ตอนที่ 10 เดี๋ยวข้าให้ทางการค้นหาประวัติเจ้าให้
ตุบ! อั้ก!
หญิงสาวถูกฝ่ามือใหญ่ฟาดลงที่ด้านหลังเต็มแรง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังทนได้ นางไม่ยอมเป็นศพอย่างที่พวกมันพูดเป็นแน่ ร่างบางหมุนตัวเผชิญหน้า ครั้งนี้หญิงสาวไม่ยอมเป็นฝ่ายตั้งรับอีกแล้ว ร่างบางวิ่งไปด้านหน้า กระโดดหันตัวด้านข้าง งอเข่าลอยตัว แล้วถีบเข้าที่กลางตัวเต็มแรง จนชายฉกรรจ์ทั้งสามล้มตัวลงไปที่พื้นทันที ดูเหมือนว่าตนเองจะได้เปรียบก็จริง แต่แสงมันวาวที่สะท้อนกับดวงอาทิตย์กำลังบอกนางว่า สิ่งที่ต้องเผชิญต่อจากนี้คือของมีคม ดวงตางามจ้องมองมีดพกเล็กๆในมือของพวกมันพลางกลืนน้ำลาย ทั้งสามคนกำลังล้อมไม่ให้นางหนีออกไปได้
"เก่งมากใช่หรือไม่ ข้าอยากจะเห็นว่าเจ้าจะเก่งได้เพียงใด อุสาต์อยากให้เจ้าตายไปอย่างสงบแล้วแท้ๆ"
ชายผู้นั้นไม่เอ่ยเปล่ายังง้างมือเตรียมพร้อมที่จะลงมีดกับหญิงสาวทันที จูเฟิงเหยาหลับตาปี๋ด้วยไม่มีทางหนี ชายสองคนล็อกตัวนางเอาไว้แน่น
เพล้ง!
เสียงโลหะกระทบกันเสียงดัง ดวงตางามเปิดกว้างทันที ก่อนจะเห็นว่ามีดพกได้ตกไปที่พื้น บวกกับโลหิตที่ฝ่ามือใหญ่ของชายฉกรรจ์ผู้นั้นอยู่กลางอากาศ
"ผู้ใดวะ!"
พวกมันสบถออกมาด้วยความโมโห
"เป็นคนของท่านแม่ทัพอันเพ่ย หนีก่อนเร็ว"
ชายผู้นั้นเอ่ยพลางผลักร่างบางให้กระแทกไปที่พื้นดิน คราแรกที่ถูกต่อยท้องก็เจ็บมากพอแล้ว ครานี้เอาซะนางลุกไม่ขึ้นเลย เจ็บตัวไม่เท่าไหร่ เจ็บใจเสียมากกว่าถุงเงินก็ถูกขโมยไป ถึงแม้ว่านางก็เคยขโมยมาอีกทีก็ตามเถิด
"ท่านฟู่เย่วเป็นพวกมันจริงๆขอรับที่เป็นคนทำร้ายท่านแม่ทัพและขโมยถุงเงินมา"
หนึ่งในลูกน้องอีกคนเอ่ยรายงานฟู่เย่ว ร่างบางที่อยู่ไม่ไกลถึงขนาดหันหน้าไปมองทันที พบว่าเป็นถุงเงินที่ถูกชิงไปก่อนหน้านี้
"ท่านแม่ทัพเหรอ ชายคนนั้นเป็นถึงแม่ทัพ" จูเฟิงเหยาเอ่ยกับตนเองในใจ หากรู้ว่าที่แท้จริงเป็นนางที่ขโมยถุงเงินมาจะทำเช่นไรกัน เช่นนั้นแบบนี้จะถูกจับส่งทางการใช่หรือไม่ นี่อะไรกันขนาดพึ่งมาอยู่ได้เพียงอาทิตย์เดียวก็เกิดเรื่องมากมาย ถูกจับแต่งงาน ฆ่าคน เกือบถูกฆ่าทิ้ง อีกทั้งยังจะถูกจับอีกหรือ
"น้องชาย! น้องชาย!"
ฟู่เย่วขึ้นเสียงอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเด็กชายตรงหน้าตนไม่ขานรับเสียที
"ห๊ะ! ท่านว่าอันใดนะ"
"ข้าถามว่าเจ้าเป็นอันใดหรือไม่ ไปหาท่านหมอ หรือแจ้งทางการกับข้าเถิด "
"เจ้...เอ่อ...ขอรับ!"
จูเฟิงเหยาเอ่ยพลางค่อยๆยืดตัวขึ้นเดินตามชายหนุ่มไปช้าๆ มือยังคงกุมท้องอยู่
"เอาป้ายชื่อเจ้ามา ข้าจะเป็นคนจัดการให้เอง"
"ป้ายชื่อ"
จูเฟิงเหยาเอ่ยถามด้วยความสงสัย ก่อนจะนึกได้ว่าป้ายไม้ที่อยู่ในเรือนที่นางเห็น มือเรียวกำลังจะล้วงเอาที่หน้าอกเสื้อแต่กลับคิดอันใดได้ก่อน หากเอาให้ก็รู้ว่าตนเองเป็นใครนั้นสิ เช่นนี้ตระกูลเจียงคงได้ไปรับตัวนางที่ทางการเป็นแน่
"ทำไมหรือ"
ฟู่เย่วเอ่ยถามด้วยความสงสัยกับท่าทีที่แสดง
"เกรงว่าจะถูกพวกมันขโมยไป ตอนนี้ข้าจึงมิมีแล้ว"
"เช่นนั้นมิต้องห่วง เพียงบอกนามเจ้ามา เดี๋ยวข้าให้ทางการค้นหาประวัติเจ้าให้"
คำพูดของชายหนุ่มทำเอาหญิงสาวตาโต รีบยืดตัวตรงแสดงท่าทีว่าไม่เจ็บแล้ว พร้อมถอยหลังไปหนึ่งก้าว
"คือว่าข้าไม่เจ็บแล้วขอรับ ไม่อยากแจ้งความแล้ว ท่านมิต้องเป็นกังวลข้าขอตัวก่อน"
หญิงสาวไม่เอ่ยเปล่ายังเร่งฝีเท้าวิ่งออกไปด้วยความเร็วอีกด้วย
"อะไรของเขากัน"
ฟู่เย่วเอ่ยพลางมองตามหลังของเด็กชายผู้นั้นที่วิ่งออกไปไกล ก่อนจะส่ายหน้าและเดินออกไปจัดการเรื่องตนเองด้วยเช่นกัน
จูเฟิงเหยาเดินออกมาด้วยสภาพคอตก ตอนนี้เงินก็ไม่มี ท้องก็หิว ที่ก็ไม่มีให้ซุกหัวนอน จนบางทีอยากยอมแพ้แล้วแต่งไปเป็นเมียไอองค์ชายอะไรนั้นซะ ใบหน้างามบูดบึ้งขณะที่เท้าก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย จนเดินมาสุดทางของตลาดอีกฝั่ง ตอนนี้หญิงสาวไม่กลัวแล้วว่าผู้ใดจะจำได้ เนื่องด้วยเพียงแต่งกายรวบผมเป็นบุรุษมิคิดว่าผู้คนจะจำไม่ได้ถึงเพียงนี้ หญิงสาวเริ่มเชื่อแล้วว่าสายตาของคนที่นี่ไม่ดีเอาเสียเลย ขาดการคิดวิเคราะห์สุดๆ ดวงตางามมองคนไร้บ้านที่มีเด็กบ้าง คนแก่บาง ใบหน้าเปรอะเปื้อน มอมแมมจนดูมิได้ นั่งกอดกันทนอากาศหนาวที่ซอกท้ายตลอด
