ตอนที่ 9 มีเพียงศพเท่านั้นที่จะไม่สามารถเอ่ยอันใดได้
อากาศช่วงปลายยามเฉินในช่วงกลางฤดูสารทเย็นเร็วกว่าปกติ จูเฟิงเหยายังคงหลบซ่อนตนเองไปเรื่อยๆ ใบประกาศตามหาตัวของนางบินว่อนไปทั่ว ไม่กล้าแม้แต่จะหาโรงเตี๊ยมดีๆอยู่เลยด้วยซ้ำ ความทรงจำของร่างเก่าเองก็ไม่เคยออกไปจากเมืองหลวงเลย อีกทั้งความทรงจำของคนบ้าจะมีอันใดมากมายกัน ข้อมูลในหัวแทบใช้มิได้เลยด้วยซ้ำ หญิงสาวยังคงเดินลัดเลาะมาด้านหลังร้านในตลาด แต่ด้วยสัญชาตญาณของนางกำลังบอกว่าอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้าต้องเกิดเรื่องไม่ดีกับตนเป็นแน่ เนื่องด้วยสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังเดินตามตนเองอยู่
เท้าเรียวเริ่มก้าวเร็วขึ้น ฝ่ามือเรียวชุ่มไปด้วยเหงื่อ สายตาก็สอดส่องไปมาด้วยเช่นกัน ไม่กี่อึดใจที่นางคิดก่อนหน้านี้ด้วยเหมือนว่าจะเร็วกว่าสิ่งที่คิด เมื่อจู่ๆก็มีชายฉกรรจ์รูปร่างใหญ่ หน้าตาน่ากลัวกำลังขวางทางตนเองอยู่
"รีบไปไหนหรือน้องชาย"
เสียงของชายผู้นั้นเอ่ยถามหญิงสาว จูเฟิงเหยาก้าวเท้าถอยหลังโดยอัตโนมัติ แต่เพียงสามก้าวก็ชนกับแผ่นอกของชายฉกรรจ์อีกคนด้านหลัง ร่างบางสะดุ้งหนีทันทีด้วยความกลัว ตอนนี้หญิงสาวกำลังถูกบุรุษสามคนที่แต่งกายซอมซ่อมิเหมือนชาวบ้านที่นางเห็นในตลาด พวกมันคงไม่พ้นโจรเป็นแน่
"เหตุใดร่างกายบอบบางเยี่ยงสตรีเช่นนี้"
หนึ่งในคนร้ายตะโกนเอ่ยถามด้วยท่าทีอารมณ์ดี
"นั้นสิ! คราแรกข้าก็นึกว่าเจ้าเป็นสตรีเสียอีก ฮ่าๆ"
พวกมันเอ่ยพลางหัวเราะอย่างชอบใจ ก่อนจะค่อยๆเดินเข้ามาหาหญิงสาว จูเฟิงเหยามีท่าทีหวาดกลัวจนปิดไม่มิด
"พวกเจ้าต้องการอันใด"
"ส่งเงินมา"
ชายผู้นั้นตะคอกเสียงดังใส่หญิงสาว มือเรียวกอดตนเองแน่นกำถุงเงินที่อยู่ในแขนเสื้อ หากนางให้ไปแล้วตนเองจะทำเช่นไรต่อจากนี้ ร่างนี้ตัวเล็กนิดเดียว หากจะสู้แรงบุรุษตัวใหญ่ถึงเพียงนี้อย่าหวังว่าจะทำได้เลย
"ที่พวกข้าพูดเจ้าไม่ได้ยินหรือ!"
ชายผู้นั้นไม่เอ่ยเปล่ายังเอื้อมมือมากระชากแขนเรียวอีกด้วย ความเจ็บแป๊บจากการจับกุมเต็มแรงทำเอาหญิงสาวรู้สึกว่าข้อมือตนเองกำลังจะหักให้ได้ แรกของคนผู้นี้มากมายหนัก
"น้องชาย อย่าให้ข้าต้องใช้กำลัง ส่งมาดีๆ"
ปัก!
เอ่ยพลางต่อยไปที่ท้องของหญิงสาวจนต้องงอตัวก้มลงไปที่พื้น พวกมันหาได้สนใจไม่ ทำท่าทีเข้ามาหาเงินในร่างกาย
ตุบ!
จูเฟิงเหยาล้วงเอาถุงเงินในแขนเสื้อโยนลงพื้นให้พวกมัน มิเช่นนั้นคงถูกเปลื้องผ้าเพื่อหาถุงเงินเป็นแน่ ตอนนี้หญิงสาวล้มตัวนั่งที่พื้น มือหนึ่งข้างกุมท้องตนเอง มันทั้งเจ็บและจุกจนยืนแทบไม่ขึ้น
"ก็แค่นี้ หึ! พวกเราจัดการ"
"เดี๋ยว! พวกเจ้าได้เงินไปแล้วเหตุใดยังมิปล่อยข้าไปอีก "
จูเฟิงเหยาเอ่ยถามด้วยความหวาดกลัว
"ปล่อยไปหรือ ฮ่าๆ ปล่อยเจ้าก็โง่แล้ว เช่นนั้นเจ้าก็คงไปบอกพวกทางการ "
"ข้าไม่แจ้งทางการ"
"ใครจะไปรู้เจ้าเป็นคนเป็นๆ มีเพียงศพเท่านั้นที่จะไม่สามารถเอ่ยอันใดได้"
เนื่องด้วยโจรกลุ่มนี้กำลังถูกทางการตามตัว พวกมันขาดรายได้ไปหลายวันเพื่อให้เรื่องเงียบลง เพราะฉะนั้นพวกมันจึงไม่มีความคิดว่าจะปล่อยไปเป็นแน่ เอ่ยจบก็ยกขาหวังจะเตะเข้าตัวหญิงสาว แต่กลับถูกมือเรียวจับที่ข้อเท้าใหญ่ไว้ได้ทัน ก่อนจะยกสูงเหนือหัวหมุนกายไปอีกทาง จนชายฉกรรจ์ผู้นั้นล้มตัวลงที่พื้น จูเฟิงเหยาตั้งท่าเหมือนกำลังรอรับการต่อสู้ หากเป็นจ้าวอิงอิงหญิงสาวเคยเรียนเทควันโดมากก่อนถึงแม้จะไปไม่ถึงสายดำ แต่ก็สามารถปกป้องตัวเองด้วยท่าง่ายๆได้ แต่ร่างกายของจูเฟิงเหยาที่แทบไม่มีกล้ามเนื้อเลยคงยากที่จะต่อกร
"เจ้า! กล้าตอบโตข้าหรือ จัดการมัน!"
บุรุษที่ล้มลงไปกับพื้นเอ่ยสั่งอีกสองคนด้วยความโมโห สิ้นคำสั่งชายผู้หนึ่งก็พุ่งกระโจนเข้ามาหาหญิงสาวทันที แต่ถึงอย่างนั้นก็สามารถก้มตัวหลบได้ทัน ก่อนจะยกเข่าข้างที่จะเตะให้สูง ย่อเข่าที่ยืนเล็กน้อยเพื่อการทรงตัว ดีดขาให้เร็วโดยใช้หลังเท้าออกไปหาเป้าหมายโดยการใช้สะโพกช่วยส่งแรง เป็นท่าเตะด้านหน้าอย่างที่โค้ชเลยสอน ชายผู้นั้นล้มตัวลงไปที่พื้น
