จ้าวเยี่ยนหลิง หวนคืนชะตามาเป็นคุณหนูผู้ร่ำรวยในยุค 80

33.0K · ยังไม่จบ
หลี่จินผิง
15
บท
485
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เป็นเธอเองที่โง่งมนำพาคนเช่นนั้นมาไว้ข้างกายจนทำให้พี่ชายต้องจบชีวิตลงทั้งที่อายุยังน้อย เมื่อได้รับโอกาสให้กลับมาแก้ไขสิ่งผิดพลาด ‘ความโง่งม’ เช่นวันนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้นอีก

นิยายจีนโบราณผู้ชายอบอุ่นทหารนางเอกเก่งพลิกชีวิตแก้แค้นยุค80จีนโบราณพึ่งพาตัวเองสัมพันธ์ครอบครัว

ตอนที่ 1 คุณหนูจ้าว

ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองของวันสิ้นปี ทำให้ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยการตกแต่งประดับประดาด้วยโคมไฟสีสันสดใส ที่มักเขียนถ้อยคำมงคลเอาไว้คล้ายกับต้องการจะสื่อถึงความมงคลของชีวิตเมื่อยามต้องก้าวผ่านคืนนี้ไป

ท่ามกลางสายลมเย็นพัดผ่านบนตึกสูงราวสิบห้าชั้น ปรากฏร่างของหญิงสาววัยยี่สิบเอ็ดปีนามว่า จ้าวเยี่ยนหลิง สองเท้าเปล่าเปลือยพาเอาร่างกายอ่อนแรงวิ่งขึ้นมาจากชั้นสามของโรงแรมชื่อดังจนมาหยุดอยู่บนชั้นดาดฟ้าที่ไร้ซึ่งผู้คน

นัยน์ตาสีน้ำตาลกวาดมองไปยังรอบกายอย่างไร้จุดหมาย รอยแตกที่มุมปากมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวด ยามนี้หญิงสาวต้องหาทางรอดให้กับตนเองเสียก่อน บาดแผลเพียงเล็กน้อยหาได้สำคัญแต่อย่างใดหากเทียบกับสิ่งที่ตนเองกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

เสียงฝีเท้าหนักของชายวัยฉกรรจ์สองคนยังคงดังไล่หลังจ้าวเยี่ยนหลิงมาเรื่อย ๆ และใกล้เข้ามาทุกชั่วขณะ

มือเล็กเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสกปรก มันเริ่มแห้งกรังติดตามผิวเนื้อ แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวกลับไม่ได้สนใจนัก ร่างกายเหนื่อยหอบก้าวถอยหลังอย่างไม่หยุดพัก นัยน์ตาอ่อนล้าสอดส่ายหาทางรอดรอบกายอย่างมีความหวังแต่กลับไม่พบแม้แต่หนทางเดียว

บนดาดฟ้าแห่งนี้เป็นเพียงพื้นที่โล่ง ว่างเปล่าและร้างผู้คน ขณะที่ตรงหน้าของจ้าวเยี่ยนหลิงกำลังเผชิญอยู่กับชายฉกรรจ์ที่หมายจะเอาชีวิตของเธอ โชคชะตาราวกับกำลังบีบบังคับให้เธอเลือกวิธีการจากโลกนี้ด้วยตนเอง

ยืนรออยู่ตรงนี้ก็ตาย แต่หากกระโดดลงไปด้านล่าง ความสูงสิบห้าชั้นของตึกนี้ไม่อาจกล่าวได้เลยว่าเธอจะสามารถมีชีวิตรอดปลอดภัยได้

เพียงเสี้ยวอึดใจสิ่งที่จ้าวเยี่ยนหลิงไม่อยากให้เกิดขึ้นก็ปรากฏตรงหน้าเสียแล้ว ในยามนี้มีชายวัยฉกรรจ์รูปร่างกำยำที่วิ่งไล่ตามเธอมาจนพบ พวกเขายืนห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว หน้าตาของแต่ละคนไม่ได้เป็นมิตรกับเธอนัก ทั้งสายตายังจับจ้องมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้ออย่างไรอย่างนั้น

จ้าวเยี่ยนหลิงก้าวถอยหลังไปจนสุดทาง ต้นขาสัมผัสได้ถึงขอบระเบียบที่กั้นเอาไว้ระหว่างด้านบนของดาดฟ้าและด้านล่างของพื้นที่ว่างเปล่า ท้ายที่สุดเมื่อถึงทางตันร่างบอบบางจึงทำได้เพียงหยุดเท้าที่ไร้สิ่งห่อหุ้มเอาไว้เพียงเท่านั้น แล้วจ้องมองคนที่กำลังเดินเข้ามาห่างเธอด้วยแววตาอาฆาตแค้น

ความแค้นของจ้าวเหยียนหลิงที่มีต่อชายสองคนตรงหน้านั้นนับเป็นเพียงเศษเสี้ยวน้อยนิด หากให้เทียบกับความแค้นที่หญิงสาวมีต่อพี่สะใภ้คนนั้น…

ย้อนกลับไปเมื่อวานนี้ สำหรับตระกูลจ้าวนับเป็นงานสังสรรค์งานแรกที่เกิดขึ้นหลังจากที่พี่ชายของเธอได้เสียชีวิตลง ก่อนที่จะหมดลมหายใจ จ้าวฉงซาน เริ่มร่างกายอ่อนแอทั้งที่เป็นชายชาติทหาร ตลอดทั้งชีวิตเจ็บป่วยแทบนับครั้งได้ แต่กลับล้มป่วยอย่างไร้สาเหตุและจากไปอย่างสงบเมื่อเกือบสองปีก่อน

ในบ้านตระกูลจ้าวจึงเหลือเพียงจ้าวเยี่ยนหลิงผู้เป็นน้องสาวและพี่สะใภ้ซึ่งเดิมทีก็เคยเป็นเพื่อนที่เรียนมัธยมปลายมาด้วยกัน ด้วยความหัวอ่อนและไม่ทันคนของจ้าวเยี่ยนหลิงในยามนั้น เธอไม่เคยระแวงหรือสงสัยในตัวพี่สะใภ้คนนี้แม้แต่น้อย จนถึงตอนที่พี่ชายจากไปก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าสาเหตุมาจากการถูก ‘วางยา’ มาเป็นเวลานาน

หากถามว่าเรื่องนี้จ้าวเยี่ยนหลิงรู้ได้อย่างไร ก็คงต้องขอบคุณพี่สะใภ้ผู้แสนดีอย่าง เฉินซื่ออิง ที่ชี้ทางสว่างให้กับเธอเมื่อวานนี้นั่นเอง ซึ่งเฉินซื่ออิงไม่ได้วางยาเพียงแค่สามีตนเองเท่านั้น แต่รวมถึงน้องสาวของสามีด้วย

ช่วงสายของเมื่อวานขณะที่จ้าวเยี่ยนหลิงกำลังแต่งตัวเพื่อไปร่วมงานสังสรรค์ภายในของบรรดาเครือญาติสกุลจ้าวสายหลักและสายรอง พี่สะใภ้ที่เธอรักใคร่และไว้ใจไม่แพ้คนเป็นพี่ชายที่จากไปเดินเข้ามาในห้องเธอพร้อมกับชาดอกโม่ลี่ฮวาแก้วหนึ่ง

จ้าวเยี่ยนหลิงยกชาขึ้นดื่มจนหมดแก้วโดยไม่ลืมกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายอย่างเช่นปกติ ก่อนจะรู้สึกมึนศีรษะและวิงเวียนจนไม่อาจยืนทรงตัวอยู่ได้

อาการเช่นนี้ต่อให้เป็นคนโง่งมเพียงใดก็ย่อมรู้ได้ว่าโดนวางยา เพียงแต่ยานี้จะส่งผลอย่างไรต่อไป จ้าวเยี่ยนหลิงก็สุดจะคาดเดาได้อีก ร่างบอบบางหายใจเข้าออกอย่างยากลำบาก เอนกายพิงพนักเก้าอี้อย่างอ่อนแรง พยายามฝืนตนเองให้มีสติ คิ้วเรียวขมวดมุ่น พลันจดจ้องไปทางพี่สะใภ้อย่างไม่เข้าใจ

เฉินซื่ออิงขยับใบหน้าเข้าไปใกล้น้องสาวของสามี เมื่อเห็นความพยายามในการต่อต้านฤทธิ์ยาก็เผยรอยยิ้มเยาะหยันออกมา

“สงสัยหรือ? ก็เพียงแค่ยานอนหลับชนิดแรงกว่าทั่วไปน่ะ”

“ทำไมถึง…”ถึงอีกฝ่ายจะอธิบายแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีอีกหลายอย่างที่จ้าวเยี่ยนหลิงไม่เข้าใจ หญิงสาวต้องการจะพูดให้ยาวกว่านี้ แต่ทว่าสติที่มีนั้นเลือนรางจนสายตาพร่ามัวไปหมด ร่างทั้งร่างแม้จะฝืนตนเองเพียงใด เธอย่อมรู้ดีว่าคงอดทนต่อฤทธิ์ยาได้อีกไม่นานนัก

เสียงหัวเราะเยาะของเฉินซื่ออิงดังก้องภายในห้องนอนหรูหราของคุณหนูตระกูลจ้าว นี่อาจจะเป็นอีกเรื่องที่เธอรู้สึกอิจฉาอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก ชีวิตที่เพรียบพร้อมราวกับเจ้าหญิงเช่นนี้เหตุใดจึงไม่เป็นของเธอ แต่กลับเป็นของจ้าวเยี่ยนหลิง หญิงสาวที่แสนโง่งมและหัวอ่อนตรงหน้า

ผมที่ถูกมัดเอาไว้และผูกด้วยผ้าผูกผมราคาแพงถูกมือหนึ่งจิกอย่างแรงจนใบหน้างดงามทว่าดูอ่อนแรงนั้นเชิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ก็คง…เพราะชีวิตของแกมันสุขสบายเกินไปอย่างไรล่ะ”น้ำเสียงกระแทกกระทั้นนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกเกลียดชังที่อัดแน่นอยู่ภายในมาหลายปี

ตั้งแต่ได้พบจ้าวเยี่ยนหลิงในครั้งแรกที่หน้าโรงเรียน ภาพของเด็กหญิงในชุดนักเรียนเรียบร้อย ทั้งที่ก็เป็นชุดแบบเดียวกันกับนักเรียนหลายคนที่อยู่บริเวณนั้น แต่รัศมีบางอย่างรอบตัวของจ้าวเยี่ยนหลิงนั้นบ่งบอกว่าเธอคือคุณหนูจากตระกูลใหญ่และร่ำรวยไม่เบา

ทำให้จ้าวเยี่ยนหลิงเป็นเด็กสาวที่ได้รับความสนใจจากทุกคนโดยรอบ และทุกคนอยากเป็นเพื่อนกับเธอ ยกเว้นก็แต่เฉินซื่ออิงที่เข้าหาเธอด้วยเหตุผลอื่น

เดิมทีการมีพ่อแม่ที่แต่งตัวอย่างผู้ดีสวมใส่เครื่องประดับราคาแพงและขับรถยนต์มาส่งทุกวันก็เป็นที่น่าอิจฉามาพออยู่แล้ว แต่จนแล้วจนรอดเมื่อสิ้นพ่อแม่ ก็ยังมีพี่ชายในชุดทหารยศสูงขับรถมาส่งในทุกวัน ยังไม่นับรวมการใช้ของมีค่าราคาแพง และการเลี้ยงข้าว เลี้ยงขนมเพื่อนจนเป็นเรื่องปกติ

เรียกได้ว่าชีวิตของคุณหนูจ้าวนั้นร่ำรวยและสุขสบายมาก และดูเหมือนจะมากเกินไปจนเฉินซื่ออิงอยากจะแย่งชิงมาเป็นของตนเอง