บทที่ 1.2
การต่อสู้ชุลมุนด้านนอกทำให้ถานชิงหรูตื่นตระหนก จังหวะนั้นเองที่คนแบกเกี้ยวทิ้งเกี้ยวลงจากไหล่ ทุกคนล้วนหันหลังและวิ่งหนีเอาตัวรอดไปจนสิ้น
ถานชิงหรูกรีดร้องด้วยความตกใจ นางพยายามตะโกนเรียกแม่สื่อและสาวใช้ ทุกคนล้วนหันหลังและวิ่งหนีไม่คิดชีวิต มีเพียงคนของทางการไม่กี่คนที่กำลังต่อสู้กับบางอย่างที่นางเองก็มองไม่ชัด
มันคล้ายเป็นเงาวูบหนึ่งแต่ก็คล้ายไม่ใช่ เพราะทันทีที่เงานั้นวูบผ่านคนของทางการ ร่างของคนเหล่านั้นก็ล้มลงพร้อมกับเสียงคำรามร้องด้วยความเจ็บปวด
ถานชิงหรูตระหนักแล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ ระหว่างที่นางเปิดม่านประตูเกี้ยวก้าวลงมา เจ้าหน้าที่ทางการคนหนึ่งก็คว้าข้อมือของนางเอาไว้
“คุณหนูถานไปกับข้าน้อย ที่นี่ไม่ปลอดภัย”
“เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ”
“ปิศาจ มันสังหารคนคุ้มกันของนายท่านถานไปแล้ว เราต้องหนี”
นางตื่นตะลึงจนตัวสั่น หวาดกลัวจนไม่กล้าหันหลังกลับไปมอง เพียงออกวิ่งตามแรงลากของเจ้าหน้าที่ผู้นั้น รับรู้ว่าเบื้องหลังมีคนอีกสองคนคุ้มกันให้
เสียงกู่ร้องน่าขนลุกดังขึ้นจากด้านหลัง มือปราบที่พาหญิงสาวหลบหนีมาจากขบวนเจ้าสาว เพียงบอกให้นางวิ่งอย่าได้หันหลังกลับไปมอง นางเองก็หวาดกลัวจนไม่กล้าหันหลัง
เพียงแต่...เงาสายหนึ่งกลับวูบมาดักด้านหน้า
เสียงบางอย่างกรีดผ่านเนื้อหนัง ของเหลวกลิ่นคาวคลุ้งสาดกระเด็นลงบนใบหน้าซึ่งตบแต่งเอาไว้อย่างงดงาม เจ้าสาวที่สมควรถูกส่งตัวเข้าห้องหอ บัดนี้นางกลับได้แต่ยืนนิ่งด้วยความหวาดผวา
เลือด...แดงฉานเปรอะเปื้อนใบหน้าของนาง
ก้มลงมองมือที่เกาะกุมข้อมือของตน เจ้าของมือล้มลงไปตรงหน้า แต่ปลายนิ้วของเขายังคงไม่ปล่อยข้อมือหญิงสาว ปลายนิ้วที่หลงเหลือเพียงส่วนของฝ่ามือ...
กรี๊ด!!!!
เงานั้นวูบผ่านตรงหน้านาง ไม่นานทุกสิ่งวูบดับมืดมิดหลังจากเสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก เจ้าสาวผู้งดงามล้มพับไปท่ามกลางเสียงของสายลมซึ่งพัดกระหน่ำ
ไม่นานสายฝนก็สาดซัด ชะล้างกลิ่นคาวของเลือดและความตาย รวมไปถึงร่องรอยการเข่นฆ่าอันโหดเหี้ยม หลงเหลือเอาไว้เพียงศพของคนตาย และข้าวของมากมายที่ยังคงมีกลิ่นไอของความเป็นมงคล...
แรกลืมตาถานชิงหรูงุนงงจนไม่อาจเรียบเรียงความคิด ร่างกายอ่อนแรง ศีรษะปวดจนแทบระเบิด กระทั่งความร้อนตามร่างกายที่เป็นสัญญาณของการเป็นไข้ ทำให้กระบวนการความคิดของหญิงสาวเชื่องช้าจนมึนงงสับสน
มองไปรอบกายที่เต็มไปด้วยผนังหินและแสงวูบวาบจากกองเพลิง ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้าง ตื่นตระหนกจนเผลอตัวขยับ
เพียงแต่...ชั่วขณะที่กำลังคิดจะขยับตัว กลางอกกลับรู้สึกตึงแน่นแสบร้อน เจ็บปวดจนนิ่วหน้าคิ้วขมวด
ข้างกองไฟนั่นเองร่างสูงใหญ่ของบุรุษซึ่งปล่อยผมยาวรุงรัง กำลังนั่งจ้องมองตรงมายังหญิงสาว เพราะร่างกายอ่อนล้าบวกกับไข้สูง การขยับรวดเร็วทำให้ถานชิงหรูหน้ามืด นางหลับตาลงพร้อมกับอาการเวียนศีรษะรุนแรง ถึงอย่างนั้นทันทีที่ลืมตาขึ้นก็มีอันต้องกรีดร้องด้วยความตกใจกลัว
บุรุษที่สมควรจะนั่งห่างออกไปถึงเจ็ดก้าว บัดนี้กลับนั่งจ้องมองนางในระยะประชิด
“กรี๊ด!!!” หญิงสาวยื่นสองมือออกไปผลักเขา แต่คนที่ล้มลงนอนหงายจนศีรษะด้านหลังชนผนังหินกลับเป็นตัวนางเอง
แม้เจ็บจนน้ำตาเล็ดแต่ถานชิงหรูยังคงตะเกียกตะกายขยับตัวหนี เพียงแต่เพิ่งเบี่ยงตัวมือใหญ่กลับคว้าข้อมือของนางเอาไว้ได้
แรงบีบไม่เบานัก ถานชิงหรูพยายามสะบัดและกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว แต่ที่ได้รับกลับเป็นเรี่ยวแรงที่ลากนางเข้าหาตัว หาใช่อิสรภาพไม่...
เขา...มีดวงตาแดงก่ำดุดันน่ากลัว กึ่งกลางหน้าผากมีขีดสีแดงยาวรีคล้ายรอยกรีดแต่กลับไม่มีเลือด ใบหน้าสกปรกมอมแมมยังคงมีคราบเลือดแห้งเกรอะกรังเกาะติด