
บทย่อ
"เมื่อความตายในชาติก่อนคือบทเรียนแสนแพง ชาตินี้ข้าจึงกลับมาเพื่อทวงคืนทุกสิ่ง! จาก 'ลูกอนุ' ที่ถูกเหยียบย่ำ สู่ 'นางพญา' ผู้กุมหัวใจมังกร... หมากกระดานนี้ ข้ามิได้เดินเพื่อล้างแค้นเพียงอย่างเดียว แต่ข้าเดินเพื่อเป็นใหญ่เหนือใครในแผ่นดิน!" ในชาติที่แล้ว หลินชิงเยียน ได้แต่งงานกับขุนนางหนุ่มอนาคตไกลที่นางรัก ทว่าเบื้องหลังความสุขกลับเต็มไปด้วยหยดน้ำตาและความขมขื่น ในขณะที่ หลินเยี่ยฉือ พี่สาวต่างมารดาผู้ริษยา เลือกเข้าวังไปเป็นสนมของฮ่องเต้ทรราช แต่กลับพ่ายแพ้ต่อเล่ห์เหลี่ยมจนถูกประหารชีวิต ก่อนตายเยี่ยฉือได้วางยาพิษสังหารน้องสาวให้ตายตกไปตามกัน เมื่อทั้งคู่ลืมตาตื่นขึ้นมาในวันเลือกคู่เยี่ยงชาติก่อน เยี่ยฉือที่เข็ดขยาดจากวังหลังจึงชิงเลือกขุนนางหนุ่มหวังเสวยสุข ส่วนชิงเยียนที่รู้ซึ้งถึงความจริงใจ (หรือความหลอกลวง) ของชายคนนั้น จึงยอมก้าวเข้าสู่กรงทองที่เต็มไปด้วยเสือสิงห์กระทิงแรด นางต้องเปลี่ยนความอ่อนหวานให้เป็นอาวุธ ใช้รูปโฉมและสติปัญญาพิชิตใจฮ่องเต้ผู้เย็นชา และกำจัดศัตรูที่เคยสังหารพี่สาวนางในชาติก่อน เพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง
ตอนที่ 1 กลิ่นอายความตายและขนมพิษ
ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างหนักในฤดูหนาวที่เหน็บหนาวที่สุดของแคว้นชิง กลิ่นคาวเลือดและเขม่าควันไฟอบอวลไปทั่วบริเวณจวนขุนนางตระกูลหลินที่เคยรุ่งเรือง บัดนี้กลับเงียบเหงาและเต็มไปด้วยความตาย เสียงกรีดร้องด้วยความบ้าคลั่งของอนุภรรยาที่เพิ่งได้รับการเชิดชูขึ้นเป็นฮูหยินใหญ่ดังแว่วมาจากเรือนทิศตะวันตก นางเสียสติไปแล้วหลังจากรู้ข่าวว่าบุตรสาวคนโตที่เป็นถึงพระสนมกำลังจะถูกประหารชีวิตในข้อหาคบชู้สู่ชาย
หลินชิงเยียน นั่งนิ่งอยู่ภายในห้องโถงของเรือนหอที่ดูหรูหราทว่าอ้างว้าง ดวงตาที่เคยสุกใสบัดนี้บวมช้ำจากการร้องไห้มาหลายวันติดกัน นางในชุดแพรพรรณชั้นเลิศนั่งมองถ้วยน้ำชาที่เย็นชืดสนิทอยู่บนโต๊ะ ในใจของนางเต็มไปด้วยความสับสนและความเจ็บปวดที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยได้หมด
"คุณหนู... ท่านโหวส่งข่าวมาว่า พระสนมหลินเยี่ยฉือต้องการพบท่านเป็นครั้งสุดท้ายก่อนรับโทษประหารเจ้าค่ะ"
สาวใช้คนสนิทรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ชิงเยียนหลับตาลงช้าๆ พี่สาวต่างมารดาผู้ที่กลั่นแกล้งนางมาตลอดชีวิต คนที่ชิงดีชิงเด่นและทำทุกทางเพื่อจะได้เข้าวังไปเป็นหงส์เหนือมังกร บัดนี้กำลังจะกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านที่ไร้คนจดจำ
เวลาต่อมา ณ เรือนรับรองเล็กๆ หลังจวนที่ถูกใช้เป็นที่คุมขังชั่วคราว หลินเยี่ยฉือ ในสภาพที่ไร้ซึ่งเครื่องประดับทองระยิบระยับ ผมเผ้ายุ่งเหยิงและใบหน้าที่ซูบผอมจนน่ากลัวนั่งรออยู่ นางมองเห็นชิงเยียนเดินเข้ามาด้วยท่าทางสง่างาม แม้ในยามมืดมนที่สุด ชิงเยียนก็ยังคงมีกลิ่นอายของความสุขที่ได้รับจากสามีขุนนางหนุ่มผู้แสนดี ซึ่งเป็นชายที่เยี่ยฉือเคยตราหน้าว่า 'ต่ำต้อยเกินไป' สำหรับนางในตอนนั้น
"เจ้ามาแล้วหรือ... น้องสาวข้า" เสียงของเยี่ยฉือแหบพร่า นางฝืนยิ้มที่ดูน่าสยดสยอง
"ท่านพี่..." ชิงเยียนเรียกด้วยความเวทนา "เหตุใดเรื่องราวจึงกลายเป็นเช่นนี้"
"เพราะความอิจฉาอย่างไรเล่า!" เยี่ยฉือแผดเสียงขึ้นมาทันที "ในวังนั้นไม่ใช่สวรรค์ แต่มันคือขุมนรก! พวกนางสนมพวกนั้น... กุ้ยเฟยคนนั้น... ใส่ร้ายข้า ฮ่องเต้ผู้เย็นชานั่นก็ไม่เคยเหลียวแลข้าแม้แต่เพียงนิดเดียว เขาปล่อยให้ข้าตายเพียงเพื่อรักษาชื่อเสียงของราชวงศ์!"
เยี่ยฉือหอบหายใจแรง ก่อนจะพยายามปรับสีหน้าให้ดูอ่อนลง นางหยิบห่อผ้าเล็กๆ ออกมาจากแขนเสื้อ ภายในมีขนมกุ้ยฮวาที่ดูน่าทานและส่งกลิ่นหอมกรุ่น
"ชิงเยียน... ข้ารู้ว่าข้าทำผิดต่อเจ้ามามาก ตลอดชีวิตข้าเอาแต่รังแกเจ้า วันนี้ข้าไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว ข้าขอโทษ... ขนมนี้ข้าทำเองกับมือในวันสุดท้ายที่ได้รับอนุญาต ข้าอยากให้เจ้าทานมัน... ถือเสียว่าเป็นคำขอขมาจากพี่สาวที่กำลังจะตายคนนี้"
ชิงเยียนมองใบหน้าที่ดูโศกเศร้าและดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาของพี่สาว หัวใจที่อ่อนโยนของนางเริ่มสั่นคลอน นางคิดว่าในวาระสุดท้ายของชีวิต มนุษย์เราคงไม่หลอกลวงกันอีกแล้ว ชิงเยียนหยิบขนมชิ้นนั้นขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา
"ข้าอภัยให้ท่านพี่... ขอให้ชาติหน้าเราเกิดมาเป็นพี่น้องที่รักกันจริงๆ เถิด"
ชิงเยียนกัดขนมชิ้นนั้นลงไป รสหวานของมันแผ่ซ่านไปทั่วลิ้น แต่มันกลับตามมาด้วยรสขมปร่าที่แปลกประหลาดเพียงเสี้ยววินาที ไม่กี่อึดใจต่อมา ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงก็พุ่งพล่านจากท้องขึ้นมาถึงทรวงอก ราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงอวัยวะภายในของนาง
"อึก... ท่านพี่... นี่มัน..."
ชิงเยียนล้มลงกับพื้น มือเรียวสวยกุมลำคอไว้แน่น เลือดสีคล้ำเริ่มไหลออกจากมุมปากและดวงตา นางมองไปที่เยี่ยฉือซึ่งบัดนี้กลับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาของพี่สาวหายไปเหลือเพียงความสะใจที่บิดเบี้ยว
"ฮ่าๆๆ! เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าเสวยสุขอยู่คนเดียวหรือ? ในเมื่อข้าต้องตาย เจ้าที่ข้าเกลียดที่สุดก็ต้องตายไปกับข้า! สามีที่แสนดีของเจ้า ความรักที่เจ้ามี... ข้าจะทำลายมันไปพร้อมกับชีวิตของเจ้า!"
เยี่ยฉือหยิบขนมที่เหลือเข้าปากตัวเองเช่นกัน "เราไปลงนรกด้วยกันเถิด ชิงเยียน!"
สติของชิงเยียนเริ่มเลือนราง ภาพสุดท้ายที่นางเห็นคือใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความอาฆาตของพี่สาว และเสียงฝีเท้าของสามีที่วิ่งเข้ามาตะโกนเรียกชื่อนางด้วยความตื่นตระหนก... แต่มันสายเกินไปแล้ว ความมืดมิดเข้าปกคลุมทุกอย่าง พร้อมกับความแค้นที่สลักลึกในวิญญาณว่า ความใจอ่อนคืออาวุธที่ฆ่านาง
เฮือก!
หลินชิงเยียนสะดุ้งสุดตัว ร่างกายของนางเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ นางหอบหายใจรัวเร็วราวกับคนที่เพิ่งโผล่พ้นน้ำ มือสองข้างคลำไปตามลำคอและร่างกายที่เคยรุ่มร้อนด้วยพิษร้าย แต่นางกลับพบเพียงผิวพรรณที่เรียบเนียนและอบอุ่น
"คุณหนู! ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ? ฝันร้ายหรือ?"
เสียงที่คุ้นเคยทำให้นางหันไปมอง ชุ่ยเอ๋อร์ สาวใช้คนสนิทที่ควรจะตายไปพร้อมกับจวนที่ล่มสลาย กำลังยืนถืออ่างล้างหน้ามองนางด้วยความกังวล ชิงเยียนมองไปรอบๆ ห้อง... นี่ไม่ใช่เรือนหอขมขื่นของนาง แต่มันคือห้องนอนในจวนตระกูลหลินเมื่อหลายปีก่อน!
นางรีบลุกไปที่คันฉ่องทองเหลือง ภาพที่สะท้อนออกมาคือดรุณีแรกรุ่น ใบหน้างดงามหมดจด ดวงตาเรียวยาวราวกับหงส์ ผิวพรรณผุดผ่องไร้ราคี นางย้อนกลับมา... ย้อนกลับมาในช่วงเวลาก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลาย
"วันนี้วันที่เท่าไหร่?" ชิงเยียนถามเสียงสั่น
"วันที่สิบสองเดือนสามเจ้าค่ะ... อีกไม่กี่ชาม นายท่านจะเรียกคุณหนูและคุณหนูใหญ่ไปพบที่โถงกลาง เพื่อหารือเรื่องการคัดเลือกเข้าวังและงานมงคลกับท่านโหวเจ้าค่ะ"
หัวใจของชิงเยียนเต้นรัว นี่คือวันที่เปลี่ยนโชคชะตาของนาง! ชาติที่แล้วนางจำได้ว่าตนเองถล่มตัวไม่ยอมเข้าวังเพราะแอบรักขุนนางหนุ่มคนนั้น จึงเปิดทางให้หลินเยี่ยฉือได้เข้าวังตามความปรารถนา และนั่นคือจุดเริ่มต้นของจุดจบ
ขณะที่นางกำลังรวบรวมสติ ประตูห้องก็ถูกผลักออกอย่างแรง หลินเยี่ยฉือ เดินเข้ามาด้วยชุดสีแดงฉูดฉาด ใบหน้าแต่งแต้มงดงาม ทว่าแววตาของนางกลับดูต่างออกไป... มันดูมีความทะเยอทะยานที่ปนไปด้วยความระแวดระวัง และที่สำคัญ มันมีร่องรอยของความหวาดกลัวที่ซ่อนไม่มิด
ชิงเยียนจ้องมองพี่สาวนิ่ๆ สัมผัสได้ทันทีจากสัญชาตญาณ... หลินเยี่ยฉือก็ย้อนกลับมาเช่นกัน!
เยี่ยฉือมองชิงเยียนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคือง นางจดจำรสชาติความทรมานในวังหลวงได้ดี ความอัปยศที่ถูกกล่าวหาว่าคบชู้ และความตายที่อนาถ ชาตินี้นางจะไม่ยอมเป็นสนมของฮ่องเต้เย็นชาผู้นั้นอีกเด็ดขาด! นางต้องการสามีที่รักและปกป้องนางได้ ต้องการชีวิตที่ชิงเยียนเคยมี!
"ชิงเยียน... วันนี้เจ้าดูใจลอยนะ" เยี่ยฉือเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่พยายามปรับให้ปกติ แต่แฝงไปด้วยนัยยะ "ข้าคิดว่า ตำแหน่งพระสนมในวังหลวงนั้นช่างสูงส่งนัก แต่ข้าเป็นพี่สาว... ข้าอยากให้เจ้าได้สิ่งที่ดีที่สุด เจ้าไม่สนใจจะลองพิจารณาดูหรือ?"
ชิงเยียนลอบยิ้มเยือกเย็นในใจ หึ... ชาติก่อนเจ้าแย่งชิงมันไป ชาตินี้เจ้ากลับโยนมันมาให้ข้า เพราะเจ้ารู้ว่ามันคือทางตายสินะ?
"ท่านพี่ล้อเล่นแล้ว ท่านเป็นลูกสาวคนโตที่ท่านแม่ (อนุ) เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นฮูหยินใหญ่ ตำแหน่งหงส์ย่อมเหมาะกับท่านมากกว่าข้าที่เป็นเพียงบุตรสาวสายรองที่ไร้ความสำคัญ" ชิงเยียนตอบกลับอย่างนอบน้อม ทว่าในใจเริ่มวางแผนการใหญ่
หากชาติที่แล้วการเป็นภรรยาขุนนางคือความทุกข์เพราะแม่สามีและการไร้อำนาจปกป้องตนเอง เช่นนั้นชาตินี้นางจะเข้าวัง! นางจะเปลี่ยนกรงทองที่เคยฆ่าพี่สาวให้กลายเป็นบัลลังก์ที่มั่นคงที่สุด นางจะไม่ยอมเป็นเพียงดอกไม้ที่รอวันร่วงโรย แต่จะเป็นนางพญาที่กำโชคชะตาไว้ในมือตนเอง
"ไม่! ข้าตัดสินใจแล้ว!" เยี่ยฉือรีบพูดขัด "ข้าจะแต่งให้ท่านโหว! ส่วนเจ้า... เจ้าต้องเข้าวัง!"
ชิงเยียนแสร้งทำเป็นตกใจและเสียใจ "แต่ท่านพี่... ฮ่องเต้ผู้นั้น... ร่ำลือกันว่าเป็นทรราช เย็นชาและไร้หัวใจ ท่านจะส่งน้องไปตายหรือ?"
"เจ้าฉลาดนัก เจ้าต้องเอาตัวรอดได้แน่!" เยี่ยฉือพูดจบก็สะบัดหน้าเดินออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อไปบีบบังคับบิดาให้เป็นไปตามแผน
หลินชิงเยียนมองตามหลังพี่สาวไป แววตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในฤดูหนาว
"ในเมื่อเจ้าอยากได้สามีข้าข้านัก ก็เอาไปเถิดเยี่ยฉือ... แล้วเจ้าจะได้รู้ว่า แม่สามีที่เจ้าคิดว่ารับมือง่าย จะทำให้ชีวิตเจ้าเหมือนตายทั้งเป็นยิ่งกว่าในวังเสียอีก"
นางหันกลับมามองตัวเองในกระจกอีกครั้ง มือเรียวลูบใบหน้าตนเองเบาๆ "ส่วนข้า... ฮ่องเต้ทรราชหรือ? ข้าจะทำให้ชายที่เย็นชาที่สุดในแผ่นดิน สยบแทบเท้าข้าให้ได้!"
ศึกครั้งนี้เพิ่งเริ่มต้น ชิงเยียนรู้ดีว่าหนทางข้างหน้ามีทั้งฉินกุ้ยเฟยผู้โหดเหี้ยม และกับดักมากมายในวังหลัง แต่นางไม่ใช่ชิงเยียนผู้โง่เขลาคนเดิมอีกต่อไป นางมี "ความทรงจำ" เป็นอาวุธ และมี "ความแค้น" เป็นแรงผลักดัน
