บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 ลืมตาอีกครั้งในวันเลือกคู่

เสียงฝีเท้าของ หลินชิงเยียน มั่นคงและสุขุมขณะเดินไปตามระเบียงไม้ที่ทอดยาวมุ่งสู่โถงกลางของจวนตระกูลหลิน ทุกย่างก้าวของนางราวกับกำลังเหยียบย่างบนเศษเสี้ยวของความทรงจำอันเจ็บปวดในชาติภพก่อน กลิ่นธูปหอมที่อบอวลอยู่ในอากาศทำให้มโนภาพวันที่ครอบครัวถูกอายัดทรัพย์และบิดาถูกปลดพุ่งเข้ามาในหัว แต่นางสะบัดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็ว

ชาตินี้... จะไม่มีใครพรากอะไรไปจากข้าได้อีก

เมื่อเข้าสู่โถงกลาง นางเห็นบิดา หลินจงเซี่ยน ราชครูผู้เคร่งครัดนั่งอยู่บนตำแหน่งประธาน ข้างกายคือ ฮูหยินหลิน (อดีตอนุภรรยาที่เพิ่งถูกยกฐานะขึ้นมาแทนที่มารดาผู้ล่วงลับของชิงเยียน) ผู้มีใบหน้าอิ่มเอิบแต่แฝงไปด้วยความร้ายกาจ และที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยท่าทีร้อนรนผิดปกติก็คือ หลินเยี่ยฉือ พี่สาวของนาง

"มาแล้วหรือ ชิงเยียน" หลินจงเซี่ยนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "นั่งลงเถิด วันนี้มีเรื่องสำคัญต้องตกลงกันเกี่ยวกับอนาคตของพวกเจ้าทั้งสอง"

ยังไม่ทันที่ชิงเยียนจะหย่อนตัวลงนั่ง หลินเยี่ยฉือก็รีบชิงพูดขึ้นมาทันทีด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่แฝงความเด็ดขาด "ท่านพ่อเจ้าคะ ข้าครุ่นคิดดูอย่างดีแล้ว ข้าเป็นพี่สาวคนโตย่อมต้องเสียสละเพื่อน้องสาว การคัดเลือกนางสนมปีนี้ ข้าอยากให้ชิงเยียนเป็นตัวแทนตระกูลหลินเข้าไปถวายตัวเจ้าค่ะ!"

หลินจงเซี่ยนขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ "เยี่ยฉือ เจ้าพูดอะไรกัน? เดิมทีเจ้าเองไม่ใช่หรือที่รบเร้าอยากเข้าวังจนถึงขั้นฝึกรำฝึกพิณทั้งวันทั้งคืน อีกอย่าง... ชื่อของเจ้าถูกส่งไปในบัญชีเบื้องต้นของกรมพิธีการแล้วนะ"

"นั่นมันเมื่อก่อนเจ้าค่ะ!" เยี่ยฉือรีบแย้ง นางเหลือบมองชิงเยียนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่ซ่อนไว้ไม่มิด 'นังโง่ชิงเยียน เจ้าไปเผชิญหน้ากับทรราชนั่นแทนข้าเถอะ' "ตอนนี้ข้าคิดว่านิสัยของข้าดื้อรั้นเกินไป หากเข้าวังไปอาจนำภัยมาสู่ตระกูลได้ แต่ชิงเยียนนั้นกิริยามารยาทเรียบร้อย อ่อนหวานสม่ำเสมอ นางย่อมเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ได้ง่ายกว่า"

ฮูหยินหลินที่นั่งข้างๆ รีบสำทับทันที "จริงเจ้าค่ะท่านพี่ เยี่ยฉือพูดมีเหตุผล อีกอย่าง... ท่านโหว เซี่ยจวิน ขุนนางหนุ่มอนาคตไกลผู้นั้น ก็มีไมตรีต่อตระกูลเราไม่น้อย หากให้เยี่ยฉือแต่งเข้าจวนโหว ก็เท่ากับว่าตระกูลหลินเราจะมีขั้วอำนาจทั้งในวังและนอกวังนะเจ้าคะ"

ชิงเยียนนิ่งฟังอย่างสงบ นางเห็น "ความละโมบ" ในดวงตาของแม่เลี้ยง และเห็น "ความขลาดเขลา" ในดวงตาของพี่สาว เยี่ยฉือคงคิดว่าการโยนตำแหน่งสนมให้ชิงเยียนคือการส่งนางไปตายในวังวนของจักรพรรดิผู้เย็นชา และตัวเองจะไปเสวยสุขเป็นฮูหยินท่านโหวที่มีสามีรูปงามรักใคร่

ช่างโง่เขลานัก... เยี่ยฉือ เจ้าจำได้แต่ความโหดร้ายในวัง แต่เจ้าจำไม่ได้เลยว่าจวนท่านโหวนั้นคือขุมนรกที่มีเปลือกนอกสวยงาม

ชาติที่แล้ว ชิงเยียนแต่งให้เซี่ยจวิน นางต้องรับรองอารมณ์ของแม่สามีที่ดูแคลนชาติตระกูลของนาง นางต้องทนเห็นสามีรับอนุเข้ามาทีละคนตามคำสั่งของมารดา และเซี่ยจวิน... ชายที่ดูอ่อนโยนผู้นั้น กลับไม่เคยยืนหยัดปกป้องนางเลยแม้แต่ครั้งเดียว ยามที่นางถูกรังแกเขากลับอ้างคำว่า "กตัญญูต่อมารดา" มาบีบคั้นนางเสมอ

"ชิงเยียน เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร?" บิดาหันมาถาม

ชิงเยียนก้มหน้าลงเล็กน้อย แสร้งทำเป็นเม้มริมฝีปากเหมือนคนกำลังหวาดกลัวและลังเล "ลูก... ลูกย่อมทำตามความประสงค์ของท่านพ่อเจ้าค่ะ เพียงแต่ลูกกังวลใจนัก ข่าวลือเรื่องฮ่องเต้ทรงเหี้ยมโหดและเย็นชานั้นหนาหู ลูกเกรงว่าหากทำอะไรไม่ถูกพระทัย จะพลอยทำให้ตระกูลหลินเดือดร้อน"

"เจ้าก็แค่ต้องระวังตัวให้มาก!" เยี่ยฉือรีบพูดกดดัน "หรือเจ้าจะบอกว่าเจ้าไม่อยากกตัญญูต่อตระกูล? หรือเจ้าอยากจะแย่งชิงท่านโหวไปจากข้า?"

ชิงเยียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาคลอน้ำตาเล็กน้อยเพื่อให้ดูสมบทบาทของน้องสาวผู้อ่อนแอ "น้องมิกล้าคิดเช่นนั้นเจ้าค่ะ ในเมื่อท่านพี่เห็นควรและท่านพ่อเห็นชอบ น้องก็พร้อมจะรับหน้าที่นี้แทนท่านพี่เจ้าค่ะ"

เมื่อเห็นชิงเยียนตอบรับง่ายดาย หลินเยี่ยฉือก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก นางแทบจะเก็บอาการสะใจไว้ไม่อยู่ 'ชิงเยียนเอ๋ยชิงเยียน ชาตินี้ข้าจะปล่อยให้เจ้าไปถูกทรราชนั่นเชือดทิ้ง ส่วนข้าจะเสวยสุขในฐานะฮูหยินท่านโหวที่ทุกคนอิจฉา'

หลังจากเสร็จการหารือ ชิงเยียนกลับมาที่เรือนเล็กของนาง ชุ่ยเอ๋อร์ สาวใช้คนสนิทที่ยืนฟังอยู่หน้าห้องถึงกับน้ำตาคลอด้วยความคับแค้นใจแทนเจ้านาย

"คุณหนู! เหตุใดท่านถึงยอมง่ายๆ เช่นนี้เจ้าคะ? คุณหนูใหญ่และฮูหยินใหญ่จงใจรังแกท่านชัดๆ ใครๆ ก็รู้ว่าเข้าวังตอนนี้เหมือนส่งตัวเองไปเข้าปากเสือ ฮ่องเต้เซียวจื่อเซียนผู้นั้น... ทรงสั่งประหารคนเป็นว่าเล่นเลยนะเจ้าคะ!"

ชิงเยียนเดินไปหยิบกรรไกรเงินขึ้นมา ตัดกิ่งดอกเหมยที่ปักอยู่ในแจกันอย่างใจเย็น แววตาของนางนิ่งสงบจนน่ากลัว

"ชุ่ยเอ๋อร์... เจ้าเคยได้ยินไหมว่า 'เสือที่ดุร้ายที่สุด หากรู้วิธีสยบมัน มันจะกลายเป็นองครักษ์ที่ซื่อสัตย์ที่สุด' ในจวนท่านโหวที่พี่สาวข้าอยากไปนักหนา ที่นั่นคือบึงโคลนที่เน่าเฟะข้างใน แต่ในวังหลวง... แม้จะเป็นนรก แต่มันคือนรกที่มีอำนาจล้นฟ้า"

นางวางกรรไกรลงแล้วหันไปหาชุ่ยเอ๋อร์ "ชาติที่แล้วข้าเป็นคนอ่อนแอ ข้ากตัญญูจนถูกเหยียบย่ำ แต่ชาตินี้ ข้าจะใช้ความงามและสติปัญญาของข้าสร้างเส้นทางใหม่ ข้าจะไม่เป็นเพียงแค่สนมที่ถูกลืม แต่ข้าจะเป็นคนเดียวที่ฮ่องเต้ขาดไม่ได้"

"คุณหนู..." ชุ่ยเอ๋อร์มองนายหญิงของตนด้วยความอัศจรรย์ใจ นางรู้สึกว่าคุณหนูในวันนี้มีบางอย่างที่น่าเกรงขามและลึกลับอย่างบอกไม่ถูก

ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งของหลินเยี่ยฉือ นางรีบให้คนส่งข่าวไปหา เซี่ยจวิน (ท่านโหว) ทันที ในชาติก่อน เซี่ยจวินตกหลุมรักความอ่อนหวานของชิงเยียน แต่ในชาตินี้ เยี่ยฉือจงใจใช้มารยาและการปั้นแต่งเรื่องราวเพื่อให้เซี่ยจวินหันมาสนใจนาง นางจัดฉากการพบกัน "โดยบังเอิญ" ที่ศาลาริมน้ำ พยายามแสดงออกถึงความฉลาดเฉลียวและตระกูลที่มั่นคง

นางมั่นใจว่าด้วยฐานะบุตรสาวฮูหยินใหญ่ (ที่เพิ่งแต่งตั้ง) และทรัพย์สินเดิมของนาง เซี่ยจวินย่อมปฏิเสธไม่ลง

ทว่านางหลงลืมไปสิ่งหนึ่ง... เหล่าฮูหยินเซี่ย (แม่สามีของเซี่ยจวิน) นั้นคือสตรีที่ยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติและชอบกดขี่ลูกสะใภ้เป็นที่สุด ชาติก่อนที่ชิงเยียนทนได้เพราะนางรักเซี่ยจวินด้วยใจจริงและยอมก้มหัวให้ทุกอย่าง แต่กับเยี่ยฉือผู้ทะเยอทะยานและเอาแต่ใจ... จุดจบย่อมต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

หนึ่งเดือนผ่านไป...

ขบวนรับนางสนมเข้าวังมาถึงหน้าจวนตระกูลหลิน ชิงเยียนอยู่ในชุดสีฟ้าอ่อนปักลายเมฆมงคล เครื่องประดับน้อยชิ้นทว่าขับเน้นความงามที่บริสุทธิ์และลึกลับของนางให้โดดเด่น บิดาของนางมองมาด้วยแววตาซับซ้อน ส่วนหลินเยี่ยฉือยืนมองด้วยรอยยิ้มผู้ชนะที่ปิดไม่มิด

"ขอให้เจ้า 'โชคดี' ในวังนะ น้องสาว" เยี่ยฉือเน้นคำว่าโชคดีด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย

ชิงเยียนย่อกายรับอย่างงดงาม "ขอบพระคุณพี่สาวที่มอบโอกาสนี้ให้ข้า ข้าจะจดจำ 'น้ำใจ' ของท่านในวันนี้ไปตลอดกาล"

นางก้าวขึ้นรถม้าโดยไม่หันกลับไปมองจวนหลังนั้นอีก เมื่อรถม้าเริ่มเคลื่อนตัว ชิงเยียนหลับตาลง นึกถึงใบหน้าของชายหนุ่มในชุดมังกรสีดำขลิบทองที่นางเคยเห็นไกลๆ ในชาติก่อน ชายผู้มีแววตาโดดเดี่ยวและเย็นชาจนน่าขนลุก

เซียวจื่อเซียน... รอข้าก่อนเถิด ข้ากำลังจะไปเปลี่ยนโลกที่แสนอ้างว้างของท่าน และท่าน... จะต้องเป็นโล่กำบังให้ข้าขจัดคนชั่วให้สิ้นซาก

ขบวนนางงามเข้าสู่วังหลวงผ่านประตูวังทิศเหนือที่มหึมา กำแพงวังสีแดงชาดดูราวกับจะบีบคั้นผู้ที่ย่างกรายเข้าไป ชิงเยียนและเหล่าหญิงงามคนอื่นๆ ถูกนำไปรวมตัวกันที่ลานกลางวังเพื่อรอการคัดกรองเบื้องต้น

ที่นั่นเอง นางเห็นสายตาที่จับจ้องมาจากตำหนักสูง... สายตาของ ฉินกุ้ยเฟย สตรีที่ทรงอำนาจที่สุดในวังหลังขณะนี้ ผู้ที่ชาติก่อนเป็นคนสั่งประหารพี่สาวนาง

ชิงเยียนกำชายเสื้อแน่น แววตาของนางเย็นเยียบลง 'ศัตรูของพี่สาวในชาติก่อน ก็คือศัตรูของข้าในชาตินี้... ข้าจะเริ่มจากตำแหน่งที่ต่ำที่สุด แล้วค่อยๆ เลาะเกล็ดพญามังกรออกทีละชิ้น จนกว่าพวกท่านจะเหลือเพียงร่างที่ไร้อำนาจ'

หมากกระดานแรกในวังหลวง เริ่มเคลื่อนที่แล้ว!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel