บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 11 กุมตัวนางไว้ พากลับค่าย

เฮ้อ~

หญิงสาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ นั่งกอดเข่าตนเองมองผู้คนเดินผ่านไปมาต่อหน้า คืนนี้คงต้องฝากชีวิตที่นี่เสียแล้วถึงอย่างไรก็มีคนไร้บ้านพวกนี้อยู่เป็นเพื่อน ท่าทีของพวกเขาดูใจดีกว่าชาวบ้านทั่วไปเสียอีก

เพล้ง!

โลหะชนิดหนึ่งตกลงจากเกวียนกว่าสามคันที่กำลังขนออกไปต่อหน้าหญิงสาว แต่กลับพบว่าไม่มีผู้ใดสนใจมันเลย ของสิ่งนี้คงเป็นดาบ มันเป็นสนิมแดงทั้งด้าม ความคมไม่เหลือเสียแล้วและการผุพังสภาพนี้คงใช้งานไม่ได้ อีกทั้งหนักและหนาดูก็รู้ว่าเป็นเหล็กที่หลอมออกมาไม่ได้ผ่านกระบวนการที่ทำให้มันแข็งแรง

"รีบขนไป เร็วๆ"

ชายผู้หนึ่งที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้าเอ่ยสั่งการลูกน้อง มือเรียวเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมาเพราะพวกเขาเหล่านี้คงขนไปทิ้ง มันตกตามทางก็มิได้สนใจเท่าใด หญิงสาวโยนเบาๆเบื่อดูน้ำหนัก

"เศษเหล็กไร้ประสิทธิภาพจริงๆด้วย สนิมเขอะขนาดนี้นี้ คงหลอมเสร็จแล้วทิ้งไว้ด้านนอก ทั้งออกซิเจนและน้ำสูงเป็นแน่"

หญิงสาวเอ่ยออกมาเมื่อพวกเขาเดินผ่านไปแล้ว แต่คำพูดนั้นกลับเข้าหูของคนผู้หนึ่งจนทำให้เขาต้องหันกลับมา เพราะมีคำหนึ่งที่รั้งเขาเอาไว้ หวั่นโรวหนัวหน้าช่างหลอมเหล็กเดินกลับมาหาหญิงสาว ดวงตางามที่กำลังพิจารณาดาบสนิมในมือเบนสายตาไปมองเนื่องรู้สึกได้ ก่อนจะเดินถอยหลังไปหนึ่งก้าว บุรุษผู้นี้รูปร่างสูงใหญ่ อีกทั้งกล้ามแขนยังใหญ่มากกว่าคนปกติเสียด้วย เขาน่าจะได้จากการตีเหล็กเป็นเวลานาน

"เอ่อ....คนของท่านทำมันตกไว้ ข้ามิได้จะขโมยนะ คืนให้ท่าน"

จูเฟิงเหยารีบเอ่ยแก้ต่างใหตัวเองก่อนทันที ไม่คิดว่าเศษสนิมไร้ค่าเช่นนี้เขาจะยังสามารถเอาไปทำอย่างอื่นได้อีก

"เหตุใดเจ้าถึงรู้จักคำว่าสนิม"

หวั่นโรวเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ ใช้สายตาไล่มองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า นางเป็นสตรีแน่ถึงแม้จะปลอมตัวเป็นบุรุษก็ตาม สายตาของเขาเฉียบคมกว่าคนทั่วไป มิได้มองผู้ใดแบบผิวเพลิน อีกอย่างรูปลักษณ์ แววตา ยังมิเหมือนขอทานพวกนี้เลยด้วยซ้ำ

"......"

หญิงสาวกำลังตะลึงกับคำถาม คำว่าสนิมมันเป็นคำต้องห้ามหรืออย่างไร หลอมเหล็กออกมาได้ อีกทั้งของใช้ส่วนใหญ่ที่เห็นก็ทำจากเหล็ก เป็นไปมิได้ที่พวกเขาจะไม่รู้จักคำว่าสนิม เพราะมันเป็นของคู่กัน

"บอกมา เจ้าเป็นสายลับแคว้นใด"

หวั่นโรวเอ่ยเสียงเข้ม เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ตอบเสียที

"มิใช่เจ้าคะ ข้าก็คนแคว้นนี้"

หญิงสาวเอ่ยพลางโบกมือปฏิเสธทันที

"บอกมาเจ้ารู้ได้เช่นไร"

"คำว่าสนิมนั้นหรือเจ้าคะ"

หญิงสาวเอ่ยถามด้วยใบหน้าไม่เข้าใจ พลางคิดว่าตนเองหลงเข้ามาในยุคโบราณขนาดไหนเนี่ย เรื่องแค่นี้กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้

"อย่ามาพูดเป็นอื่น รีบตอบมาเดี๋ยวนะ"

"สนิมสีแดงนี่ไงเจ้าคะ มันทำให้ดาบของท่านผุพังและสูญเสียความแข็งแรงใช่หรือไม่ ท่านถึงได้นำมันไปทิ้งเช่นนี้ เพราะอย่างไรเสียก็ใช้งานมิได้"

เหตุผลมันก็ตรงตัวมิเห็นต้องเป็นคนฉลาดก็ตอบคำถามนี้ได้ หวั่นโรวมีสีหน้านิ่งเรียบ เนื่องด้วยเรื่องพวกนี้ชาวบ้านทั่วไปจะรู้ได้เช่นไร นอกเสียว่าเป็นครอบครัวที่ตีเหล็ก อีกทั้งคนที่รู้เรื่องพวกนี้ยังน้อยมากๆถูกจำกัดโดยทางการเสียด้วยซ้ำ ตระกูลเขาเป็นที่สุดของช่างตีเหล็ก และหัวหน้าช่างตีเหล็กของกองทัพแคว้นชิงไห่หนานก็เป็นเขา ในแคว้นมีครอบครัวไหนบ้างที่ทำเรื่องพวกนี้แล้วไม่รู้จักเขาทั้งหมด

"เจ้าเป็นคนจวนใดกัน"

"ข้าหรือ ท่านดูสภาพข้าเช่นนี้จะเป็นจวนผู้ใดได้ นอกจากคนเร่ร่อน"

จูเฟิงเหยาเอ่ยพลางนั่งลงไปที่พื้นเช่นเดิม ขี้เกียจจะสนทนาด้วยเสียแล้ว หวั่นโรวมองท่าทีของหญิงสาวที่ดูจะรำคาญตนไม่เบา

"ข้าแนะนำอะไรท่านให้นะ สนิมของท่านคงวางไว้บริเวณที่มีออกซิเจนและน้ำสูง ไม่สิ!ท่านคงไม่เข้าใจ เอาเป็นว่าหลังหลอมเสร็จท่านวางไว้ที่มิดชิด ไม่ปล่อยไว้ที่โล่งที่อากาศและความชื้นเข้าได้"

หญิงสาวเอ่ยอย่างแสดงความคิดเห็น ไม่รู้จะพูดเช่นไรให้เข้าใจ

"เหตุใดข้าฟังเจ้าแล้วไม่เข้าใจ

"เฮ้อ~ ถือว่าเมื่อสักครู่ข้ามิได้พูดก็แล้วกัน"

หญิงสาวเอ่ยออกไปตามจริง นางเรียนในมหาวิทยาลัยด้านวัสดุมากว่าสี่ปี จะพูดให้เขาเข้าใจในภาษาที่ต่างกันภายในคราเดียวได้อย่างไร

"กุมตัวนางไว้ พากลับค่าย"

หวั่นโรวเอ่ยสั่งลูกน้อง

"เดี๋ยวสิ! ข้าทำอันใดผิดกัน"

จูเฟิงเหยาโวยวายขึ้นมาทันที พลางคิดว่าเมื่อสักครู่ไม่น่าเอ่ยเช่นนั้นออกไป ค่ายที่ว่าก็ไม่รู้ว่าค่ายไหนอีกด้วย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel