ตอนที่8เปลี่ยนไป
ตอนที่ 8เปลี่ยนไป
เรือนรับรองภายในจวนแม่ทัพไป๋
สายลมเย็นพัดต้องผ่านสีอ่อนไหวตามแรงลม ภายในเรือนอบอวลไปด้วยกลิ่นชา
องค์ชายห้าหลี่หรงอี้ในชุดสีเทาอ่อนนั่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะกลางเรือนรับรอง มือใหญ่ยกถ้วยชาใบเล็กขึ้นจิบอย่างเยือกเย็น แววตาลุ่มลึก ข้างกายเขามีอัลตันฮวาในชุดสีแดงเข้ม ยืนเคียงข้างด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง
ไม่นานนัก ไป๋จื่อหานและไป๋หลิงเชี่ยก็ก้าวเข้ามา ทั้งสองประสานมือโค้งกายเบื้องหน้าหลี่หรงอี้อย่างนอบน้อม
“องค์ชายห้า”
หลี่หรงอี้เหลือบตาขึ้นเล็กน้อย พยักหน้ารับสายตาหันไปทางไป๋หลิงเชี่ยพลางเอ่ยเสียงเรียบ
“เซี่ยเซี่ย นั่งสิ”
“ขอบพระทัยเพคะ”
นางเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนเหลือบมองอัลตันฮวาแวบหนึ่ง แล้วนั่งลงตรงหน้า ครั้นหลี่หรงอี้ส่งสายตาให้นาง เพียงเสี้ยวพริบตา ไป๋หลิงเชี่ยก็เข้าใจทันที นางจึงหันไปหาไป๋จื่อหานเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“พี่ใหญ่ ข้าอยากคุยกับองค์ชายตามลำพังได้หรือไม่”
ไป๋จื่อหานชะงักครู่หนึ่งด้วยความลังเล สายตาคมสบเข้ากับดวงตาของน้องสาวที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่ เขาจึงพยักหน้าตอบ โค้งกายคำนับหลี่หรงอี้แล้วหมุนกายก้าวออกไปอย่างเงียบงัน
เมื่อเงาร่างของไป๋จื่อหานก้าวออกจากประตูเรือนรับรอง หลี่หรงอี้ก็เอื้อมมือใหญ่มาแตะมือบางของไป๋หลิงเชี่ย สายตาคมสบตานางอย่างลึกซึ้งเอ่ยเสียงนุ่มนวล
“เซี่ยเซี่ย เจ้าหาที่ซ่อนแผนการทหารของพี่รองได้แล้วหรือไม่”
ไป๋หลิงเชี่ยมิได้เบือนหน้าหลบ ดวงตานางสบประสานกับเขาตรง ๆ แต่ในแววตานางนั้นกลับไร้ความอ่อนโยนดั่งวันวาน มีแต่ความเย็นชาแผ่ซ่านจนอีกฝ่ายสัมผัสได้ชัดเจน
นางดึงมือกลับอย่างไร้เยื่อใย เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
“องค์ชาย โปรดสำรวมด้วย บัดนี้ข้าแต่งงานแล้ว ต่อไปภายหน้า ข้ากับท่านมิควรข้องเกี่ยวกันอีก”
หลี่หรงอี้สะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาวาววับด้วยความฉงน เอ่ยเสียงกดต่ำ
“ไป๋หลิงเชี่ย… เจ้าหมายความว่าอย่างไร!”
ไป๋หลิงเชี่ยกลับไม่เหลือบมองเขาอีก นางเพียงค่อย ๆ ยกกาน้ำชา รินหยาดน้ำชาลงถ้วยใบเล็กด้วยท่าทีสงบนิ่ง ริมฝีปากบางเอื้อนเอ่ยเสียงเรียบ
“ข้าหมายความตามที่พูด… ข้าจะไม่ยอมให้ท่านหลอกใช้ได้อีก”
เอ่ยจบ นางยกถ้วยชาขึ้นจิบเบา ๆ ท่วงท่าสงบนิ่งประหนึ่งมิได้สนใจผู้อยู่เบื้องหน้าเลยแม้แต่น้อย
หลี่หรงอี้มองนางด้วยแววตาแปลกใจ เหตุใดนางที่เคยหลงใหลเขาถึงได้เปลี่ยนเป็นเย็นชากับเขาได้
…
ภายในสวนของจวนแม่ทัพไป๋
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของมวนดอกไม้นานาพันธุ์ลอยฟุ้งไปทั่ว สายลมเย็นพัดพาเกสรไปตามกระแสลม
ไป๋จื่อหานนั่งอยู่ภายในศาลากลางสวน มือใหญ่ยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างเนิบช้า สายตาทอดมองทิวทัศน์รอบกายอย่างอารมณ์เย็น
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ พลันปรากฏร่างของบ่าวชายผู้หนึ่งเร่งฝีเท้าเข้ามาด้วยท่าทางร้อนรน หยุดยืนอยู่เบื้องหน้า ไป๋จื่อหาน ก่อนจะยกมือประสานโค้งกายต่ำเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเร่งรีบ
“ท่านแม่ทัพ… เยี่ยนอ๋องเสด็จมาขอรับ ตอนนี้ไปรอท่านที่เรือนรับรองแล้วขอรับ”
ไป๋จื่อหานชะงักเล็กน้อย มือที่กำถ้วยชาหยุดกลางอากาศ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ริมฝีปากพึมพำด้วยน้ำเสียงต่ำ
“แย่แล้ว…”
สิ้นคำกล่าว ร่างสูงก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะหมุนกายแล้วรีบรุดตรงออกไปทันที
…
ภายในเรือนรับรอง
บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดตึงเครียด
ไป๋หลิงเชี่ยยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างสงบนิ่ง แววตาเยือกเย็น
อัลตันฮวาที่ยืนเคียงข้างหลี่หรงอี้ด้วยสีหน้าหยิ่งผยอง พลันหัวเราะเยาะออกมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยการดูแคลน
“คงหมดหนทางเรียกร้องความสนใจจากหรงอี้แล้วละสิ ถึงต้องใช้เล่ห์เพทุบายเช่นนี้… สตรีที่งามแต่เพียงรูปโฉมอย่างเจ้าเนี่ย น่าสมเพชเสียจริง”
ไป๋หลิงเชี่ยวางถ้วยชาเบา ๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตานางตรง ๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นดุจคมมีด
“แล้วสตรีผู้กล้าทรยศแม้แต่เผ่าของตน… เจ้าว่าควรยกย่องกระนั้นหรือ?”
คำพูดนั้นดุจเพลิงลุกเผา อัลตันฮวาหน้าแดงก่ำด้วยโทสะ รีบสาวเท้าเข้าไปหมายจะยกมือขึ้นตบสั่งสอนนาง ทว่า หลี่หรงอี้กลับคว้าข้อมือนางไว้แน่น เอ่ยเสียงแข็งดุดัน
“พอได้แล้ว!!”
อัลตันฮวาเบิกตากว้าง มองเขาด้วยความโกรธและน้อยใจ ก่อนจะสะบัดมือออกอย่างแรง สีหน้าบึ้งตึงฉายชัด
หลี่หรงอี้ถอนหายใจ ก่อนหันกลับไปมองไป๋หลิงเชี่ย แววตาอ่อนลง เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“เซี่ยเซี่ย เจ้าอย่าได้โกรธเคืองเลย ข้าเคยให้สัญญาไว้แล้วมิใช่หรือ หากงานข้าสำเร็จ ชายาเพียงหนึ่งเดียวของข้า คือเจ้าเท่านั้น… ในใจข้ามีเพียงเจ้า”
ไป๋หลิงเชี่ยสบตาเขาอย่างไม่หวั่นไหว ก่อนวางถ้วยชาลงบนโต๊ะช้า ๆ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
“ได้… ข้าจะช่วยท่าน”
แววตาหลี่หรงอี้ทอประกายดีใจ ยกยิ้มโล่งอกทันที พลางเอ่ยเสียงอ่อนโยน
“ข้ารู้ว่าเจ้ารักเพียงข้า… ข้าเองก็ใส่ใจเจ้ามาก เมื่อข้าทำงานนี้สำเร็จจะต้องตอบแทนเจ้าเป็นแน่”
ไป๋หลิงเชี่ยเพียงคลี่ยิ้มบาง แล้วเหลือบตาไปมองอัลตันฮวาที่ยืนตระหง่านอยู่ข้างกายเขา ใบหน้าเย่อหยิ่งนั้นยิ่งทำให้ดวงตาของนางเย็นชาเฉียบคม
ภายนอกเรือนรับรอง
สายลมย่ามบ่ายพัดโชยมา กระทบชายอาภรณ์สีเข้มของ เยี่ยนอ๋อง ที่ยืนนิ่งอยู่ ดวงตาคมส่องประกายแห่งความปวดร้าวในใจ คำพูดของนางเมื่อครู่ดั่งคมมีดกรีดลึกลงสู่หัวใจ
สายตาเขาเหลือบไปยังม่านบางของเรือนรับรองที่พลิ้วไหวไปตามแรงลม ภาพเงาทั้งสามด้านในปรากฏชัดเจนในสายตา เยี่ยนอ๋องยืนนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนหมุนกายเดินออกจากเรือนรับรองไปตามทางในจวน กระทั่งถึงลานใหญ่เบื้องหน้า
“ท่านอ๋อง”
เสียงเรียบของ ไป๋จื่อหาน ดังขึ้นทำให้ เยี่ยนอ๋องหยุดฝีเท้าลง ไม่นานนัก ร่างสูงของไป๋จื่อหานก็เร่งก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้า ก่อนจะประสานมือโค้งกายต่ำ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ท่านอ๋องเพิ่งเสด็จมา เหตุใดไม่แวะดื่มชาที่เรือนรับรองสักครู่ พ่ะย่ะค่ะ”
เยี่ยนอ๋องสบตาเขาด้วยแววตาเรียบนิ่ง เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ
“ข้าเพียงมารับชายา… เพียงแต่ดูท่า นางคงมีความสุขที่จะอยู่ที่นี่ เช่นนั้น ข้าก็มิอาจรบกวน เจ้าไม่จำเป็นต้องส่ง”
สิ้นคำ เขาสะบัดแขนเสื้อพลันหันหลัง ก้าวตรงไปยังนอกจวน ที่มี มู่หวังองครักษ์ประจำกายยืนรออยู่เคียงข้างรถม้าอันหรูหราแห่งจวนอ๋อง
ไป๋จื่อหานมองตามแผ่นหลังที่ห่างออกไปทุกขณะ ก่อนถอนหายใจเบา ๆ ความหนักอึ้งในใจมิอาจปิดบัง
