ตอนที่ 2 พี่สะใภ้ผู้แสนดี
ยานอนหลับเมื่ออยู่ในรูปแบบของเหลวอย่างน้ำชา หลังจากเข้าสู่ร่างกายของคนเราย่อมใช้เวลาในการออกฤทธิ์ไม่นานนัก จ้าวเยี่ยนหลิงไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะกล่าวถามในสิ่งที่ตนเองสงสัย ทว่าเปลือกตาที่ปิดลงกว่าครึ่งไม่อาจแอบซ่อนความรู้สึกสงสัยและคำถามมากมายในแววตาคู่นั้นได้เลย
เมื่อเห็นว่าคุณหนูจ้าวใกล้จะสิ้นสติเต็มที พี่สะใภ้อย่างเธอจึงได้สงเคราะห์ในความอยากรู้นั้นของน้องสามีด้วยประโยคยาวเหยียด
“ชีวิตของแกมันสุขสบายเกินไปจ้าวเยี่ยนหลิง สบายจนฉันอยากจะได้มาอย่างไรล่ะ หึ! เดิมทีพี่ชายของแกน่ะหรือจะอยู่ในสายตา ฉันก็เพียงต้องการสมบัติที่มันครอบครองอยู่ก็เท่านั้น หลังจากที่มันตายจากยาที่ฉันให้กินในทุกวันมาแรมปี จากนั้นก็เหลือเพียงแค่กำจัดแกก็เท่านั้น พอไม่มีแกสองพี่น้องชีวิตฉันจะเป็นอย่างไรต่อน่ะหรือ…”
เฉินซื่ออิงออกแรงทึ้งผมของอีกฝ่ายแรงขึ้น แววตาที่มองใบหน้าของน้องสามีนั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะกล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะที่ในที่สุดวันที่รอคอยก็ใกล้มาถึงเต็มที
“ฉันก็จะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเป็นคุณนายสกุลจ้าว เสพสุขกับทรัพย์สมบัติที่บรรพบุรุษแกหามา รอให้ทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอยสักหน่อย ก็จะแต่งงานกับรักแรกของฉันอย่างไรล่ะ เขาชื่อ…โจวฉีหมิง แกเองก็คงรู้จักดีใช่หรือไม่?”น้ำเสียงเยาะหยันกล่าวขึ้น พลางมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างสมเพชเวทนา
ชื่อที่ถูกกล่าวถึงทำให้ม่านตาของจ้าวเยี่ยนหลิงขยายออกอย่างฉับพลัน สิ่งที่ได้รับรู้จากปากพี่สะใภ้ในวันนี้ทำให้เธอสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้อย่างง่ายดาย
เรื่องนี้นอกจากพี่ชายของเธอเสียชีวิตแล้วเฉินซื่ออิงจะเป็นหญิงหม้ายที่เสพสุขกับสมบัติที่สามีทิ้งเอาไว้ โจวฉีหมิงคนนั้นที่เดิมทีเป็นลูกน้องของพี่ชายเธอ เมื่อสิ้นไร้ซึ่งหัวหน้าเขาก็พยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองได้ขึ้นมาอยู่ในจุดเดียวกันกับที่จ้าวฉงซานเคยอยู่ ครั้งหนึ่งจ้าวเยี่ยนหลิงยังเคยนึกชื่นชมในความพยายามและความสามารถของเขาที่ได้ตำแหน่งเดียวกับพี่ชายของเธอมาครอบครองในเวลาอันรวดเร็ว แต่กลับคิดไม่ถึงว่าการตายของพี่ชายก็เป็นแผนการของเขาที่ร่วมมือกับพี่สะใภ้ของเธอตั้งแต่แรก
“สะ-สารเลว!”แม้จะโกรธแค้นเพียงใดแต่จ้าวเยี่ยนหลิงกลับเอ่ยออกมาได้เพียงเท่านี้ น้ำเสียงนั้นยานครางและแผ่วเบาราวกับกระซิบก็ไม่ปาน
ที่ผ่านมาเธอแน่ใจมาตลอดว่าตนเองปฏิบัติต่อคนรอบตัวทุกคนเป็นอย่างดี แม้แต่เฉินซื่ออิงคนนี้ ที่ผ่านมาเธอไว้ใจและเชื่อใจถึงขนาดที่จับคู่ให้ลงเอยกับพี่ชาย จนสุดท้ายได้ผู้หญิงร้ายกาจคนนี้มาเป็นพี่สะใภ้ แต่กลับไม่คิดว่าสหายที่เธอไว้ใจมาตลอดจะตอบแทนความใจดีกลับมาเช่นนี้
คำด่านั้นไม่ได้ทำให้เฉินซื่ออิงรู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับในยามที่แผนการสำเร็จก็ถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียว
“อยากด่าฉันหรือ…เยี่ยนเยี่ยนของฉัน ฉันจะบอกอะไรให้อีกอย่างนะ คนอย่างเธอหากไม่มีสกุลจ้าวและพี่ชายมีหรือที่ใครจะเหลียวแล แต่ก็อย่างว่าในเมื่อเกิดมาแล้วหน้าตาก็สะสวย ฉันจะช่วยทำให้มันมีประโยชน์เอง”
น้ำเสียงตวาดกร้าวในท้ายประโยคทำให้คนฟังรู้สึกร้อนรนได้ไม่ยาก ราวกับเป็นสิ่งที่จ้าวเยี่ยนหลิงสงสัยอยู่แล้ว ทั้งที่เฉินซื่ออิงวางยาทำให้พี่ชายเสียชีวิตได้ แต่กลับเลือกวางยานอนหลับกับเธอ แม้จะเป็นชนิดรุนแรง ทว่าก็ยังไม่ถึงกับตาย คล้ายกับยังมีแผนการต่อจากนี้ซ่อนอยู่อย่างไรอย่างนั้น
“จะทำอะไรฉัน อึก!”
จ้าวเยี่ยนหลิงพยายามฝืนฤทธิ์ยานอนหลับเพื่อให้ตนเองได้รู้ในสิ่งอีกฝ่ายซ่อนอยู่ให้มากที่สุด ทั้งที่ในใจก็รู้ดีว่าสติที่มีอยู่น้อยนิดใกล้จะหมดลงเต็มทีแล้ว
เฉินซื่ออิงหัวเราะออกมาเสียงดังก้องไปทั่วห้อง พลางนึกไปถึงแผนการต่อจากนี้ ริมฝีปากที่เคลือบด้วยชาดสีแดงฉานเผยรอยยิ้มหยัน
มือเรียวขาวทึ้งผมของน้องสามีออกแรงกระชากไปด้านหลังสุดแรง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเนิบช้า “ปรนนิบัติสามีแก่ของแกให้ดีล่ะ เผื่อว่าการเป็นเมียน้อยอันดับหนึ่งจะทำให้เธอกลับมาใช้ชีวิตสุขสบายได้อีกครั้ง หึ!!”
อดีตพี่สะใภ้ที่แสนดีจ้องมองหญิงสาวบนเก้าอี้ที่หลับใหลไปเป็นที่เรียบร้อย เธอไม่แน่ใจว่าจ้าวเยี่ยนหลิงทันได้ยินจนจบประโยคสุดท้ายหรือไม่ แต่การได้กล่าวสิ่งเหล่านี้ให้กับคนที่ตนเองเกลียดมาตลอดหลายปีได้ฟังก็ทำให้เฉินซื่ออิงรู้สึกราวกับได้ปลดเปลื้องสิ่งที่อัดแน่นอยู่ในใจมาเนิ่นนาน
ทั้งสะใจและมีความสุขในเวลาเดียวกัน…
ทันทีที่รถตู้สีดำสนิทไร้แผ่นป้ายทะเบียนเคลื่อนออกจากบ้านสกุลจ้าวไป เฉินซื่ออิงมองภาพนั้นอย่างมีความสุข และนี่อาจจะเป็นความสุขที่สุดในชีวิตของเธอเลยก็ว่าได้
พี่ชายตายไปก็ทิ้งทรัพย์สมบัติเอาไว้ให้เป็นจำนวนมาก น้องสาวแม้ไม่ได้ตายตามไป แต่ทว่าความบริสุทธิ์ผุดผ่องของคุณหนูจ้าวก็สามารถทำให้คนรักของเธอได้ปีนป่ายขึ้นสู่ยศพันโทภายในปีนี้
ร่างแบบบางไร้สติของจ้าวเยี่ยนหลิงถูกเคลื่อนย้ายมายังโรงแรมหรูแห่งหนึ่งย่านกลางเมือง ด้วยอิทธิพลระดับจอมพลทำให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่อาจมีสิ่งใดมาขัดขวางได้ หญิงสาวถูกส่งเข้าไปยังห้องนอนที่ดีที่สุดของโรงแรมเพื่อรอให้ถึงเวลาอันสมควร
“ยังไม่ตื่นหรือ?”
เสียงของผู้ที่เข้ามาใหม่ทำให้ชายหนุ่มที่มีหน้าที่เฝ้าจ้าวเยี่ยนหลิงอยู่ต้องก้มศีรษะและค้อมกายลงต่ำในทันทีที่เขาเดินเข้ามา
“ยังครับ ให้ผม…”
จอมพลสวีโบกมือไปมาเล็กน้อยอย่างอารมณ์ดี พลางมองไปยังร่างแบบบางที่หลับใหลอยู่ด้วยสายตาโลมเลีย เพียงแค่คิดว่าจะได้สัมผัสคุณหนูจ้าวอย่างลึกซึ้ง ภายในหัวใจของชายหนุ่มวัยห้าสิบสี่ก็รู้สึกกระชุ่มกระชวยราวกับหนุ่มแรกรุ่นก็ไม่ปาน “ไม่ต้อง ให้หล่อนหลับให้เต็มอิ่ม ตื่นมาจะได้ปรนนิบัติฉันอย่างเต็มที่”
ว่าจบก็แลบลิ้นเลียริมฝีปากตนเองอย่างหื่นกระหาย ก่อนจะสั่งให้ลูกน้องออกไปและปิดประตูห้องนี้ให้เรียบร้อย โดยไม่ลืมกล่าวกำชับไปอีกประโยคว่า
‘ไม่ว่าจะได้ยินอะไร ไม่ต้องเข้ามา’
และคำกล่าวเช่นนั้นก็ส่งผลในเวลาต่อมา เมื่อหญิงสาวที่ท่านจอมพลสวีเฉิงคิดว่าหลับไม่ได้สติมาตลอดได้ตื่นขึ้นมาและใช้โอกาสที่เขาเผลอ ฟาดแจกันอันใหญ่ลงบนท้ายทอยโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว
