บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 7 ทำให้ชัดเจน

อาหารทั้งหมดที่จ้าวเยี่ยนหลิงตั้งใจซื้อมาถูกทำให้หายไปภายในเวลาเพียงไม่นาน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นหวงซูเยี่ยนที่กินเข้าไปด้วยความเสียดาย คุณหนูจ้าวกินอาหารไปเพียงอย่างละเล็กละน้อยก็รู้สึกอิ่มแล้ว ขณะเดียวกันก็คีบวางไว้ให้อีกฝ่ายอยู่เรื่อย ๆ จนกระทั่งเหลือเพียงถ้วยเปล่า

หวงซูเยี่ยนรู้สึกอิ่มมากอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน เรียกได้ว่าตลอดหลายปีมานี้นี่อาจเป็นมื้อที่เธอกินอิ่มที่สุดเลยก็ว่าได้ มือหนึ่งยกขึ้นมาลูบหน้าท้องที่ป่องออกมาเล็กน้อย ขณะเดียวกันก็ไม่วายบ่นคุณหนูจ้าว

“ต่อไปอย่าได้ซื้อเยอะแบบนี้ ฉันอิ่มจนจะเดินไม่ไหวแล้ว”

คนโดนบ่นไม่ได้มีท่าทีไม่พอใจแต่อย่างใด เพียงแค่เห็นว่าหวงซูเยี่ยนอิ่มท้องก็รู้สึกมีความสุขมากที่ในวันนี้ได้ทำสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้สำเร็จไปแล้วอย่างหนึ่ง คนเราต้องอิ่มท้องแบบนี้ถึงจะมีแรงไปทำเรื่องอื่นได้

ใบหน้าได้รูปเผยรอยยิ้มจาง ก่อนจะฉุดรั้งแขนของยายตัวขี้เกียจให้ลุกขึ้นอีกครั้ง “ลุกขึ้นได้แล้ว เดี๋ยวเข้าเรียนไม่ทัน”

“รู้แล้วน่า…”หวงซูเยี่ยนตอบเสียงเอื่อยเฉื่อย ความอิ่มที่มากเกินไปกำลังทำให้เธอรู้สึกเกียจคร้านจนเปลือกตาแทบปิดอยู่รอมร่อ

ทว่าทันทีที่หยัดกายลุกขึ้นกลับพบว่าด้านหลังของจ้าวเยี่ยนหลิงมีคนมายืนรออยู่ถึงสามคน ท่าทางดูไม่เป็นมิตรเช่นนี้คิดว่าคงไม่ได้มาดีอย่างแน่นอน

หวงซูเยี่ยนพยักเพยิดใบหน้าไปทางนั้นเล็กน้อยเป็นการส่งสัญญาณ

ทว่าจ้าวเยี่ยนหลิงพอจะเดาได้ว่ากลุ่มของเฉินซื่ออิงคงไม่อยู่เฉยแน่ที่เธอทำเช่นนี้ คนที่เสียผลประโยชน์ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องร้อนรน เพียงแต่ไม่คิดว่าจะใจร้อนจนรีบเดินเข้ามาตั้งแต่วันแรกเช่นนี้

นัยน์ตากลมลอบกลอกกลิ้งไปมาอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับหลิวจื่อซิ่ว เหวินรุ่ยฟางและคนที่แอบอยู่ด้านหลังสุดก็ไม่พ้นเฉินซื่ออิงที่กำลังแสร้งทำใบหน้าขลาดกลัวอยู่นั่นเอง

“มีอะไรก็พูดมา”จ้าวเยี่ยนหลิงกล่าวเสียงเรียบ พลางยกมือขึ้นกอดอกราวกับไม่แยแสอีกฝ่ายเท่าใดนัก

ถ้าหากว่ากันตามตรงเธอคิดว่าตนเองก็มีดีมากพอที่จะเลือกคบใครหรือไม่คบใคร สำหรับคุณหนูจ้าวแล้วไม่แน่ว่าคนพวกนี้มากกว่าที่ต้องรู้สึกร้อนรนเมื่อไม่ได้เป็นเพื่อนกับเธอ เรื่องฐานะที่ด้อยกว่าจ้าวเยี่ยนหลิงไม่อยากหยิบยกเรื่องนี้มาพูดนัก แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าคนพวกนี้ทะเยอทะยานเกินฐานะ ในทุกครั้งที่พูดคุยมีแต่อยากได้สิ่งของราคาแพงมากมายจากเธออยู่ร่ำไป

คนเราแม้ฐานะทางบ้านไม่ดีนัก การทะเยอทะยานเป็นสิ่งที่ดีหากไม่ได้เอาเปรียบผู้อื่น แต่กับคนกลุ่มนี้ไม่ใช่เลย ตลอดมากลุ่มเฉินซื่ออิงมักจะมีคำพูดอ้อม ๆ มาหว่านล้อมเธอเสมอเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการโดยไม่ต้องควักเงินตนเองสักหยวน ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ตนเองโง่งมเพียงใดที่หยิบยื่นหลายสิ่งให้กับคนเหล่านี้โดยไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน

หลิวจื่อซิ่วเพียงยิ้มเยาะคนตรงหน้า “ฉันเพียงอยากจะถามเธอเท่านั้น ว่าเดี๋ยวนี้ตกอับจนต้องมาคบกับยาจกแล้วเหรอเยี่ยนหลิง”

ว่าจบก็หัวเราะเยาะออกมาเสียงดัง อันที่จริงเธอก็ไม่ได้ชอบหน้าจ้าวเยี่ยนหลิงเท่าใดนัก นิสัยที่ทั้งชอบโอ้อวดและมักจะทำตัวหยิ่งยโส หลายครั้งที่มักจะพูดจาดูถูกเพื่อนที่ฐานะด้อยกว่าอย่างซื่ออิงนั่นอีก

หากแต่เพราะผลประโยชน์ที่ได้รับไม่ว่าจะเป็นอาหารที่อีกฝ่ายมักควักเงินจ่ายให้อย่างไม่จำกัด ขนมราคาแพงหรือแม้แต่เสื้อผ้า เครื่องประดับที่วางขายอยู่ในห้างสรรพสินค้า ที่ผ่านมาล้วนเป็นจ้าวเยี่ยนหลิงที่มักจะซื้อมาแจกจ่ายอยู่เสมอ หลิวจื่อซิ่วที่เห็นแก่ของที่ตนเองได้มาอย่างง่ายดายจึงได้คบอีกฝ่ายเป็นเพื่อนมาเกือบสามปีนั่นเอง

จ้าวเยี่ยนหลิงบิดยิ้มร้าย พลันมองทั้งสามคนตรงหน้าด้วยสายตาดูแคลน คนหนึ่งก็เห็นแก่ตัว อีกคนหนึ่งก็ชอบนินทาให้ร้าย ส่วนอีกคนก็เสแสร้งอยู่ตลอดเวลา เหมาะสมแล้วที่อยู่กลุ่มเดียวกัน

“ตกอับหรือไม่สำคัญด้วยเหรอ?”

หญิงสาวถามกลับไปเสียงเย็นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่อมาจึงกล่าวต่อไปอีกว่า “ในเมื่อเราสองคนเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน”

เป็นเหวินรุ่ยฟางที่หัวเราะออกมาเสียงดังอย่างขบขันเมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั้งแววตาของคุณหนูจ้าวในตอนนี้ก็ดูคล้ายจะภูมิใจกับการคบหากับยาจกน่าดู เธอขยับมายืนด้านหน้าสุด ซึ่งห่างจากจ้าวเยี่ยนหลิงไปเพียงสามก้าวเท่านั้น

“เหอะ! อย่าเพ้อเจ้อไปหน่อยเลย ใครบ้างที่เข้าหาจ้าวเยี่ยนหลิงโดยไม่หวังสิ่งใด เยี่ยนหลิงเอ๋ย…อย่าไร้เดียงสาไปหน่อยเลย”

หญิงสาวกล่าวออกไปเสียงดัง พลันมองคุณหนูจ้าวด้วยสายตาดูแคลน คนที่มีเพียงแค่ฐานะร่ำรวยแต่ทว่าโง่งม ถือดีอย่างไรมาพูดจาเพ้อเจ้อต่อหน้าเธอกัน ที่ผ่านมาหากไม่ใช่เพราะสิ่งที่ติดตัวอีกฝ่ายมามีหรือที่เธอจะยอมคบหาด้วยจนทุกวันนี้

แต่ทว่าสิ่งที่เหวินรุ่ยฟางกล่าวออกมานั้นตนเองคงไม่คิดมาก่อนว่ามันอาจจะย้อนเข้าหาตัวในเวลาต่อมา ตอนนี้ไม่ใช่เพียงแค่จ้าวเยี่ยนหลิงและหวงซูเยี่ยนเท่านั้นที่ได้ยิน แต่นักเรียนที่วนเวียนอยู่รอบบริเวณราวเกือบยี่สิบคนก็ให้ความสนใจการสนทนาที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน

“เหมือนอย่างพวกเธอน่ะเหรอ?”

จ้าวเยี่ยนหลิงโพล่งขึ้นโดยไม่รอให้ใครได้เอ่ยแทรกขึ้นมาแต่อย่างใด ยิ่งได้เห็นใบหน้าเสแสร้งของเฉินซื่ออิง ยิ่งได้ทบทวนถึงเรื่องในอดีตที่คนกลุ่มนี้เอาเปรียบเธออย่างไรบ้างยิ่งรู้สึกโกรธ

สองเท้าของจ้าวเยี่ยนหลิงขยับไปข้างหน้าทีละก้าวโดยไม่มีท่าทางหวาดกลัวอีกฝ่ายแต่อย่างใด นัยน์ตากลมโตทอประกายเยือกเย็น จนทำให้คนที่อยู่ห่างออกไปเพียงคืบรู้สึกหวั่นใจเผลอก้าวถอยหลังออกไปอย่างไม่รู้ตัว

เธอจ้องมองใบหน้าของอดีตเพื่อนช้า ๆ ทีละคน ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า “คนหนึ่งก็หวังจะได้กินอาหารดี ๆ จากฉัน อีกคนก็อยากใส่เสื้อผ้าราคาแพงที่ฉันซื้อให้ ส่วนอีกคนก็หวังอยากจะเหนือกว่า แต่ก็…ทำไม่ได้”

แววตาที่ไร้ความขลาดเขลาของจ้าวเยี่ยนหลิง ทำเอาเฉินซื่ออิงที่ยืนอยู่ด้านหลังสุดรู้สึกร้อนใจขึ้นมาจนไม่อาจอยู่เฉยได้อีกต่อไป ขณะเดียวกันก็อยากตำหนิในความโง่เขลาของเหวินรุ่ยฟางที่กล่าวในสิ่งที่คิดออกมาเสียหมด

แต่ตอนนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ยังไม่ถึงเวลาที่จะถีบหัวส่งนางโง่นั่น อย่างน้อยก็ขอให้จ้าวเยี่ยนหลิงตกเป็นเบี้ยล่างของพวกเราจนจบชั้นมัธยมปลายไปเสียก่อนก็ยังไม่สาย ที่ผ่านมาต่อให้เฉินซื่ออิงจะรู้สึกอิจฉาหล่อนมากเพียงใด แต่ด้วยฐานะและผลการเรียนของคุณหนูจ้าวก็ถือว่ามีประโยชน์ต่อพวกเราทั้งสามคนไม่น้อยเลย

“ฉะ- ฉันว่าต้องมีการเข้าใจผิดแน่ ๆ เลย เยี่ยนหลิง…เธออย่าโกรธพวกเราเลยนะ”เฉินซื่ออิงแสร้งกล่าวด้วยน้ำเสียงติดขัด ขอบตาทั้งสองข้างปรากฏหยาดน้ำตาคลอหน่วยราวกับจะไหลออกมาอยู่รอมร่อ

ขณะเดียวกันก็เดินไปจับแขนของอีกฝ่ายเอาไว้แล้วเขย่าเบา ๆ ทว่าเจ้าของต้นแขนไม่ยินยอมให้เป็นเช่นนั้นนานนัก จ้าวเยี่ยนหลิงสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างแรงพลางมองไปที่เจ้าของมืออย่างนึกรังเกียจ

“ไปเสแสร้งที่อื่นเถอะ มันน่ารำคาญ!”จ้าวเยี่ยนหลิงกล่าวเสียงเข้ม พลางมองเฉินซื่ออิงที่เซถลาออกไปเล็กน้อยด้วยแววตาแสนรำคาญอย่างที่กล่าวออกไป

สิ้นคำกล่าวนั้นเฉินซื่ออิงก็ปล่อยโฮออกมาทันที น้ำตามากมายไหลอาบแก้มราวกับทำนบแตก ไหนจะไหล่สองข้างที่สั่นน้อย ๆ ใครเห็นแล้วต่างก็ต้องมองว่าน่าสงสาร แต่ไม่ใช่กับจ้าวเยี่ยนหลิงที่รู้ทันอีกฝ่ายเป็นอย่างดี ท่าทางเปราะบางราวกับกิ่งหลิวต้องลมฝนเช่นนี้ก็คงมีแต่คนโง่เขลาอย่างหลิวจื่อซิ่วและเหวินรุ่ยฟางเท่านั้นที่หลงเชื่อ

เหวินรุ่ยฟางประคองร่างแบบบางของเพื่อนผู้อ่อนแอเอาไว้พลางมองคนที่ทำร้ายเพื่อนสนิทของตนด้วยแววตาขุ่นเคือง

“ชักจะรังแกซื่ออิงมากเกินไปแล้วนะ!”

หลิวจื่อซิ่วตวาดกร้าวออกมาอย่างเหลืออด ราวกับนี่เป็นฟางเส้นสุดท้ายของเธอก็ว่าได้ ก่อนหน้านี้เธอเพียงแค่ได้ยินคำบอกเล่าจากซื่ออิงเท่านั้นว่าคุณหนูจ้าวคนนี้รังแกเธออย่างไรบ้าง แต่ไม่คิดว่าวันนี้จจะได้เห็นมันด้วยสองตาของตนเอง ทั้งที่ซื่ออิงแสนดีเพียงนี้แต่นางคุณหนูนี่กลับรังแกกันได้ลงคอ

“อย่ามายุ่งกับฉันอีก” น้ำเสียงเย็นชากล่าวขึ้นพลางจ้องมองไปยังอดีตเพื่อนทีละคนราวกับกำลังข่มขู่ ก่อนจะเดินจากไปยังไม่ลืมกล่าวขึ้นอีกครั้ง

“อ้อ! เป็นฉันเองแหละที่เข้าหาซูเยี่ยน เพราะไม่อยากคบกับเพื่อนเห็นแก่ตัวอย่างพวกเธอแล้วก็เท่านั้น ต่อจากนี้ก็ต่างคนต่างอยู่ หากยังสร้างปัญหาให้เราสองคน…คงจะรู้นะว่าฉันสามารถทำอะไรกับพวกเธอได้บ้างน่ะ”

จ้าวเยี่ยนหลิงกล่าวเสียงเข้ม พลันกระตุกยิ้มมุมปาก มองดูอดีตเพื่อนด้วยสีหน้าเย็นชา วันนี้เธอจะถือว่าได้เตือนพวกหล่อนเอาไว้แล้ว หากต่อจากนี้ยังมาวุ่นวายให้รำคาญใจเห็นที่จะต้องถูกจัดการให้สิ้นซาก

โดยเฉพาะเฉินซื่ออิงจอมเสแสร้ง…

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel