ตอนที่ 19 ข้าเองเจ้าค่ะท่านแม่ทัพ
อร๊าก~
เสียงหนึ่งดังเข้ามาในกระโจม มือเรียวที่กำลังขีดเขียนด้วยความตั้งใจก็หยุดชะงักทันที นางกระโดดขึ้นเตียงนอนพร้อมกับเอาผ้าคลุมหัวตนเอง
อร๊าก~
เสียงของบุรุษที่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดทรมานดังตามสายลมมาอีกรอบ จูเฟิงเหยาขนลุกซู่ เนื่องด้วยกระโจมสตรีอยู่ไกลกระโจมอื่นพอสมควร แยกชายหญิง เสียงนั้นยังดังไม่หยุดอีกทั้งนางยังรู้สึกว่ามันดังไม่ไกลจากกระโจมพักของนางด้วย
"ข้าควรออกไปดูหน่อยหรือไม่"
หญิงสาวพึมพำออกมา เนื่องด้วยนางไม่สามารถทนฟังเสียงร้องทรมานแบบนี้ได้แน่ เช่นก็ต้องไปดูให้หายข้องใจว่าเป็นคนหรือผีกันแน่
เท้าเรียวถือไม้ในมือเดินย่องไปยังกระโจมที่มาของเสียง กระโจมสตรีมีเพียงกระโจมนางผู้เดียว และอยู่ไม่ไกลจากกระโจมรักษา เสียงร้องนั้นไม่ได้มาจากกระโจมหมอ เช่นนั้นก็ไม่ใช่คนรักษาอยู่ แล้วในกระโจมเปล่านั้นจะเป็นคนจริงๆใช่หรือไม่
"เจ้าเบาหน่อยได้หรือไม่"
เสียงในกระโจมดังออกมาข้างนอก
"ข้าเป็นหมอด้านพิษนะ หากจะให้ข้ารักษาก็ต้องทนหน่อย"
เสียงคนสองคนเอ่ยตอบกัน ทำให้จูเฟิงเหยาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก อย่างน้อยก็ได้รู้แล้วว่าไม่ใช่ผีสาง จึงลดไม้ในมือลงหมุนตัวเตรียมกลับกระโจม
แก๊ะ!
เท้าเจ้ากรรมกลับเหยียบโดนกิ่งไม้ เรียกความสนใจของคนในกระโจม
"ผู้ใด!"
เสียงเข้มตะหวาดออกมาเสียงดัง นางมั่นใจแน่แล้วว่าคนด้านในคือผู้ใด ร่างบางโค้งตัวแอบกลับทำเหมือนว่าไม่ได้ยินที่ชายหนุ่มพูด แต่ก็ต้องหยุดทำเช่นนั้น เมื่อเป็นอีกคราที่ถูกโลหะคมกริบจ่อมาที่หน้า จูเฟิงเหยาเงยหน้าส่งยิ้มเหยๆไปให้ฟู่เย่ว เจ้านายลูกน้องคู่นี้เอะอะก็เอากระบี่จี้คอ มิถงมิถามก่อนเลยสักคำ
"นำตัวเข้า"
ซูอันเพ่ยเอ่ยสั่งเสียงเข้ม หญิงสาวถูกกุมตัวเข้าไปด้านในกระโจม ทั้งที่มีดาบจอที่คอ แต่เพียงเข้ามาเห็นภาพตรงหน้าก็ต้องหันหน้านี้ เพราะภาพตรงหน้าคือชายหนุ่มกำลังเปลือยท่อนบนทำแผลอยู่
"เสร็จแล้ว"
เฟิ่งเย่วเอ่ยพลางช่วยชายหนุ่มสวมอาภรณ์ให้เรียบร้อย และเดินออกไปจากกระโจม
"เจ้าเป็นผู้ใด"
"ข้าเองเจ้าค่ะท่านแม่ทัพ"
จูเฟิงเหยาหันมาทางชายหนุ่ม เพราะรู้ว่าเขาแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ใบหน้าคมพินิจใบหน้าหญิงสาวอยู่ชั่วครู่ ถึงรู้ว่าเป็นผู้ใด
"เมื่อตอนกลางวันหน้าดำจนมองไม่ออกว่าหน้าตาเช่นไร ตกดึกยังทาอันใดจนใบหน้าขาววอกเช่นนี้อีก"
"ข้าบำรุงใบหน้าเจ้าค่ะ"
หญิงสาวเอ่ยออกไปตามตรง เดิมร่างนี้ใบหน้างดงามมาก แต่เพราะอยู่ในโรงหลอมตลอดทั้งวัน ทำให้ผิวหน้าไหม้จนแทบดูไม่ได้ นางเป็นสตรีรักสวยรักงามเป็นเรื่องปกติ ต่อให้ตนเองจะอยู่ในสถานการณ์แย่เพียงใดก็ต้องสวยเอาไว้ก่อน นางถือคติที่ว่าถึงต้องตายก็ไม่ยอมหน้าสดลงไปเจอยมบาลเป็นแน่
"ข้าพึ่งบอกว่าให้เจ้ารักษาชีวิตเอาไว้ให้ดี ทำไมหรือก่อนตายหากยังมิได้ข้อมูล นายของเจ้าก็จะไม่ให้ตายเช่นนั้นใช่หรือไม่"
"ขออภัยท่านแม่ทัพ ข้ามิเข้าใจ"
"ฟู่เหย่!"
"ขอรับ"
ฟู่เหย่รับคำสั่งผู้เป็นนายก่อนจะง้างดาบในมือเตรียมจะสะบั้นคอหญิงสาวทิ้ง
"อร๊าย~ ใจเย็นก่อนใจเย็นๆ"
จูเฟิงเหยารีบยกมือห้ามทันที หัวใจของนางตกไปอยู่ตาตุ่ม พร้อมคุกเข่าลงไปที่พื้นด้วยความร้อนใจ
"ข้าเพียงได้ยินเสียงร้องแปลกๆเจ้าค่ะ เลยออกมาดู ไม่ได้มีเจตนาแอบฟัง หรือหาข้อมูลส่งให้ผู้ใดเหมือนอย่างที่ท่านแม่ทัพปรักปรำข้า.....ไม่สิ เหมือนที่ท่านคิดเจ้าค่ะ"
หญิงสาวรีบอธิบายแก้ต่างให้ตัวเอง
"ข้าสาบาลได้เลยเจ้าค่ะ กระโจมข้าอยู่ใกล้เพียงนี้ข้างๆกระโจมรักษา ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก็ไม่มีกระโจมไหนพักอยู่ใกล้เลย วันนี้ได้ยินเสียง จึงคิดว่า...คิดว่าเป็นพวกโจรมาแอบปล้นค่าย!"
หญิงสาวกลัวเขาไม่เชื่อจึงได้เอ่ยเสริมอีกรอบ
"นี่มันค่ายทหาร โจรที่ใดจะใจใหญ่กล้าบุกมาขโมยได้ ข้าว่าเจ้ากลัวผีเสียมากกว่า"
เป็นฟู่เหย่เอ่ยขึ้นพลางหัวเราะหญิงสาว จูเฟิงเหยาไม่รู้จะเอ่ยแก้ตัวเช่นไรเมื่อรู้ว่าถูกจับได้ ชายหนุ่มยกมือไล่ทั้งคู่ด้วยความรำคาญใจ เขารู้สึกเจ็บบาดแผลขึ้นมาอีกครั้งจึงอยากที่จะพักผ่อน หญิงสาวไม่รีรอเมื่อเห็นเช่นนั้นก็แทบวิ่งหนีออกไป มองดูระยะห่างกระโจมตัวเองกับเขาที่ใกล้เพียงนิดก็ถอนหายใจ เหตุใดสวรรค์ถึงลิขิตให้ข้าอยู่ใกล้คนที่เกลียดขี้หน้าได้ถึงเพียงนี้กันนะ
