัก”
กล่าวจบเขาหันกายเดินจากไปโดยไม่เหลียวแลแม้เพียงเสี้ยว อัลตันฮวายิ้มแย้มออกมาอย่างสมใจ นางหันไปกวักมือเรียกทหารผู้หนึ่ง ทหารรีบนำศรธนูส่งให้นางทันที
อัลตันฮวาง้างคันศรเล็งตรงไปยังไป๋หลิงเซี่ย สายตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ไป๋หลิงเซี่ยทอดสายตามองไปยังหลี่หรงอี้อีกครั้ง ใบหน้าของเขาในยามนี้เย็นชาไร้เมตตา ราวกับไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แล้วก้าวเดินต่อโดยไม่หันกลับมาอีก นางน้ำตาคลอ ค่อย ๆ หลับตาลงยอมรับชะตากรรม
ฟิ้ว!
เสียงลูกธนูสามดอกแหวกอากาศพุ่งออกมา!
ทันใดนั้น ลมแรงโถมเข้ามา พร้อมกับอ้อมกอดอันคุ้นเคยโอบรัดร่างของนางไว้ นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองบุรุษที่อยู่ตรงหน้า
“ท่านอ๋อง…”
นางร้องเรียกเสียงสั่นสะท้าน
เยี่ยนอ๋องสบตานาง แววตาอ่อนโยน เขากระอักเลือดออกมา ก่อนเอ่ยเสียงเบา
“ไม่ต้องกลัว ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”
เพียงถ้อยคำสั้น ๆ น้ำตาของไป๋หลิงเซี่ยก็ไหลพรากด้วยความรู้สึกผิดความเจ็บปวดแล่นเข้ากัดกินหัวใจนาง ความสับสนแล่นมาเต็มหัวใจ
เพราะเหตุใด ข้าที่หักหลังท่านแต่ท่านกลับมาทิ้งชีวิตเพื่อข้า…
อัลตันฮวาทอดมองทั้งสองอย่างสะใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงแข็งกร้าว
“ยิงธนู!”
ทหารหลวงนับสิบต่างพร้อมใจกันง้างคันศร ปลายธนูเล็งตรงมาที่ทั้งสามคนในทันที
ไป๋หลิงเซี่ยเงยหน้ามองศรนับสิบที่พุ่งเข้ามา นางยกมือขึ้นแตะแก้มของเยี่ยนอ๋องลูบไล้แผ่วเบา พร้อมกับรอยยิ้มบางบนใบหน้างาม ริมฝีปากเล็กขยับเอื้อนเอ่ย
“… หากชาติหน้ามีจริง ข้าจะชดใช้ให้ท่าน…”
เยี่ยนอ๋องยิ้มบาง พยักหน้าเบา ๆ ตอบรับคำของนาง
เพียงเสี้ยวนาที เสียงของลูกธนูนับสิบก็พุ่งปักร่างของทั้งสอง เลือดไหลอาบพื้น แสงสุดท้ายในดวงตาของนางค่อย ๆ ดับมืดลง…
….
