
บทย่อ
ท่ามกลางบรรยากาศอันสงบสุขของหมู่บ้านหลานอวี่ เชิงเขาลั่วซาน ‘ชิงหรู’ ซึ่งตั้งครรภ์ใกล้คลอดใช้ชีวิตเรียบง่ายเพียงลำพัง ผู้ใดเล่าจะคาดว่าแท้ที่จริงนางก็คือคุณหนูใหญ่ตระกูลถาน ตระกูลที่มั่งคั่งและร่ำรวยติดอันดับต้นๆ ของเมืองหานเหอ นางสมควรนั่งเกี้ยวแต่งงานเป็นสะใภ้ใหญ่ตระกูลเจ้า หากไม่ใช่เพราะปิศาจซึ่งออกอาละวาด กระทั่งขบวนเกี้ยวของนางถูกโจมตี การหายตัวไปสามเดือนของนาง ทำให้ตระกูลถานสิ้นหวังกระทั่งจัดงานศพให้นางทั้งที่โลงศพนั้นว่างเปล่า! สี่เดือนผันผ่านนางกลับหวนกลับมาพร้อมทารกในครรภ์ มารดารับไม่ได้จนถึงขั้นเป็นลมหมดสติ บิดาโกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำสั่งให้คนวางยาและพานางไปทิ้งไว้กลางป่า เบื้องลึกเบื้องหลังไม่มีผู้ใดรู้แจ้ง กระทั่งวันหนึ่งกลับมีคนมาสู่ขอสตรีแซ่ถาน ทั้งยังเจาะจงว่าต้องเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลถานเท่านั้น อีกทั้งผู้ที่ต้องการสู่ขอ ถานชิงหรู กลับเป็นถึงรองเจ้าสำนักเมฆหวน ‘หลี่เหวินฉี’ บุรุษที่ร่ำลือกันว่ากำลังจะบรรลุเป็นเซียน!!!
บทที่ 1.1
บรรยากาศมงคลทำให้ทุกคนในเมืองหานเหอล้วนตื่นเต้น ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวตบแต่งงดงามหรูหรา ทำให้ไม่ว่าผู้ใดที่เห็นก็ล้วนต้องอิจฉา ตระกูลถานและตระกูลเจ้าเป็นตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวยและมั่งคั่ง การเชื่อมสัมพันธ์ด้วยการแต่งงานครั้งนี้ นับว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย
ที่สำคัญไปกว่านั้น เจ้าเหิง ผู้ซึ่งเป็นเจ้าบ่าวก็เป็นถึงผู้สืบทอดตระกูลจ้าว
ผู้ที่นั่งอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวก็คือคุณหนูใหญ่ตระกูลถาน ถานชิงหรู นางชื่อว่าเป็นสตรีที่เพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและความอ่อนโยน การแต่งงานครั้งนี้จึงนับได้ว่าเป็นคู่สามีภรรยาที่เหมาะสมราวกับกิ่งทองใบหยกโดยแท้
ภายในเกี้ยวเจ้าสาวถานชิงหรูกุมมือทั้งสองข้างแน่นด้วยความตื่นเต้น แม้ว่าแม่สื่อและสาวใช้จะคอยกระซิบบอกว่าทั้งสองเดินอยู่ข้างๆ เกี้ยวเจ้าสาว แต่เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่นางแต่งออกไปไกลถึงเมืองลั่วเถา แม้บางคนอาจคิดว่าไม่ได้ไกลกันมาก แต่นางที่ถูกเลี้ยงดูในห้องหอ ทั้งยังไม่เคยออกจากบ้านไกลเกินห้าสิบลี้ จึงอดที่จะรู้สึกอาลัยอาวรณ์จวนตระกูลถานไม่ได้
เสียงแสดงความยินดีดังแว่วเข้ามาจากทุกทิศทาง หญิงสาวอมยิ้มด้วยความยินดี เพราะนางเองก็เคยได้พบเจ้าเหิงมาแล้ว ดังนั้นจึงคาดหวังว่าหลังการแต่งงานชีวิตนางและเขาจะเต็มไปด้วยความราบรื่นและความสงบสุข
หลังจากขบวนเจ้าสาวลับตาแม้เบื้องหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มชื่นมื่น ถึงอย่างนั้นเบื้องหลังประตูจวนตระกูลถานที่ปิดลงกลับเต็มไปด้วยความกดดันเป็นกังวล
นายท่านตระกูลถาน ถานซง กำลังสั่งการคนของตนให้ไปคุ้มกันขบวนเจ้าสาวลับๆ
ข่าวลือเรื่องสองสามวันมานี้มีปิศาจออกอาละวาด ทำให้ผู้คนรอบนอกกำแพงเมืองหานเหอไม่กล้าเดินผ่านชายป่าทางด้านตะวันออก โดยเฉพาะถนนตัดผ่านไปยังเมืองลั่วเถาซึ่งขบวนเจ้าสาวกำลังเดินทางผ่าน
“ท่านพี่” ลิ่วซื่อมองสามีของตนด้วยใบหน้ากลัดกลุ้ม “เหตุใดไม่เปลี่ยนเส้นทางเล่าเจ้าคะ”
“ไม่ได้ ตระกูลเจ้าเคร่งครัดเรื่องฤกษ์ยาม หากไปผิดเวลาอาจไม่ส่งผลดีต่อเราตระกูลถาน เจ้าอย่ากังวลไปเลย ข้าส่งคนของเรารวมไปถึงคนของทางการตามไปคุ้มกันแล้ว คนมากกว่าสามสิบคนอย่างน้อยๆ ก็อาจทำให้เจ้าปิศาจนั่นแตกตื่นได้บ้าง อีกอย่างเรื่องนี้เป็นเพียงข่าวลือ แท้ที่จริงอาจไม่มีปิศาจจริงๆ ก็เป็นได้”
ลิ่วซื่อได้ฟังแล้วก็ยังไม่คลายความกังวล นางปรายตามองเหล่าอนุที่บิดผ้าเช็ดหน้าจนแทบจะขาดเพราะความอิจฉา แต่รอยยิ้มกลับยังคงประดับใบหน้า หัวใจของนางแทบไม่อาจคลายความหวั่นวิตก
บุตรชายคนเล็กของนางกำลังจะได้รับเลือกให้เป็นผู้สืบทอด บุตรสาวคนโตของนางเองก็กำลังตบแต่งเข้าตระกูลใหญ่ นางหมายใจให้พี่สาวช่วยส่งเสริมน้องชาย แม้ว่านางจะไม่อาจดึงดูดความรักของผู้เป็นสามี แต่ขอเพียงบุตรชายของนางก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าตระกูล ชั่วชีวิตนับจากวันนี้ของนางก็นับว่ามั่นคงอย่างถาวรแล้ว
ถานชิงหรูลอบแง้มม่านสีแดงขึ้นเล็กน้อย หลังจากรู้สึกได้ว่าคนห้ามเกี้ยวและผู้ที่เดินทางร่วมขบวนมา ทุกคนล้วนเงียบงันและเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ด้านนอกเกิดเสียงลมพัดโหมกระหน่ำ อยู่ๆ คนคุ้มกันก็เพิ่มจำนวนมาจนนางสังเกตได้
“แม่สื่อ เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ”
“คุณหนูปิดม่านลงเถิดเจ้าค่ะ เรากำลังจะผ่านชายป่าทางด้านตะวันออกแล้ว ไม่นานก็จะถึงถนนหลักที่ตัดผ่านไปยังเมืองลั่วเถา ที่นี่ลมแรงฝุ่นอาจพัดเข้าไปในเกี้ยว”
“แต่...”
“เชื่อข้านะเจ้าคะ” แม้มีท่าทีตื่นกลัวแต่แม่สื่อก็ปลอบโยนหญิงสาวด้วยรอยยิ้มฝาดเฝื่อน
หญิงสาวปิดม่านลงด้วยความรู้สึกสงสัย แต่เมื่อขบวนเดินทางไปได้ไม่นาน เกี้ยวเจ้าสาวก็สั่นคลอน ด้านนอกเกิดเสียงร้องตะโกนขึ้นด้วยความหวาดกลัว เสียงลมพัดยิ่งมาก็ยิ่งรุนแรงกระทั่งม่านสีแดงเปิดขึ้นปัดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวจนกระพือเปิด