ตอนที่ 4 สวรรค์พาฉันมาทำอะไรในที่แห่งนี้เนี้ย~
"ขออภัยท่านแม่ทัพ ท่านหมอมาทำแผลขอรับ"
เสียงผู้ช่วยจากด้านนอกตะโกนเข้ามาในกระโจม
"เข้ามา"
ซูอันเพ่ยส่งเสียงอนุญาตตอบกลับไป ก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะเขียนตำรารอ ท่านหมอและผู้ช่วยของเขาเข้ามาก่อนจะรีบไปทำแผลให้ผู้เป็นนาย ในขณะที่ทำแผล มืออีกข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บก็เขียนจดหมายส่งสารสองฉบับยื่นให้ฟู่เย่ว ผู้ช่วยคนที่สาม หนึ่งฉบับส่งไปที่วังหลวงเพื่อบอกข่าวดีให้ฮ่องเต้ ส่วนอีกฉบับส่งไปที่จวนอ๋อง สหายของเขาอีกทั้งเคยเป็นอดีตแม่ทัพใหญ่คนก่อน
เพล้ง!
เสียงโลหะกระทบชามกระเบื้อง เมื่อท่านหมอสามารถเอามันออกมาได้ ร่างใหญ่กำหมัดแน่นอย่าอดกลั้นอารมณ์คนเอง แม้บาดแผลจะสาหัสแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีเสียงร้องออกมาสักนิด โลหิตสีแดงสดไหลออกมาเหมือนสายน้ำ ก่อนที่ท่านหมอจะรีบใช้ผ้ากดห้ามเลือดเอาไว้
"บาดแผลครานี้ลึกมากขอรับ ดอกธนูนี่ทั้งแหลมและคมกว่าทุกครา"
ท่านหมอเอ่ยบอกชายหนุ่มในขณะที่มือก็ทำการเย็บบาดแผลไปด้วย ดวงตาคมมองลูกธนูที่ชุ่มไปด้วยคราบโลหิตของตนเองในชาม ทำให้นึกถึงดาบที่ทหารแคว้นเจียงซีใช้ ประสิทธิภาพมันน่ากลัวเป็นอย่างมาก หากมีศึกคราหน้าอาวุธที่ทหารของเขาใช้คงต้องพ่ายศึกให้เจียงซีเป็นแน่ อาวุธสงครามเป็นหัวใจสำคัญของเหล่าทหาร ไม่ว่าจะมีความสามารถเพียงใดก็ไร้ประโยชน์ หากเปรียบเทียบแล้ว เหมือนเอาท่อนไม้ไปสู้กับดาบอย่างไรอย่างนั้น
"เรียนท่านแม่ทัพ ฝ่าบาทส่งม้าเร็วเรียกตัวท่านกลับเมืองหลวงด่วนขอรับ"
ซังเหยา ผู้ช่วยคนที่สี่ เป็นสตรีเพียงผู้เดียวของเขาเข้ามารายงานผู้เป็นนาย ร่างใหญ่พยักหน้าเข้าใจ แต่บาดแผลที่ไหล่ของเขาสาหัสเหลือเกินหากจะต้องเดินทางหลายร้อยลี้คงลำบากมิน้อย ใบหน้าของชายหนุ่มตอนนี้ซีดเซียวเนื่องด้วยเสียเลือดไปมาก
"ท่านแม่ทัพ พักอีกหน่อยค่อยเดินทางเถิดขอรับ มิเช่นนั้นบาดแผลคงสะเทือนจนอาจฉีกขาดได้"
ท่านหมอเอ่ยเตือนชายหนุ่ม
"เข้าใจแล้ว พวกท่านออกไปเถิด เรียกฟูเทียนหลานและเจียวมิ่งเข้ามาพบข้า"
"ขอรับ"
ทุกคนรับคำสั่งก่อนจะออกไป ไม่นานก็มีคนเข้ามาในกระโจม ฟูเทียนหยาง เป็นแม่ทัพตำแหน่งรองมาจากแม่ทัพใหญ่ที่ชายหนุ่มเป็นอยู่ อีกคนคือเจียวมิ่ง หลังกลับจากศึกครานี้จะได้รับตำแหน่งรองแม่ทัพ ตำแหน่งรองลงมาจากฟูเทียนหลาน
"ฝ่าบาทเรียกตัวข้ากลับด่วน ฝากแม่ทัพฟูจัดการเรื่องที่ทางเจียงซีลักลอบก่อความวุ่นวายกับชาวบ้านด้วย เจียวมิ่งฝากเจ้าจัดการเรื่องทหารที่เสียชีวิตจากศึกครานี้ ทหารทุกคนทุกรายต้องส่งกลับครอบครัวจัดงานให้สมเกียรติ"
"ขอรับ"
ทั้งคู่เอ่ยรับคำสั่งพร้อมกัน
"แต่ท่านแม่ทัพจะกลับทั้งที่บาดเจ็บหนักเช่นนี้เชียวหรือขอรับ ระยะทางจากที่นี่ถึงเมืองหลวงคงใช้เวลาหลายวัน"
ฟูเทียนหลานเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง คำสั่งของฝ่าบาทถือเป็นที่สิ้นสุด หากมีคำสั่งมาแล้วไม่ว่าตอนนี้จะทำอันใดก็ต้องวางทุกอย่างในมือลง และเข้าพบทันที ซูอันเพ่ยยกมือกุมที่บาดแผล ก่อนจะยกยาต้มที่ช่วยระงับอาการปวดขั้นรุนแรงดื่มทันที เขาเองก็ไม่แน่ใจเท่าใดนักว่าจะพาร่างกายนี้ไปถึงเมืองหลวงได้
........
สามวันผ่านไป
ณ จวนตระกูลเจียง
จูเฟิงเหยามองอาภรณ์สีชมพูที่ถูกนำมาที่เรือนตนเอง วันพรุ่งนี้หญิงสาวจะถูกจับแต่งงานเข้าตำหนักองค์ชายสิบสาม ไปเป็นสนมคนที่สิบสี่ก็รู้สึกขนลุก ร่างบางเอามือพาดหลังเดินไปมาอย่างใช้ความคิด ในขณะที่ดวงตางามก็มองอาภรณ์เหล่านั้น นางไม่มีวันแต่งไปแน่อันนี้คือแผนการแรก อย่างที่สองคือจะเกิดอันใดขึ้นหากนางไม่สมรส และอย่างสุดท้ายเลยคือจะหนีออกไปอย่างไรไม่ให้ถูกจับโยนกลับมาคืน ไวเท่าความคิด หญิงสาวเดินไปเปิดลิ้นชักในเรือน ลื่อหาขิงบางอย่างแต่กลับไม่พบของสิ่งนั้นเลย
"เห็นว่าร่างนี้เป็นสตรีบ้าใช่หรือไม่ ในจวนถึงไม่มีเงินสักบาท"
หญิงสาวเอ่ยออกมาพร้อมถอนหายใจ หากจะหนีออกไปจริงๆคงอดตายเป็นแน่ ข้าวของก็ไม่มีค่าพอให้นำออกไปขายเลยสักชิ้น
"สวรรค์พาฉันมาทำอะไรในที่แห่งนี้เนี้ย~"
