บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 17 แต่เจ้ามิเคยเข้าใกล้สตรี

"บอกนามของเจ้ามา"

เสียงเข้มเอ่ยถาม ทำเอาหญิงสาวสะดุ้งตัวรีบเล็กทันที นี่ใช่หรือไม่ที่เขาเรียกกันว่าความน่าเกรงขามเปล่งออกมา ทำให้ผู้คนสยบราบคาบเพียงแค่ใช้สายตาและน้ำเสียง หญิงสาวยังคงเงียบหากบอกไปแล้วเขาคงตามสืบเรื่องของนางเป็นแน่ จนในที่สุดก็คงจะรู้ว่านางเป็นสตรีที่หนีการสมรสออกจากจวนตระกูลเจียง แต่หากโกหกแล้วเขารู้ทีหลังเขาก็คงไม่ปล่อยนางไว้เช่นกัน

"ข้านามจูเฟิงเหยาเจ้าค่ะ"

หญิงสาวตัดสินใจเอ่ยชื่อจริงออกไป ก่อนหน้านี้นางได้เผลอบอกชื่อตัวเองกับทุกคนไปแล้ว เพราะคิดว่าไม่มีผู้ใดรู้จักนางแน่ สตรีบ้าที่อยู่ท้ายจวนจะมีคนใส่ใจว่านางเป็นผู้ใดได้เช่นไร แต่คนพวกนั้นก็ธรรมดา ต่างกลับบุรุษสองคนที่อยู่ต่อหน้านาง เพียงกระดิกนิ้วประวัติและข้อมูลตั้งแต่เกิดจน ณ ปัจจุบันก็มาอยู่ต่อหน้าพวกเขาแล้ว

"จูเฟิงเหยา ตระกูลจูหรือ"

โจวหนิงเฉินเอ่ยทวนอีกครั้ง เนื่องจากในตระกูลขุนนางหรือตระกูลใหญ่โต ไม่มีแซ่นี้ หญิงสาวถอนหายใจ เนื่องด้วยตนเองเป็นบุตรสาวของอนุที่เป็นเพียงบ่าวรับใช้ อีกทั้งคลอดมายังมิสมบูรณ์ บิดานางจึงไม่ยอมให้ใช้แซ่เจียง นางจึงใช้แซ่ของมารดาแทน ถึงนางมิได้มาจากตระกูลใหญ่โต นางมั่นใจว่าเขาก็ต้องตามสืบเรื่องนางเป็นแน่ เมื่อวันนั้นมาถึงคงไม่พ้นรู้ว่านางหนีสมรสมา

"ข้าต้องทำอันใดสักอย่าง เพื่อเป็นข้อต่อรองมิให้ตนเองถูกส่งกลับไปสมรสกับองค์ชายบ้ากามนั่น" หญิงสาวเอ่ยกับตนเองในใจ

"ใช่แล้วเจ้าค่ะ หากท่านไม่เชื่อว่าข้าเป็นผู้บริสุทธิ์ ท่านสามารถสืบข้อมูลของข้าได้เลย หากว่าข้าเป็นไส้ศึกอย่างที่ใจท่านแม่ทัพคิดแล้ว ย่อมหลีกหนีมิได้"

หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นคงและแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ นางเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดในนิยายหรือซีรี่ส์ที่เธอเคยเห็นผ่านตา ข้ามมาแล้วทุกคนต้องฉลาดหรือเก่งขึ้น แท้จริงแล้วการใช้ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย นางไม่ได้อยากดีเด่นเหมือนคนอื่นๆ เพียงแค่ทำทุกวิถีทางเพื่อมีชีวิตรอดเท่านั้น

ซูอันเพ่ยมองคนตัวเล็กที่ทำตัวใจใหญ่ จู่ๆในหัวของเขาก็มีความคิดหนึ่งเด้งเข้ามา ล้วงแขนเสื้อนำผ้าเช็ดหน้าตนเองออกมา เดินตรงไปหานางจนหญิงสาวรู้สึกท่าไม่ค่อยจะดีเสียเท่าไหร่ จูเฟิ่งเหยาถอยหล่นไปจนชิดโต๊ะน้ำชาไม่มีทางหนีเขาแล้ว

"สืบนะสืบแน่....."

ร่างใหญ่เอ่ยพรางยันแขนสองข้างไปที่โต๊ะ หญิงสาวหลับตาปี๋ด้วยความกลัว พลังงานที่ส่งมาทำเอาหญิงสาวแทบหยุดหายใจ เขาน่ากลัวมากๆจนหัวใจเต้นรัว เมื่อสักครู่เขาก็เกือบใช้กระบี่นั้นสบั่นคอนางไปแล้วด้วย

ดวงตาคมมองใบหน้านางที่ดำทมิฬไปด้วยเถ้าถ่าน เอื้อมมือขึ้นมา จูเฟิงเหยาก็ยิ่งเบี่ยงหน้าหนีไปอีก

"แต่เจ้าต้องมีชีวิตอยู่ต่อ ไม่ฆ่าตัวตายหนีความผิดไปเสียก่อน"

เอ่ยจบก็นำผ้าเช็ดหน้าของตนเมื่อสักครู่ซับโลหิตสีแดงสด ที่เขาทำมันไว้ ดวงตางามลืมตาขึ้นแต่เมื่อรู้ว่าเขามิได้ทำอันใดตนอีก เอื้อมมือไปจีบผ้าเช็ดหน้าและกดบาดแผลตนเองเอาไว้ ร่างใหญ่ผงะออกมายืนเต็มความสูง

"หวั่นโรว!"

"ขอรับท่านแม่ทัพ"

"ดูแลนางให้ดีๆ อย่าเพิ่งให้นางตายไปก่อนข้าจะอนุญาต"

"ขอรับ"

หวั่นโรวรีบเอ่ยตอบรับ ซูอันเพ่ยโบกมือให้ทั้งคู่ออกไป จูเฟิงเหยาและหวั่นโรวรีบทำความเคารพและออกไปจากกระโจมทันที หากอยู่นานกว่านี้หญิงสาวกลัวว่าตัวเองจะขาดใจไปก่อน อยู่ใกล้เขาแล้วไม่กล้าหายใจแรง เกรงว่าหากแย่งอากาศเขาหายใจจะมีความผิดด้วย

"ทำอันใดของเจ้ากัน"

หลังทั้งคู่ออกไปแล้ว โจวหนิงเฉินจึงได้เอ่ยถามสหายด้วยความไม่เข้าใจ

"ข้าเปล่า ก็แค่จับไส้ศึก"

ซูอันเพ่ยหยักไหล่ ก่อนจะเดินอ้อมไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตนเอง

"แต่เจ้ามิเคยเข้าใกล้สตรี"

โจวหนิงเฉินเอ่ยอย่างพินิจ สหายของเขาผู้นี้จนอายุเข้าสามสิบห้าปีแล้ว อย่าว่าคนรักหรือแม้กระทั่งสตรีที่ชายหนุ่มชมชอบเลย เพียงแค่เข้าใกล้สตรีก็มิคิดจะทำ เขามักให้เหตุผลว่าเรื่องพวกนี้ไม่สำคัญ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel