บทที่ 1.5
แม้นางจะสามารถถอดโซ่เหล็ก แต่ประตูทางเข้าซึ่งเป็นช่องเขาเป็นหน้าผาสูงชัน เบื้องหลังของนางเป็นโถงถ้ำซึ่งเป็นทางตัน ไม่มีทางออก...เพราะทางออกเดียวก็คือหน้าผานั้น นางต้องปีนหรือไม่ก็กระโดดลงไป!!!
“เพราะอย่างนี้ข้าจึงถูกล่าม?”
นางพึมพำอย่างสิ้นหวัง หากนางหมายหลบหนีมีเพียงกระโดดลงไป หรือไม่ก็รอคอยจนสิ้นใจเหมือนซากศพพวกนั้น
ขณะหมุนตัวเดินกลับเข้าด้านในด้วยความสิ้นหวัง เสียงกุกกักก็ดังขึ้นทำให้ถานชิงหรูหันกลับมา อยู่ๆ บุรุษประหลาดผู้นั้นก็กระโดดขึ้นมาจากเบื้องล่าง เขาชะงักเมื่อมองเห็นนางยืนอยู่ปากปล่องถ้ำ ดวงตาสาดประกายวาบขึ้นอย่างดุดัน
ถานชิงหรูตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว นางก้าวถอยไปด้านหลัง แต่เพิ่งขยับตัวก็ได้ยินเสียงคำรามเบาๆ ในลำคอ ร่างสูงพุ่งเข้ามาแบกนางขึ้นบนไหล่
หญิงสาวเจ็บจนน้ำตาเล็ด เรี่ยวแรงถูกความเจ็บปวดที่หน้าอกบั่นทอนกำลังลง ได้แต่ยินยอมให้เขาแบกกลับเข้าไปด้านในท่ามกลางเสียงโซ่แกรกกราก
เมื่อเข้าไปด้านในเขาวางหญิงสาวลง สูดดมไปทั่วร่างจนพบแผลกลางหน้าอก ดวงตาแดงก่ำคล้ายลดทอนความคลุ้มคลั่ง มือใหญ่คว้าชามสมุนไพรบดละเอียดป้ายยาลงไปที่หน้าอกถานชิงหรูลวกๆ จากนั้นล้มตัวลงนอนข้างๆ หญิงสาว สอดสองแขนรั้งนางเข้ากกกอด
ถานชิงหรูหลับตาลงด้วยร่างอันสั่นเทา เมื่อครู่มองเห็นแววตาดุร้ายคลุ้มคลั่งของเขา นางมั่นใจว่าเขาคงลงมือสังหารนางแน่ แต่เมื่อเห็นการกระทำของเขาที่คล้ายคิดว่านางกำลังหลบหนี นางได้แต่นอนตัวแข็งทื่อ เดาไม่ออกว่าเจ้าปิศาจร้ายตนนี้ต้องการอะไร
เสียงลมหายใจสงบนิ่งของบุรุษประหลาดทำให้หญิงสาวประหลาดใจ เขา...หลับไปแล้ว? หลับไปทั้งๆ ที่กอดนางแน่นอย่างนี้?!
ลองขยับ...อ้อมแขนกลับรัดแน่นเข้า ทั้งที่จังหวะลมหายใจยังคงมั่นคงสม่ำเสมอ
ถานชิงหรูถอนหายใจออกมา ทั้งรู้สึกโล่งใจที่เขาไม่ได้ลงมือสังหารตน แต่ก็รู้สึกอึดอัดปะปนรังเกียจกับความใกล้ชิดและอ้อมกอดที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด
นึกถึงสิ่งที่คนหลายคนที่ร่วมขบวนมาต้องเผชิญ คนคุ้มการของทางการที่สังเวยชีวิตต่อหน้า ถานชิงหรูมองหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะ หญิงสาวกัดฟันพร้อมกับกำมือแน่น ค่อยๆ ยื่นมือขึ้นไปเหนือเรือนผม ดึงปิ่นปักผมเพียงหนึ่งเดียวออกมา จดจ้องหน้าอกด้านซ้ายของเจ้าปิศาจตรงหน้า
ต่อให้นางต้องตายอยู่ที่นี่... หญิงสาวหลับตาลงก่อนเงื้อปิ่นจ้วงแทงลงไปสุดแรง!!!
ข้อมือถูกคว้าหมับ...ถานชิงหรูลืมตาขึ้นพร้อมกับร่างที่ถูกดันลงนอนราบ ร่างใหญ่พลิกตัวขึ้นทาบทับนางเอาไว้กับพื้นที่ถูกปูด้วยหญ้าแห้ง
เสียงกรีดร้องดังขึ้นพร้อมกับร่างที่เริ่มดิ้นรนด่าทอ หญิงสาวปะป่ายมือดิ้นรนสองเท้าก็เตะเขาสุดแรง ถึงอย่างนั้นเรี่ยวแรงของนางกลับไม่ได้ทำให้เขาสะทกสะท้าน เขาบีบมือที่กุมปิ่นจนนางปล่อยด้วยความเจ็บ
ใบหน้าน่ากลัวก้มลงมาขณะที่กดนางเอาไว้ใต้ร่าง หญิงสาวดิ้นรนเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุม ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าร่างที่บดเบียดเสียดสี กำลังปลุกเร้าเจ้าสัตว์ร้ายที่จ้องมองนางราวกับจ้องอาหารอันโอชะ
เสียงลมหายใจรัวเร็วขึ้นไม่แน่ใจว่าเพราะความโกรธหรืออย่างอื่น ดวงตาของบุรุษประหลาดสาดประกายโทสะปะปนกับความบ้าคลั่ง เขาคว้าสองมือน้อยกดลงไปเหนือศีรษะนาง ใช้กายท่อนร่างพันธนาการเจ้าร่างเล็ก กระทั่งก้มลงชิดใบหน้าเข้าไปหา
“อย่านะ! คิดจะทำอะไร!”
นางหวาดกลัวแล้วจริงๆ ทั้งหวั่นเกรงและตื่นตระหนกจึงดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง แต่ยิ่งดิ้นรนก็ยิ่งตระหนักว่าเป็นการยั่วยุ กว่าจะรู้ตัวเสียงฉีกขาดของอาภรณ์ก็ดังขึ้น
ถานชิงหรูกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว รับรู้ว่าร่างกายส่วนล่างของเจ้าสัตว์ร้ายตื่นตัวจดจ่อกับกายสาว นางยังคงสวมชุดเจ้าสาวสีแดงแต่กลับถูกปิศาจร้ายตนนี้กดเอาไว้ใต้ร่าง
เสียงลมหายใจหอบกระเส่าดังขึ้นข้างหู หญิงสาวเตะเท้าทั้งสองข้างพร้อมกรีดร้องสุดเสียง ทว่า...กลางกายสาวกลับถูกรุกล้ำ
“กรี๊ด!!!”