บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 เส้นทางสู่วังหลวง

กำแพงวังหลวงสีแดงชาดตั้งตระหง่านตัดกับขอบฟ้าสีครามเข้ม ราวกับยักษ์ใหญ่ที่คอยกลืนกินชีวิตของสตรีทั่วแผ่นดิน ขบวนรถม้าที่บรรทุกเหล่าหญิงงามผู้ได้รับเลือกค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านประตูทิศเหนือด้วยความเงียบเชียบ มีเพียงเสียงล้อรถบดไปบนพื้นหินและเสียงถอนหายใจจางๆ ของหญิงสาวบางคนที่เริ่มหวาดกลัวต่ออนาคตที่ไม่รู้จบ

ภายในรถม้าคันที่สาม หลินชิงเยียน นั่งตัวตรง หลังพิงผนังรถม้าอย่างมั่นคง ดวงตาของนางมองลอดม่านพับที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย เห็นเงาของกำแพงวังที่ทอดยาวทับถมลงมาบนพื้นดิน นางไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านเหมือนหญิงสาวคนอื่นที่อาจกำลังตื่นเต้นกับลาภยศ หรือหวาดหวั่นต่อข่าวลือเรื่องจักรพรรดิผู้เหี้ยมโหด

สำหรับชิงเยียน... วังหลวงไม่ใช่สถานที่แปลกใหม่ แต่มันคือสถานที่ที่นางเคยเห็นผ่านหยาดน้ำตาและคำบอกเล่าอันน่าสยดสยองของพี่สาวในวันสุดท้ายของชีวิต

"ชิงเยียน... ในนั้นคือสมรภูมิที่ไม่มีเสียงดาบ แต่มีคาวเลือดไม่ต่างจากสนามรบ" คำพูดของหลินเยี่ยฉือในชาติก่อนยังคงดังก้องอยู่ในหัว

ชิงเยียนลอบยิ้มเย็น "พี่สาวท่านส่งข้ามาที่นี่เพราะคิดว่าข้าจะกลายเป็นศพที่ไร้คนจดจำ แต่ท่านคงหารู้ไม่ว่า ข้ากลับมาพร้อมกับแผนผังของสมรภูมินี้ในหัวสมอง"

เมื่อขบวนรถม้าหยุดลง ณ ลานหน้าตำหนักรับรองเหล่านางสนม ขันทีอาวุโสนามว่า กงกงหลี่ ผู้มีใบหน้าเรียบเฉยราวกระดาษขาว เดินเข้ามาตรวจตราความเรียบร้อย หญิงสาวนับสิบคนถูกสั่งให้ยืนเรียงแถวตามลำดับยศของตระกูล

"พวกเจ้าจงฟังให้ดี!" เสียงของกงกงหลี่แหลมสูงและทรงพลัง "ที่นี่คือวังหลวง กฎระเบียบเคร่งครัดยิ่งกว่าชีวิต ห้ามสบพระเนตรหากมิได้รับอนุญาต ห้ามพูดจาเพ้อเจ้อ และเหนือสิ่งอื่นใด ห้ามทำตัวโดดเด่นเกินงามจนสะดุดตาเบื้องสูงโดยไม่ได้รับสั่ง"

ชิงเยียนก้มหน้าลงต่ำเหมือนหญิงสาวขี้อายทั่วไป แต่นางกำลังใช้โสตประสาทรับฟังทุกเสียงรอบข้าง นางได้ยินเสียงกระซิบกระซาบของบุตรสาวขุนนางใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างๆ

"นั่นคือ โจวไฉ่เหริน บุตรสาวเสนาบดีกรมพิธีการสินะ ท่าทางนางเย่อหยิ่งนัก"

"ข้าได้ยินว่านางส่งสินบนให้กุ้ยเฟยเพื่อหวังจะให้อยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่นที่สุดในการถวายตัวครั้งแรก"

ชิงเยียนจดจำชื่อเหล่านั้นไว้ในใจ ในวังหลัง ข้อมูลคืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุด ใครเป็นคนของใคร ใครเป็นมิตรหรือศัตรูของฉินกุ้ยเฟย นางต้องรู้ให้หมด

กระบวนการตรวจตัวเริ่มต้นขึ้น หญิงสาวทุกคนต้องผ่านการตรวจสอบร่างกายอย่างละเอียดโดยนางกำนัลอาวุโส เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์และไร้รอยตำหนิบนร่างกาย ชิงเยียนเดินเข้าไปในห้องโถงไม้ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องหอมเข้มข้น นางถอดชุดออกอย่างสงบ ผิวพรรณของนางผุดผ่องราวน้ำนมและเนียนละเอียดจนนางกำนัลอาวุโสถึงกับชะงัก

"ผิวของแม่นางหลิน... ช่างงดงามนัก ราวกับหยกมันแพะชั้นเลิศ" นางกำนัลกระซิบชม

ชิงเยียนเพียงแต่ยิ้มบางเบา "ขอบพระคุณท่านป้าที่เมตตา"

นางไม่ได้โอ้อวดความงาม แต่นางรู้ดีว่าความงามที่มากเกินไปในยามที่ยังไม่มีอำนาจคือภัยพิบัติ นางจึงขอให้นางกำนัลช่วยตบแป้งบางๆ เพื่อพรางความผุดผ่องนั้นไว้เล็กน้อย ไม่ให้ดูเด่นจนเกินไปในสายตาของกุ้ยเฟยที่มักจะแอบส่งคนมาสังเกตการณ์หญิงงามหน้าใหม่

หลังจากการตรวจร่างกาย หญิงสาวทุกคนจะได้รับยศเบื้องต้นตามความเหมาะสมของชาติตระกูลและรูปโฉม

"โจวอี้หรัน... ได้รับยศ ไฉ่เหริน"

"เฉินมู่หรง... ได้รับยศ ไฉ่เหริน"

...

"หลินชิงเยียน... ได้รับยศ ฉางไจ้"

เสียงประกาศทำให้หลายคนหันมามองชิงเยียน ยศ "ฉางไจ้" เป็นยศระดับล่างที่เกือบจะต่ำที่สุดสำหรับการเริ่มต้น แม้บิดาจะเป็นถึงราชครู แต่เนื่องจากชิงเยียนเป็นบุตรสาวสายรอง (ลูกอนุที่เพิ่งยกเป็นเมียเอก) ประกอบกับคำสั่งลับที่หลินเยี่ยฉือและแม่เลี้ยงอาจจะแอบดำเนินการบางอย่างไว้ล่วงหน้าเพื่อกดหัวนาง ทำให้ชิงเยียนเริ่มต้นด้วยตำแหน่งที่เล็กจ้อย

"ตำแหน่งฉางไจ้งั้นหรือ? ฮ่าๆ ข้านึกว่าบุตรสาวราชครูจะได้ดีกว่านี้เสียอีก" โจวไฉ่เหรินหัวเราะเยาะขณะเดินผ่าน

ชุ่ยเอ๋อร์ที่ตามมารับใช้ในวังหน้าซีดเผือด "คุณหนู... ทำไมท่านถึงได้ยศต่ำเช่นนี้เจ้าคะ? ทั้งที่ท่านงดงามกว่าใคร"

ชิงเยียนตบมือสาวใช้เบาๆ "ชุ่ยเอ๋อร์ ต้นไม้ที่โตเร็วเกินไปมักถูกลมพายุพัดหักได้ง่าย ตำแหน่งต่ำน่ะดีแล้ว... เพราะมันจะทำให้คนมองข้ามข้าไป และข้าจะได้มีเวลา 'เดินหมาก' อย่างเงียบเชียบ"

ค่ำคืนแรกในวังหลัง ชิงเยียนถูกส่งตัวไปพักที่ ตำหนักเย็นมู่ตาน ซึ่งตั้งอยู่ท้ายวังหลวง สถานที่แห่งนี้ทรุดโทรมและเงียบเหงา ตัวเรือนทำจากไม้เก่าที่มีรอยผุพัง หญ้าในอุทยานเล็กๆ หน้าเรือนขึ้นสูงจนท่วมหัวเข่า

"ที่นี่มัน... นี่มันยิ่งกว่าบ้านไม้โกโรโกโสเสียอีก!" ชุ่ยเอ๋อร์บ่นขณะพยายามปัดกวาดฝุ่นหนาเขรอะบนโต๊ะ

ชิงเยียนเดินไปนั่งริมหน้าต่าง มองดูแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาบนยอดกำแพงสูง "ที่นี่เงียบดี ข้าชอบ... อย่างน้อยก็ไกลจากสายตาของฉินกุ้ยเฟยและไทเฮา"

นางรู้ดีว่าความจริงแล้ว การที่นางถูกจัดมาอยู่ที่นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเพราะฉินกุ้ยเฟยต้องการกำจัดเสี้ยนหนามที่อาจจะกลายเป็นคู่แข่งในอนาคต โดยการ "ฝัง" นางไว้ในตำหนักที่ฮ่องเต้มิเคยเสด็จผ่าน

แต่ชิงเยียนมีแผนการที่ลึกซึ้งกว่านั้น นางหยิบกู่เจิ้ง (พิณ) ตัวเก่าที่แอบติดมาด้วยออกมาวางบนโต๊ะ นางไม่ได้ดีดมันทันที แต่นางลูบสายพิณอย่างช้าๆ

"ฮ่องเต้เซียวจื่อเซียน... ท่านว่ากันว่าท่านเป็นทรราชที่ไร้หัวใจ แต่ข้ารู้ดีว่าความเย็นชาของท่านมีไว้เพื่อปกปิดปมบางอย่างในใจ"

ชาติก่อน พี่สาวของนางเล่าว่าฮ่องเต้มักจะเสด็จประพาสอุทยานหลวงในยามวิกาลบ่อยครั้งเพื่อหลบหนีจากความวุ่นวายในราชสำนัก และอุทยานส่วนพระองค์นั้นมีจุดหนึ่งที่เชื่อมต่อกับรั้วของตำหนักมู่ตานแห่งนี้

"พรุ่งนี้... เราจะเริ่มทำความสะอาดที่นี่กัน ชุ่ยเอ๋อร์" ชิงเยียนสั่ง "แต่ห้ามทำความสะอาดจนดูใหม่เอี่ยม ให้ทำแค่พออยู่ได้ และจงไปหาเมล็ดพันธุ์ดอกมะลิมาปลูกไว้รอบกำแพง"

"ดอกมะลิงั้นหรือเจ้าคะ? ทำไมไม่ปลูกโบตั๋นหรือกุหลาบที่ดูสูงส่ง?"

"มะลิมีกลิ่นหอมไกลในความมืด... และมันดูอ่อนน้อม ไร้พิษสง เหมือนกับข้าในสายตาคนอื่น"

ในขณะที่ชิงเยียนกำลังวางแผนเงียบๆ ในวังหลวง...

ณ จวนโหว ตระกูลเซี่ย

หลินเยี่ยฉือ กำลังนั่งอยู่กลางห้องหอที่ประดับประดาด้วยผ้าสีแดงมงคล นางสวมชุดเจ้าสาวสีแดงสดที่ปักลายหงส์อย่างประณีต ใบหน้าของนางยิ้มแย้มอย่างมีความสุขเมื่อคิดถึงชัยชนะที่ได้แย่งชิงเซี่ยจวินมาจากชิงเยียน

"ป่านนี้ชิงเยียนคงกำลังร้องไห้อยู่ในห้องเก็บของเก่าๆ ในวังล่ะสิ" เยี่ยฉือหัวเราะเบาๆ "ส่วนข้า... จะได้ครองคู่กับท่านโหวผู้แสนดี"

แต่ความสุขของนางอยู่ได้ไม่นาน เมื่อประตูห้องถูกผลักเปิดออก มิใช่สามีรูปงามอย่างที่นางรอคอย แต่กลับเป็น เหล่าฮูหยินเซี่ย (แม่สามี) ที่เดินเข้ามาพร้อมกับสาวใช้ที่มีใบหน้าบึ้งตึง

"แต่งเข้ามาวันแรก ก็ขี้เกียจสันหลังยาวรอนอนแล้วหรือ?" เสียงเย็นเยียบของแม่สามีดังขึ้น

เยี่ยฉือชะงัก "ท่านแม่... ท่านโหวเล่าเจ้าคะ?"

"ท่านโหวมีราชการด่วน คืนนี้เขาจะไม่อยู่ที่จวน" เหล่าฮูหยินเซี่ยกล่าวพลางกวาดสายตามองเยี่ยฉืออย่างดูหมิ่น "และข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อน ในจวนนี้ข้าเป็นใหญ่ที่สุด เจ้าที่เป็นลูกอนุ... อย่าริอ่านมาทำตัวเสมอข้า พรุ่งนี้ยามเหม่า (ตี 5) เจ้าต้องไปคุกเข่ารินน้ำชาให้ข้าที่หน้าเรือน ห้ามสายแม้แต่จิบเดียว!"

เยี่ยฉือหน้าซีดเผือด "แต่ข้าเป็นฮูหยินเอก..."

"ฮูหยินเอกที่ไม่มีสินเดิมทองคำพันชั่งอย่างที่เจ้าอ้างไว้แต่แรกน่ะหรือ?" แม่สามีแสยะยิ้ม "ข้าสืบรู้หมดแล้วว่าแม่ของเจ้าใช้กลอุบายอะไรบ้างในการยักยอกเงินมาแต่งเจ้าเข้าจวนข้า จงสำนึกตัวไว้เถิด เยี่ยฉือ!"

เมื่อแม่สามีเดินจากไป เยี่ยฉือแทบจะล้มลงบนเตียง น้ำตาเริ่มไหลอาบนวลแก้ม นางเริ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของนรกที่นางเป็นคนเลือกเดินเข้ามาเอง

กลับมาที่ตำหนักมู่ตาน

ชิงเยียนหลับตาลงอย่างสงบ นางได้ยินเสียงนกฮูกร้องแว่วมาแต่ไกล นางรู้ว่าการเริ่มต้นในฐานะ "ฉางไจ้" ที่ถูกลืมคือจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบที่สุด

"ความอดทนคือรากฐานของอำนาจ" นางพึมพำกับตัวเอง

วันพรุ่งนี้... นางจะเริ่มสร้างตัวตนที่ 'ต้องมนต์สะกด' เพื่อรอคอยวันที่ 'มังกร' จะหลงเข้ามาในกับดักที่นางวางไว้

และเมื่อวันนั้นมาถึง นางจะไม่ใช่เพียงแค่สตรีที่สวยงาม แต่จะเป็นสตรีที่กุมหัวใจและความลับของจักรพรรดิเอาไว้ในมือแต่เพียงผู้เดียว

เส้นทางสายนี้ไม่มีทางถอยหลังกลับ มีเพียงการก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด... หรือไม่ก็ตายตกตามกันเหมือนชาติก่อน!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel