ตอนที่4
ลู่เยียนหรันหันไปทางฮูหยินผู้เฒ่าซูด้วยใบหน้าสงบนิ่ง แล้วยกมือขึ้นประสานพร้อมกับย่อกายคารวะอย่างนอบน้อมก่อนจะพูดขึ้น
“ท่านย่า ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็ขอส่งเสริมให้คุณชายใหญ่กับแม่นางไป๋เจ้าค่ะ พวกเขาทั้งสองรักมั่นกันถึงเพียงนี้ ข้าก็ไม่อยากเข้าไปแทรกกลางระหว่างความรักของทั้งสอง”
ฮูหยินผู้เฒ่าซูชะงักไปเล็กน้อย นางหันไปมองหลานชายของตนเองกับสตรีอ่อนแอที่ยังคงคุกเข่าร้องให้อยู่อย่างน่าสงสารแล้วก็หันกลับมาหาลู่เยียนหรันที่ยืนนิ่งอยู่
“อาหรัน การหมั้นหมายของพวกเจ้าทั้งสองเป็นราชโองการจากฝ่าบาท อย่างไรเสีย เจ้าก็ต้องเป็นฮูหยินเอกของจวนส่วนนางก็ให้เป็นอนุดีหรือไม่ถึงอย่างไร นางก็เป็นผู้มีพระคุณของอี้หาน”
“ท่านย่า! ให้อาเยว่เป็นอนุไม่ได้ขอรับ นางมีนิสัยอ่อนหวานและไร้เดียงสานัก หากเป็นอนุภรรยาเกรงว่านางจะถูกรังแก นางเป็นเพียงเด็กกำพร้าไร้ที่พึ่งหากถูกรังแกคงจะทนรับไม่ไหวขอรับ”
น้ำเสียงไม่พอใจของซูอี้หานดังขึ้น เขาเองในยามนี้ก็คุกเข่าลงไปอยู่เคียงข้างกับไป๋อิงเยว่เพื่อขอร้องท่านย่าของตนเอง กล่าวจบเขาก็หันไปสบตากับไป๋อิงเยว่เพื่อปลอบโยนนางที่กำลังร่ำให้อย่างน้อยเนื้อต่ำใจ
เขาเพียงรู้สึกว่านางช่างน่าทะนุถนอมยิ่งนัก ช่างเป็นสตรีที่อ่อนโยนและไร้เดียงสา เขาไม่อาจยอมให้นางต้องมาถูกรังแกแบบนี้ในเมืองหลวงนี้การเป็นอนุภรรยาสำหรับนางแล้วก็เหมือนกำลังส่งนางเข้ากองไฟ สตรีผู้น่าสงสารคนนี้จะทนอยู่ได้อย่างไร
ดวงตาคมกริบยกขึ้นมองลู่เยียนหรันที่ยังคงยืนนิ่งไม่ได้เอ่ยคำใด ลู่เยียนหรันนั้นเติบโตมาจากการเลี้ยงดูจากบ้านของเขาถึงแม้นางจะเป็นเด็กกำพร้าเช่นกันทว่านางก็ยังคงมีสินเดิมมากมายและมีฝ่าบาทเป็นผู้หนุนหลัง ขอเพียงให้นางเอ่ยปาก ฝ่าบาทต้องยินยอมให้ไป๋อิงเยว่แต่งเข้ามาเป็นภรรยาเสมอภาคเป็นแน่
“เยียนหรันข้ารู้ว่าผิด แต่นางเป็นผู้มีพระคุณของข้า เจ้าให้นางแต่งเข้ามาเป็นภรรยาเสมอภาค ข้าสัญญาว่าจะไม่มีวันละเลยเจ้า ข้ารักเจ้าเพียงคนเดียว แต่ตอนนี้นางตั้งครรภ์อยู่เจ้ายอมนางไปก่อนได้หรือไม่”
ลู่เยียนหรันพลันรู้สึกสะอิดสะเอียนกับคำว่ารักของเขา คำว่ารักนี้หลอกหลวงนางมาหลายปี หัวใจของนางเจ็บปวดมาเท่าไหร่กับคำนี้ จากนี้นางจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาอีก
ฮูหยินผู้เฒ่าซูเมื่อได้ฟังสิ่งที่หลานชายตัวดีพูดถึงกับโกรธจนแน่นหน้าอก นางยกมือขึ้นกุมหน้าอกแน่นพร้อมชี้นิ้วไปยังซูอี้หานอย่างโมโหแล้วด่าเขา
“ไร้ยางอายสิ้นดี! เจ้า—”
ยังเอ่ยไม่ทันจบ ร่างของนางก็พลันอ่อนแรงและเซถลา สาวใช้ที่ยืนอยู่ต่างช่วยกันประคองร่างของฮูหยินผู้เฒ่าอย่างระมัดระวัง
“ท่านย่า! ตามหมอเร็ว!”
ซูอี้หานตวาดเสียงดังก้องเมื่อเห็นท่านย่าของเขาโกรธจนหมดสติไป เหล่าสาวใช้ต่างช่วยกันประคองร่างของฮูหยินผู้เฒ่าซูตรงไปยังเรือนพักทันที
ซูอี้หานหันไปมองลู่เยียนหรันที่ยังคงยืนนิ่งสงบอยู่ในใจเขาพลันรู้สึกหงุดหงิดกับท่าทางเย่อหยิ่งนี้ของนาง เขาถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์แล้วสะบัดแขนเสื้อก่อนจะหันไปอุ้มร่างบอบบางของไป๋อิงเยว่ขึ้นมาแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เยียนหรันข้าให้โอกาสเจ้าแล้ว แต่หากเจ้ายังดื้อรั้นเช่นนี้ ข้าก็จะแต่งงานกับอาเยว่ก่อน เมื่อนางคลอดลูกชายออกมาเมื่อไหร่ ข้าถึงจะแต่งงานกับเจ้า”
กล่าวจบ เขาก็ก้าวออกไปทันทีไม่ได้หันกลับมาอีก
ลู่เยียนหรันยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม นางทอดมองตามสองเงาร่างนั้นที่กำลังก้าวห่างออกไปเรื่อย นางยังคงสังเกตเห็นแววตาของผู้ชนะในดวงตาของไป๋อิงเยว่ที่มองมายังนางทว่าในยามนี้หัวใจนางกลับวางเปล่า
ความรักที่นางทุ่มเทมานานนับสิบกว่าปีนั้นกลับไร้ค่าสำหรับเขาไปเสียแล้ว
“คุณหนู เหตุใดคุณชายใหญ่ถึงทำกับท่านถึงเพียงนี้”
รั่วเจียงเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ นางรู้สึกคับแค้นแทนคุณหนูของตนยิ่งนัก คุณหนูของนางเฝ้ารอเขามาเนินนานทว่าในวันที่เขาประสบความสำเร็จได้เป็นแม่ทัพ เขากลับพาสตรีอื่นมาแถมยังประกาศว่าจะแต่งกับนางก่อน
มันช่างเป็นการหยามเกียรติกันเกินไปแล้ว คนทั้งเมืองหลวงต่างรู้ว่า คุณหนูของนางกับซูอี้หานเป็นคู่หมั้นกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ เหตุใดเขาถึงหักหน้ากันเช่นนี้
…….
