ตอนที่ 14 กลิ่นหอมบนตัวนางดูคุ้นยิ่งหนัก
กว่าสองเค่อที่หญิงสาวทำใจอยู่นาน ก่อนจะถือถาดใส่กาน้ำชาเดินไปที่กระโจมใหญ่ ทหารหน้ากระโจมเข้ามาตรวจสอบว่าบนตัวนางมีอาวุธหรือไม่
"ผู้ใด"
เสียงเข้มเอ่ยดังออกมาจากกระโจม เมื่อได้ยินเสียงคนที่ด้านหน้า
"เรียนท่านท่านแม่ทัพ ชาขอรับ"
ทหารที่เฝ้าหน้ากระโจมส่งเสียงรายงานเข้าไปด้านใน
"นำเข้ามา"
เสียงอนุญาตนั้นทำเอาหญิงสาวในสั่น ทั้งแขนและขาเองก็สั่นด้วยเช่นกัน
"คุณทหารนำมันเข้าไปได้หรือไม่เจ้าคะ"
หญิงสาวเอ่ยขอร้อง เพราะไม่อยากเข้าไปจริงๆ คนมีมากมายทำไมต้องเป็นนางด้วยก็ไม่รู้
"มิใช่หน้าที่ของข้า"
ทหารนายนั้นเอ่ยอย่างมิรักษาน้ำใจ ร่างเล็กใจแป๋วทำตัวไม่ถูก ในหัวก็พยายามคิดหาหนทางไม่เข้าไปด้านใน
"จะเข้ามาได้หรือยัง"
เป็นอีกครั้งที่เสียงเข้มดังออกมา ทหารนายนั้นที่ดูท่าไม่ดีแล้วจึงดันหลังหญิงสาวให้เข้าไปด้านใน จูเฟิงเหยาถลาเข้าในกระโจมด้วยท่าทีทุลักทุเลเหมือนคนจะล้ม แต่ก็พยุงถาดน้ำชาในมือไม่ให้หกได้ สายตาสามคู่มองมาที่นางเป็นตาเดียว หนึ่งคู่เป็นหวั่นโรวผู้ที่เรียกนางมาที่นี่ อีกคนเป็นบุรุษที่นางเดาว่าเคยเกือบเอาชีวิตเขาไปแล้ว ส่วนอีกคนนางไม่รู้จัก แต่ดูจากตำแหน่งการนั่งที่เท่ากับแม่ทัพใหญ่และอาภรณ์ที่สวมใส่ บุรุษผู้นี้ก็คงไม่ธรรมดาเช่นกัน
"ยืนเหม่ออันใดของเจ้า ยังไม่ทำความเคารพท่านอ๋องกับท่านแม่ทัพใหญ่อีก"
เสียงของหวั่นโรวเอ่ยขึ้นเตือนหญิงสาว เมื่อเห็นนางยืนจ้องบุรุษทั้งสองนานเกินไปแล้ว
"เอ่อ...ถวายบังคม ถวายพระพร...."
หญิงสาวไม่รู้ว่าต้องเอ่ยเช่นไรจึงหันไปขอความช่วยเหลือหวั่นโรวที่นั่งอยู่ นางยอมรับตรงๆว่ารู้เพียงวิธีการพูดกับฮ่องเต้ตามซีรี่ที่เปิดทิ้งเอาไว้ แต่สำหรับตำแหน่งอ๋องแล้วเขาเอ่ยเช่นไร สายตาสองคู่หันมามองนางเป็นตาเดียว จากที่บรรยากาศตรึงเครียดก่อนหน้าผ่อนคลายลงไปมาก
"มินึกว่าโรงหลอมเหล็กของเจ้ารับคนงานที่เป็นสตรีด้วย"
เป็นอ๋องหนิงเฉินที่เอ่ยขึ้น
"เรียนท่านอ๋อง ข้าพบนางที่ท้ายตลาดขอรับ นางเป็นขอทานมิมีพิษมีไพรอันใดจึงเวทนาให้มาช่วยงานเล็กๆน้อยๆ วันนี้ทำท่านทั้งสองต้องกระด่างสายตาแล้ว"
หวั่นโรวเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสุภาพ
"เวทนา กระด่างสายตา" สองคำนี้ทำเอาหญิงสาวถึงกับมองค้นให้หวั่นโรว เขายังเห็นว่านางยืนอยู่ตรงนี้หรือไม่กัน
"ที่ว่างานเล็กๆน้อยของเจ้า เหตุใดใบหน้านางถึงได้เป็นเช่นนั้นกัน"
ครานี้เป็นซูอันเพ่ยที่เอ่ยขึ้น ตอนเห็นหน้าหญิงสาวพุ่งเข้ามาในกระโจมเขานึกว่าผีสางเสียอีก เพราะใบหน้าของนางดำทมิฬไปด้วยขี้เถ้าสีดำทั้งหน้า มีเพียงนัยตาและฟันที่ขาว
"ทำอันใดของเจ้ากัน"
หวั่นโรวเอ่ยตำหนิหญิงสาวเล็กน้อย จูเฟิงเหยาจึงได้ฉีกยิ้มกว้างอวดฟันขาวตอบกลับไป
"ไปรินชาได้แล้ว"
หวั่นโรวเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ก่อนหญิงสาวจะเดินด้วยท่าทีนอบน้อมเข้าไปรินชาให้ทั้งคู่ นางรินให้อ๋องหนิงเฉินก่อน และรินให้ซูอันเพ่ยตามลำดับ ชายหนุ่มมองมือเรียวที่สั่นเล็กน้อยยามที่รินให้เขา พลางมองหน้าที่ดำของนาง จมูกโด่งสัมผัสได้ถึงกลิ่นที่รู้สึกคุ้นๆจากตัวหญิงสาว แต่นึกไม่ออกว่าได้กลิ่นที่ใด จูเฟิงเหยาหลังรินให้เสร็จก็กลับมายืนที่กลางกระโจม ทำท่าคารวะเตรียมตัวที่จะเดินออกไป
"เดี๋ยว!"
เสียงเข้มเอ่ยขึ้น หญิงสาวจึงต้องหันหลังกลับมาอีกครั้ง แววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังของนางแสดงออกมาจนปิดไม่มิดยามที่ดวงตาคมมอง เมื่อเห็นว่าตนเองถูกจับได้แล้วจึงรีบสงวนท่าทีตนเอง ยืนตัวตรงและก้มหน้า
"มีอันใดหรือเจ้าคะท่านแม่ทัพ"
เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวเอ่ยกับชายหนุ่มซึ่งๆหน้า
"เจ้ายังมิต้องไป ค่อยรินชาให้ข้ากับท่านอ๋องจนกว่าจะหารือเสร็จ"
เสียงทุ้มเอ่ยสั่งเสียงดัง ทำเอาร่างเล็กที่ได้ยินเช่นนั้นนิ่งไป
"เข้าใจหรือไม่"
"เข้าใจเจ้าค่ะ"
เสียงอ่อยๆเหมือนคนผิดหวังเอ่ยตอบเขา ทำเอาโจวหนิงเฉินที่นั่งข้างสหายต้องมองชายหนุ่มอีกครั้ง เพราะเขาไม่เคยเห็นสหายผู้นี้รั้งสตรีนางใดเอาไว้เลยสักครา ถึงแม้สถานการณ์จะดูแปลกๆก็ตาม
