ตอนที่ 5 อโหสิกรรมให้ฉันนะ มันเป็นอุบัติเหตุ
"สวรรค์พาฉันมาทำอะไรในที่แห่งนี้เนี้ย~"
เปร้ง!
จูเฟิงเหยาตะโกนออกมาเสียงดัง ก็เกิดฟ้าผ่าจนต้องเอาฝ่ามืออุดหูตนเอง ในเมื่อไม่มีสิ่งของใดเอาออกไปได้ ร่างกายของเรานี้แหล่ะคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด เมื่อคิดได้เช่นนั้นเดินไปยังกำแพงที่สูงสามเมตรนั้น ในความทรงจำของร่างนี้บอกว่าอีกฟากเป็นถนนเปลี่ยวไร้ผู้คน ดวงตางามมองซ้ายทีขวาที่อย่างหาบันได แต่มันจะมีได้เช่นไรกัน เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็รีบวิ่งไปหาโต๊ะไม้มาต่อกัน เดิมร่างกายนี้ก็ผอมแห้งแรงน้อยอยู่แล้ว กว่าจะยกโต๊ะไม้หนักๆมาได้ก็ใช้เวลาไปกว่าหนึ่งชั่วยาม แสงจากดวงจันทร์ช่วงปลายยามห้ายส่องสว่างแทนโคมไฟ ดึกดื่นเช่นนี้ผู้คนคงหลับไปหมดแล้ว รวมถึงบ่าวรับใช้ที่เฝ้าเองก็คงไม่ได้สนใจสตรีบ้าเช่นนาง
ฮึบ!
มือเรียวจับที่ขอบบนของกำแพงจนได้ ก่อนจะค่อยๆดันตนเองในไปนั่งที่ด้านบน เม็ดเหงื่อผุดออกมาตามหน้าผากเนียน หญิงสาวยกแขนเช็ดมันอย่างลวกๆ พลิกตัวนั่งห้อยขาที่บนกำแพงสูง ดวงตางามแหงนมองดวงจันทร์บนท้องนภา เรียวปากบางยกยิ้มครั้งแรกตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ภาพตรงหน้าของนางมันงดงามเหลือเกิน หากไม่ต้องรีบหนีออกไป นางเองก็อยากนั่งมองมันนานๆกว่านี้เสียหน่อย
จูเฟิงเหยามองลงไปข้างล่างพบว่ามันมืดมาก อีกทั้งเห็นถนนลางๆ สูงขนาดนี้ไม่รู้ว่าหากกระโดดลงไปแล้วแขนขาจะหักหรือเปล่า แต่ถ้าหากให้แลกการบาดเจ็บกับการสมรสกับองค์ชายบ้านั้น หญิงสาวยอมแขนขาหักดีกว่า เช่นไรก็ยังรักษาได้ เมื่อคิดได้เช่นนั้นจึงหลับตาพร้อมกับกระโดดลงไปข้างล่าง
ฮี่~ ตุบ!
เสียงม้าร้องดัง เมื่อมันวิ่งมาด้วยความเร็วแล้วจู่ๆก็ถูกของบ้างอย่างตกใส่เต็มแรง ความตกใจทำให้มันสลัดเจ้าของที่อยู่บนหลังม้ากระเด็นออกไปไกล
กรี๊ด~ อร๊าก~
จูเฟิงเหยากรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ พร้อมกับเสียงบุรุษผู้หนึ่งที่ร้องออกมาด้วยความทรมาน ร่างใหญ่ตกจากหลังม้าโดยมีร่างของหญิงสาวกระแทกทับไปอีกที ไหล่ซ้ายที่แต่เดิมก็บาดเจ็บอยู่แล้ว มือเรียวยันกายตนเองทับบริเวณนั้นเพื่อให้ตนเองลุกขึ้น
อัก!
ซูอันเพ่ยกระอักเลือดออกมาคำโต อาการบาดเจ็บก่อนหน้าก็สาหัสมากๆแล้ว การเดินทางที่เหน็ดเหนื่อยมาหลายวันจนแทบมิได้พัก อีกทั้งยังได้รับบาดเจ็บบริเวณเดิมเพิ่ม ถึงแม้ร่างกายของเขาจะแข็งแกร่งมากเพียงใดก็ดูเหมือนว่าครั้งนี้จะมิไหวเอาเสียแล้ว
"คุณ! คุณ! เป็นอะไรไป คุณ!
เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
หญิงสาวตะโกนถามพลางตบที่ใบหน้าคมเรียกสติ แต่กลับพบว่าชายหนุ่มไม่ตอบสนองตนเอง มือเรียวที่จับเขาเขย่าบริเวณไหล่ซ้ายชุ่มไปด้วยโลหิตจนนางสัมผัสได้ ก่อนจะค่อยๆยกมือตนเองขึ้นมา โลหิตสีแดงสดสะท้อนกับแสงของดวงจันทร์ ดวงตางามเบิกโต อ้าปากกว้างด้วยความตกใจ
"หรือว่าตายแล้ว.....ฉะฉะฉันทำให้นายตายเหรอ"
จูเฟิงเหยาเอ่ยออกมาด้วยเสียงสั่นเทาเพราะความกลัว หญิงสาวยุคปัจจุบันเช่นนางหากทำคนตายได้ติดคุกหัวโตแน่ ร่างบางลุกขึ้นถอยกรูออกห่าง มองซ้ายทีขวาทีว่ามีผู้ใดมาเห็นหรือไม่ หากเป็นโลกเก่าคงไม่สามารถหนีความผิดได้ เนื่องด้วยมีกล้องวงจรปิดแทบทุกที่
"มันมืดมากเลย ฉันไม่รู้ว่านายจะควบม้ามาตรงนี้พอดี ให้อภัยฉันนะ"
หญิงสาวไม่เอ่ยเปล่ายังจับที่ข้อเท้าของเขาสองข้าง จากนั้นค่อยๆลากไปยังบริเวณที่คิดว่าจะมีผู้คนผ่านมาพบเห็นได้ง่าย เนื่องด้วยชายหนุ่มสูงมากอีกทั้งตัวใหญ่ ทำให้กว่าจะลากมาได้ก็ใช้เวลาอยู่พอสมควร
ตุบ!
มือเรียวปล่อยขาของเขาก่อนจะเดินไปนั่งคุกเข่าที่หน้าของชายหนุ่ม
"เฮ้อ~ อโหสิกรรมให้ฉันนะ มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆนายก็รู้ เอ่อ...ฉันหมายถึง ก่อนตายนายเห็นใช่เปล่า เพราะงั้นไม่ใช่ความผิดฉัน อย่าตามมาหลอกมาหลอนฉันเลยนะ ฉันกลัวผี"
จูเฟิงเหยาไม่เอ่ยเปล่ายังโคกศีรษะไปที่พื้นให้ชายหนุ่มด้วยสามครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินจากไป
เพล้ง!
ขาเรียวสะกิดโดนตัวชายหนุ่ม จนทำให้เหรียญเงินที่อยู่ในแขนเสื้อหล่นออกมาจากด้านนอก เขาเรียวที่กำลังก้าวออกไปหยุดชะงัก หันมามองทันที โลหะมันวาวที่หกมาจากถุงเงินสะท้อนในดวงตาสวย ไวเท่าความคิดเท้าบางก้าวถอยหลังอัตโนมัติ ก้มลงไปหาซูอันเพ่ยที่นอนหมดสติอีกครั้ง
"นี่~ คนตายเขาไม่ใช้เงินหรอกใช่เปล่า ไว้ฉันนำเงินนี้ไปซื้อกระดาษเงินกระดาษทองเผาให้นายนะ"
หญิงสาวเอ่ยพราง หันหน้าไปทางอื่นแต่มือเรียวเก็บเงินที่ตกออกมาใส่ถุงผ้าและยัดถุงเงินเข้าแขนเสื้อตนเอง เดินไปหลบอยู่มุมอับลับตาคนไม่ไกลจากที่ซูอันเพ่ยนอนสลบอยู่เท่าไหร่ ถึงอย่างไรนางก็อยากแน่ใจว่ามีคนมาเก็บศพเขาไปแล้ว
