ตอนที่3 บาปที่ไม่ได้ก่อ 
หลายวันผ่านไป
ชีวิตของหลี่อวี้เหยาในจวนองค์ชายสามดำเนินไปอย่างเงียบงัน
เงียบ…จนเหมือนนางไม่มีตัวตน
ไม่มีใครเรียกหา
ไม่มีใครมอบหมายหน้าที่
ไม่มีใครแม้แต่จะถามไถ่ว่านางเป็นอยู่เช่นไร
เรือนเล็กด้านหลังจวนกลายเป็นโลกทั้งใบของนาง
โลกที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า และความระมัดระวัง
อวี้เหยาเรียนรู้เร็ว
ว่าสายตาในจวนนี้ ไม่ได้มองเพื่อเห็น
แต่มองเพื่อจับผิด
วันหนึ่งในยามบ่าย
แม่นมจางรีบรุดเข้ามาในเรือน สีหน้าซีดเผือด
“ชายา…ไม่ดีแล้วเจ้าค่ะ”
นางกระซิบเสียงสั่น
“พระชายารอง…ทรงประชวร”
อวี้เหยาชะงัก
“ประชวร?”
แม่นมจางพยักหน้า
“ทรงอาเจียนไม่หยุด หมอหลวงบอกว่า…คล้ายถูกวางยา”
คำว่า วางยา
ทำให้อวี้เหยารู้สึกหนาวเย็นไปทั้งร่าง
“แล้วเกี่ยวอะไรกับข้าหรือ”
นางถาม ทั้งที่ลึกๆ ใจเริ่มสั่น
แม่นมจางไม่กล้าสบตา
“ก่อนประชวร…พระชายารองเสวยชาจากเรือนของท่าน”
โลกทั้งใบของอวี้เหยาราวกับหยุดหมุน
“เป็นไปไม่ได้”
นางเอ่ยเสียงแผ่ว
“ข้าไม่เคย—”
เสียงฝีเท้าหนักดังขึ้นหน้าประตู
ข้ารับใช้หลายนายบุกเข้ามาโดยไม่ขออนุญาต
“ตามคำสั่งองค์ชาย”
ชายคนหนึ่งกล่าวเสียงแข็ง
“เชิญชายาหลี่ไปสอบสวน”
ตำหนักสอบสวนเย็นเยียบ
ไร้การประดับประดา ไร้ความเมตตา
หลินซื่ออินนอนอยู่บนเตียง
ใบหน้าซีดขาว ริมฝีปากไร้สี
เมื่อเห็นอวี้เหยา นางก็หลับตาลงทันที
ราวกับเจ็บปวดจนไม่อาจทนมองได้
“น้องหญิง…”
เสียงนั้นอ่อนแรง
“เหตุใด…จึงต้องทำเช่นนี้กับข้า”
เพียงประโยคนั้น
สายตาทุกคู่ในห้องก็หันมามองอวี้เหยา
“ข้าไม่ได้ทำ!”
อวี้เหยาก้าวออกไปข้างหน้า
เสียงสั่น แต่ชัดเจน
“ข้าไม่มีเหตุผลจะทำร้ายพระชายารอง”
ข้ารับใช้คนหนึ่งยื่นถาดออกมา
บนถาดมีถ้วยชาที่แตกเล็กน้อย
“นี่คือถ้วยชาที่ส่งมาจากเรือนของชายาหลี่”
เขากล่าว
“พบสารพิษในกากชา”
หัวใจของอวี้เหยาหล่นวูบ
นางจำได้
จำได้ว่าเช้านั้น มีสาวใช้คนหนึ่งมาขอชา
อ้างว่าเป็นคำสั่งจากเรือนหน้า
นางไม่เคยคิด
ว่าความเมตตาเพียงเล็กน้อย จะกลายเป็นดาบย้อนกลับมา
“ข้าไม่รู้จริงๆ”
น้ำตาเอ่อขึ้นในดวงตา
“มีคนอื่นมาขอชาไป ข้าไม่ได้—”
“พอเถอะ”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
ทุกคนชะงัก
เซียวจิ่งเหิงก้าวเข้ามา
สีหน้าเย็นชา ดวงตาคมกริบ
อวี้เหยาหันไปมองเขา
ในแววตานั้น มีทั้งความหวังและความสิ้นหวังปะปนกัน
“องค์ชาย…”
นางเอ่ย
“หม่อมฉันไม่ได้ทำ”
เขามองนางนิ่ง
นาน…นานเสียจนหัวใจนางแทบแตกสลาย
“หลักฐานอยู่ตรงหน้า”
เขากล่าวเสียงเรียบ
“เจ้าจะให้ข้าเชื่อคำพูดของเจ้า…หรือของทุกคนในที่นี้”
คำถามนั้น
ไม่ใช่คำถาม
แต่คือคำตัดสิน
อวี้เหยารู้สึกเหมือนถูกดึงอากาศออกจากปอด
“ข้าเพียงต้องการความยุติธรรม”
นางกระซิบ
“ไม่ใช่ความเชื่อ”
ดวงตาของเซียวจิ่งเหิงไหววูบเล็กน้อย
แต่เพียงชั่วพริบตาเดียว
“พาตัวไปขัง”
เขาสั่ง
“รอผลสอบสวน”
ห้องขังมืดชื้น
กลิ่นอับชื้นและความหนาวเย็นกัดกินกระดูก
อวี้เหยานั่งพิงผนัง
กอดเข่าตัวเองแน่น
นี่คือครั้งแรก
ที่นางรู้สึกว่า…อาจตายได้จริงๆ
ไม่ใช่เพราะพิษ
แต่เพราะไม่มีใครเชื่อ
น้ำตาไหลลงมาอย่างเงียบงัน
ไม่มีเสียงสะอื้น
ไม่มีใครได้ยิน
นางคิดถึงคำพูดของเขาในคืนแต่งงาน
หากอยากมีชีวิตรอด…อย่ารักข้า
ในตอนนั้น
นางยังไม่เข้าใจ
แต่ในคืนนี้
อวี้เหยาเข้าใจแล้วอย่างถ่องแท้
เพราะการรักเขา
คือการหวังว่าเขาจะยืนอยู่ข้างนาง
และความหวังนั้น
กำลังฆ่านางช้าๆ
ใต้กำแพงหินเย็นเยียบ
ชายาที่ถูกใส่ร้าย
ได้เรียนรู้ว่า—
ในวังหลวง
บาปที่ไม่ได้ก่อ
อาจหนักหนากว่าความผิดจริงเสียอีก
