บทที่ 1.4
ถานชิงหรูร้องไห้จนหน้ามืด บางครั้งเมื่อหันไปมองเศษซากศพของสัตว์น้อยใหญ่ กระทั่งกลิ่นของมันก็ยังคงหลงเหลือ นางอาเจียนออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไรหลังถูกลักพาตัวมาจากขบวนเจ้าสาว นางร้องไห้และพยายามปลดโซ่ แต่กลไกของโซ่กลับแปลกพิสดารจนนางจนปัญญา เมื่อความพยายามไร้ผล เรี่ยวแรงเองก็หดหาย สติของนางค่อยๆ เลือนราง ร่างกายที่ถูกพิษไข้เล่นงานทำให้นางหมดสติลงในที่สุด
สัมผัสเปียกชื้นปลุกหญิงสาวให้ตื่นขึ้น สิ่งแรกที่นางเห็นก็คือดวงตาแดงก่ำน่ากลัวของบุรุษประหลาด ฝ่ามือของนางตวัดออกไปและกระทบกับใบหน้าของเขาเต็มๆ มือ
ฝ่ามือเจ็บจนชาวาบเมื่อนางดึงมือกลับ ชายผู้นั้นใบหน้าหันไปอีกด้านเล็กน้อย แต่เมื่อหันกลับมาเขาก็ยังคงมีดวงตาเรียบเฉย ลงมือเช็ดหน้าให้นางโดนไม่ได้กล่าวอะไร
...อันที่จริงนับจากเขาลักพาตัวนางมา นางไม่เคยได้ยินเขาเปล่งเสียงพูดเลยสักครั้ง
กลิ่นเน่าเหม็นเจือจางลงไปบ้างแล้วพร้อมกับแสงสว่างที่ไม่ใช่แสงจากกองไฟ นางตระหนักว่าเป็นเช้าของอีกวันแล้ว
“ขอร้อง...ทะ...ท่านต้องการอะไร ได้โปรดปล่อยข้าไปเถิด หากต้องการทรัพย์สินเงินทอง...”
อยู่ๆ เขาก็ยกชามกระเบื้องมาจ่อริมฝีปากนาง กลิ่นโจ๊กอ่อนๆ ทำให้นางรู้ตัวว่าหิวเพียงใด โจ๊กจืดชืดมีกลิ่นสมุนไพรป่าจางๆ แม้ไม่ร้อนแต่ก็ยังคงหลงเหลือความอุ่น ดื่มเข้าไปเพียงน้อย ร่างกายกลับรู้สึกดีขึ้นอย่างน่าประหลาด
มองไปรอบๆ ถ้ำน้ำพุ ที่นี่เพิ่งถูกทำความสะอาด ไม่มีซากสัตว์เน่าตาย ไม่มีโครงกระดูก แต่โซ่ที่ล่ามข้อเท้าของนางยังคงอยู่ เขายังคงไม่พูดเพียงเช็ดหน้าให้นางเงียบๆ กระทั่งมือใหญ่ยื่นออกมายังสาบเสื้อของถานชิงหรู นางลนลานถอยกรูดปัดป้องมือนั้นพัลวัน บุรุษประหลาดมองนางด้วยสายตานิ่งเฉย
ชามอีกใบถูกยกมาวางตรงหน้า สมุนไพรที่บดละเอียดกลิ่นฉุนมาตามสายลม นางสบตาแดงก่ำคู่นั้นก่อนยื่นมือออกไปรับ เขาขยับมือหนีก่อนวางมันลงด้านหลัง
ขณะที่คิดว่าเขาคงรามือนางกลับถูกอุ้มตัวลอยขึ้นวางนางลงบนตัก กักตัวนางเอาไว้ในอ้อมแขน ใช้มือข้างหนึ่งเกาะกุมข้อมือทั้งสองข้างเอาไว้ด้วยกัน กระทั่งลงมือโปะสมุนไพรลงไปบนบาดแผลยาวที่กลางหน้าอก
ถานชิงหรูน้ำตาคลอก่อนจะร้องไห้เสียงเบา ความหวาดกลัวในใจของนางบางเบาลง เมื่อเทียบเท่ากับความสิ้นหวัง
ร่างกายอ่อนล้าสิ้นเรี่ยวแรงจึงได้แต่ทิ้งตัวลงพิงอกที่สะท้อนขึ้นลงเป็นจังหวะของบุรุษประหลาด จากนั้น...นางไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าผล็อยหลับไป
ขบวนเจ้าสาวที่ออกจากเมืองหานเหอหายไประหว่างทาง ทำให้ข่าวลือเรื่องปิศาจออกอาละวาดถูกพูดถึงมากขึ้น ห้าสิบชีวิตในขบวนเจ้าสาวล้วนไปแล้วไม่หวนกลับ ไม่เว้นแม้แต่เจ้าหน้าที่ทางการ
การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่เสียขวัญผู้คนหวาดกลัว กระทั่งตระกูลเจ้าและตระกูลถานว่าจ้างสำนักคุ้มภัยมากมายเพื่อระดมกันค้นหา
ในที่สุด...ก็พบร่องรอย เพียงแต่เป็นร่องรอยของศพคนตายทั้งสิ้น ไม่มีผู้ใดรอดชีวิต...
งานศพของถานชิงหรูถูกจัดขึ้นท่ามกลางความโศกเศร้า ทุกคนในเมืองหานเหอล้วนเห็นใจในความสูญเสียและความโชคร้ายของตระกูลถาน
แม้แต่ตระกูลเจ้าเองก็ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจ ยังคงยืนยันว่าจะแต่งคุณหนูรองตระกูลถานเป็นสะใภ้ แต่ยังคงรอให้ผ่านพ้นช่วงไว้ทุกข์ไปก่อน
ความเงียบยามเช้าตรู่พร้อมกับอากาศหนาวเหน็บ ทำให้ถานชิงหรูลืมตื่นขึ้น มองไปรอบๆ ไม่ใช่ถ้ำน้ำพุหนาวเหน็บ นางถูกพาตัวมานอนยังโถงถ้ำช่องแรก บนกายยังมีหนังสัตว์ขนาดใหญ่ห่อหุ้ม ห่างออกไปหลายก้าวเป็นกองไฟที่กำลังมอดดับ
ก้มลงมองข้อเท้าโซ่เส้นยาวหนาหนักยังคงอยู่ และมันยาวพอที่จะล่ามนางเอาไว้ไม่ให้เดินออกไปยังประตูทางเข้าซึ่งเป็นผาสูง
บุรุษประหลาดผู้นั้นไม่อยู่ นางเงี่ยหูฟังอยู่นานจนมั่นใจ ดังนั้นจึงลุกขึ้นหมายใจจะหาอะไรมาทุบโซ่เหล็ก เพียงแต่...นางเพิ่งตระหนักว่าแท้ที่จริงที่นี่ไม่มีทางออก