บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 ผลตอบแทนของความใจดี

จ้าวเยี่ยนหลิงมองร่างท้วมของตาแก่หื่นกามที่ล้มตัวนอนลงบนพื้นด้วยแววตาแค้นเคือง เมื่อครู่เธอจงใจฟาดแจกันโดยใช้แรงทั้งหมดที่มี คาดว่าชายแก่คนนี้คงสลบสไลไปอีกหลายชั่วโมง ของเหลวสีแดงที่ไหลออกมาเปรอะเปื้อนพื้นบริเวณนั้นไม่ได้ทำให้หญิงสาวรู้สึกสงสารแม้แต่น้อย เมื่อเทียบกับเจตนาของคนเหล่านี้ที่มีต่อเธอก็ถือว่าสมควรแล้ว

อันที่จริงจ้าวเยี่ยนหลิงตื่นตั้งแต่ถูกอุ้มมานอนบนเตียงนี้แล้ว เพียงแค่แสร้งหลับต่อเพื่อทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ก็เท่านั้น ขณะหลับก็คิดหาทางรอดให้กับตนเอง จนกระทั่งได้ยินถ้อยคำน่ารังเกียจของท่านจอมพลที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับพ่ออย่างจอมพลสวี

เมื่อสิ่งที่ได้รับรู้จากเฉินซื่ออิงก่อนหน้านี้ผนวกรวมกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า จ้าวเยี่ยนหลิงไม่รู้จะสรรหาคำใดมานิยามความชั่วร้ายของคนเหล่านี้ได้อีกแล้ว

“น่ารังเกียจสิ้นดี!”

สิ้นคำกล่าวที่คิดว่ารุนแรงที่สุดในชีวิต หญิงสาวกวาดตามองโดยรอบห้อง ก่อนจะแนบหูไปกับประตูเพื่อฟังเสียงด้านนอก เมื่อไม่มีเสียงความเคลื่อนไหวจ้าวเยี่ยนหลิงจึงวิ่งออกจากห้องนั้นได้อย่างง่ายดาย

โชคดีที่ชายแก่คนนี้สั่งลูกน้องไปแบบนั้น ทำให้คนพวกนั้นแยกย้ายกันไป ทว่าโชคชะตาก็ไม่ได้เข้าข้างหญิงสาวนานนัก หลังจากที่วิ่งออกจากห้องได้เพียงไม่กี่สิบก้าวก็ถูกหนึ่งในลูกน้องของจอมพลสวีพบเข้าพอดี

“หยุดเดี๋ยวนี้!”

เสียงเข้มตวาดกร้าวอยู่ด้านหลังไม่ได้ทำให้จ้าวเยี่ยนหลิงลังเลที่จะก้าวต่อแม้แต่น้อย สองเท้าเปลือยเปล่ายังคงวิ่งขึ้นบันไดไปยังชั้นบนอย่างไม่หยุดพัก ตลอดทางทุกชั้นที่ผ่านปราศจากซึ่งผู้คน

เมื่อไม่มีตัวช่วยอื่นให้ร้องขอความช่วยเหลือหญิงสาวจึงทำได้เพียงแค่วิ่งต่อไปให้เร็วที่สุด จนกระทั่งมาถึงชั้นดาดฟ้านั่นเอง…

“ไม่มีทางอื่นแล้วคุณหนูจ้าว คุณคงต้องกลับไปกับพวกเรา”

หนึ่งในชายฉกรรจ์กล่าวขึ้นอย่างได้ใจ พลางมองไปยังหญิงสาวรูปร่างเพรียวบางที่กำลังสิ้นไร้ทางรอดด้วยแววตาวาววับ

จ้าวเยี่ยนหลิงยิ้มหยันให้กับคำพูดนั้น

“ไปกับพวกนาย…ให้ฉันกลับไปเป็นเมียน้อยตาแก่นั่นน่ะหรือ?”

จอมพลสวีเฉิงผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นใครบ้างไม่รู้ว่านอกจากภรรยาในสมรสแล้ว เบื้องหลังเขายังมีเด็กสาวมากมายที่คอยปรนเปรอเรื่องอย่างว่าให้ไม่ขาด ถึงแม้จะไม่ได้ควงแขนเด็กสาวเหล่านั้นออกงานสำคัญ แต่การพบเห็นชายแก่สกุลสวีไปกินข้าวและสนิทสนมกับเด็กสาวคราวลูกนั้นถือเป็นเรื่องง่ายมากในแวดวงชนชั้นสูง

ตั้งแต่ยังเด็กทุกครั้งที่ครอบครัวสกุลจ้าวไปกินข้าวตามประสาครอบครัวก็มักจะพบเห็นอยู่บ่อยครั้ง จ้าวเยี่ยนหลิงเห็นภาพเช่นนั้นมาตลอดจนกระทั่งเติบโตขึ้นมาจะให้เธอมีสถานะเป็นเหมือนเด็กสาวพวกนั้น บอกตามตรงว่าเธอไม่อาจยอมรับมันได้จริง ๆ

เพียงแค่คิดว่าจะต้องนอนร่วมเตียงกับจอมพลสวีผู้นั้น จ้าวเยี่ยนหลิงก็รู้สึกราวกับจะอาเจียนออกมาเสียให้ได้…

เรื่องนี้ตัดสินใจไม่ยากเลยสำหรับหญิงสาว หากทางรอดเดียวของเธอมีเพียงแค่การมอบเรือนร่างให้กับชายน่าสะอิดสะเอียนอย่างจอมพลสวี เช่นนั้นเธอก็ขอเลือกหนทางตายเสียยังดีกว่า

ฉับพลันสองเท้าของจ้าวเยี่ยนหลังขยับถอยอย่างไม่ลังเล นัยต์ตาสีเข้มเหม่อมองไปยังท้องฟ้าอันมืดมิดที่ไร้ซึ่งแสงดาว มันช่างดูมืดมนไม่ต่างจากชีวิตของเธอในตอนนี้ พลันร่างบางทิ้งสะโพกนั่งลงบนขอบที่กั้น

“อย่า! คุณหนูจ้าว!”

เสียงนั้นไม่อาจหยุดยั้งในสิ่งที่เธอตัดสินใจไปแล้วได้ จ้าวเยี่ยนหลิงกระตุกยิ้มมุมปาก เปลือกตาบางปิดลง ก่อนจะทิ้งกายลงสู่พื้นเบื้องล่างในทันที

ชั่วขณะหนึ่งก่อนที่ร่างจะร่วงลงสู่พื้น พลันระลึกถึงความใจดีทั้งหมดในชีวิตที่ผ่านมา ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ระหว่างเธอและพี่ชายตลอดตั้งแต่จำความได้จนถึงวันสุดท้ายที่เธอยืนพูดคุยกับเขาผ่านความว่างเปล่าบริเวณหน้าหลุมศพ ทุกเรื่องราวตลอดสามปีมันยิ่งตอกย้ำว่าสาเหตุก็คือ…เธอ

ความใจดีของเธอที่มอบให้กับเฉินซื่ออิงเป็นบ่อเกิดของเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่พี่ชายที่ต้องตายตั้งแต่อายุยังน้อย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้อาจจะหมายถึงตระกูลจ้าวสายหลักที่ถึงคราวต้องล่มสลายย่อยยับ หรือแม้แต่ตอนนี้ที่เพียงแค่ชีวิตของตนเองก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้

หรือนี่เป็นผลตอบแทนของความใจดีของเธอ มันถูกต้องแล้วอย่างนั้นหรือที่ต้องจบลงเช่นนี้ สวรรค์…ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย

ทันทีที่ร่างทั้งร่างตกกระแทกบริเวณพื้นคอนกรีตสิ่งแรกที่จ้าวเยี่ยนหลิงได้รับรู้คือความเจ็บปวดทั่วทั้งกาย มันแทรกซึมลึกไปทั่วทุกอนูรูขุมขน การขยับร่างกายแม้เพียงปลายนิ้วดูเหมือนจะยากเกินไปสำหรับเธอในตอนนี้ หญิงสาวนิ่วหน้าให้กับความรู้สึกที่กำลังเผชิญอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็เผยรอยยิ้มจางออกมา พลางมองไปยังชายสามคนที่มองลงมาจากบนดาดฟ้าอย่างผู้ชนะ

จ้าวเยี่ยนหลิงรู้สึกได้ถึงลมหายใจของตนเองที่แผ่วเบาลงทุกขณะ แค่เพียงการหายใจก็คล้ายกับมันช่างยากลำบากเหลือเกินในตอนนี้ หญิงสาวยอมรับความตายมาตั้งแต่แรก จึงเพียงหลับตาลงและปล่อยให้ร่างกายเป็นไปตามกลไกธรรมชาติก็เท่านั้น

ในเมื่อพ่อกับแม่ก็จากเธอไปก่อนแล้วตั้งหลายปี พี่ชายที่คิดว่าเป็นที่พึ่งพิงก็ไม่อยู่แล้ว เช่นนั้นในชีวิตนี้ก็คงไม่มีสิ่งใดต้องอาลัยอาวรณ์อีก หลังจากนี้ก็หวังเพียงแต่พวกเขาจะยังรอรับเธออยู่ในโลกหน้าเท่านั้น อย่างน้อยก็ขอให้เธอได้คุกเข่าโขกศีรษะตรงหน้าพี่ใหญ่และกล่าวคำขอโทษก็ยังดี

แต่ดูเหมือนว่าสวรรค์จะไม่ยินยอมให้จ้าวเยี่ยนหลิงสมปราถนาแต่อย่างใด หลังจากปิดเปลือกตาลงความเจ็บปวดที่กำลังเผชิญราวกับค่อย ๆ เบาลงจนแทบไร้ความรู้สึก ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในตลอดสามปีถูกฉายขึ้นมาอีกครั้ง และใช้เวลาอย่างยาวนานกว่าจะจบลง

ทว่าหลังจากเปิดเปลือกตาขึ้นจ้าวเยี่ยนหลิงกลับพบเพียงแค่ความว่างเปล่า รอบกายมีเพียงสีขาวไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตใด ราวกับว่าที่นี่มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้น

“ในเมื่อรู้สาเหตุของปัญหาแล้วก็กลับไปแก้ไขเสียเถอด…จ้าวเยี่ยนหลิง”

เสียงของชายชราผู้หนึ่งดังแว่วมาจากที่ไกล ๆ แต่ไม่ว่าจะพยายามมองหาอย่างไรก็พบเจอเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น

แต่แล้วยังไม่ทันที่จ้าวเยี่ยนหลิงจะเปิดปากถาม ราวกับมีแรงดึงดูดมหาศาลฉุดรั้งร่างเธออย่างแรง สติพลันดับวูบลงอีกครั้งในทันทีโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel