บทที่ 5
นัยน์ตาคมกริบแฝงแววเจ้าเล่ห์ เปล่งประกายระยับทันทีเมื่อนึกถึงลูกสาวคนสวยของเขา ลูกสาวคนเดียวของนายพลคาซานห์ ทั้งที่เขามีภรรยาถึงสองคน และนางในฮาเร็มอีกนับสิบ แต่เขากลับมีนาจิลาเพียงคนเดียวเท่านั้นเป็นทายาท พระเจ้าคงจะอยากให้เขามีทายาทสืบทอดตระกูลเพียงแค่คนเดียวสินะ และเขาก็จะส่งเสริมให้นาจิลาก้าวขึ้นถึงขั้นสูงสุดที่คนอย่างพ่อจะให้ได้
ดีเหลือเกินที่ลูกสาวของเขาเป็นเพศหญิง...
ท่านนายพลยินดีเป็นหนแรกเลยก็ว่าได้ เมื่อนึกถึงบทสนทนาระหว่างเขาและเพื่อนพ้อง เกี่ยวกับเรื่องของชีคหนุ่มคนใหม่แห่งวาดาม ชีคซูนีอัล ที่ยังโสดและไม่ได้มองหาชีคคามาเคียงข้าง หนึ่งปีเต็มแล้วสินะ ที่ไอ้เด็กคนนั้นก้าวขึ้นมาครองตำแหน่งสูงสุดแห่งวาดาม หนึ่งปีแล้วที่อะไรๆ ที่เขาเคยได้ มันหดหายลงไปเกือบครึ่ง ซึ่งเขาและพวกพ้อง จะยอมไม่ได้อีกต่อไปแล้ว แม้จะไม่กล้าออกทีท่าอะไรมากในคราวแรกๆ ที่ชีคซูนีอัลเข้ารับตำแหน่ง ต้องคอยอยู่นิ่งเพราะเกรงบารมีของนายพลซูฮิบห์ พวกเขาอาจจะซวยได้ ถ้าเกิดว่าทำตัวต้านลมแข็งขืน
ทหารในมือจำนวนหนึ่ง และขั้วอำนาจอีกส่วน เป็นฝ่ายของเขาในตอนนี้ การปฏิรูปรัฐวาดามกำลังค่อยเป็นค่อยไป ในทางที่ดีสำหรับส่วนรวม แน่ล่ะ มันแย่สำหรับพวกเขา เพราะสิ่งที่เคยได้ มันหายไป อำนาจวาสนาที่เคยมี มันก็ค่อยๆ ลดทอนความสำคัญลงไป ยอมปล่อยเป็นแบบนี้คงจะไม่ดีแน่ กว่าเขาจะขึ้นมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ง่ายเลย ต้องเหยียบย่ำลงไปบนคนกี่คน ศพกี่ศพ...นัยน์ตาคมกริบหรี่ลง เมื่อคิดถึงตรงนี้ ก่อนจะยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก
เขาหยิบเอากระดิ่งเงินอันเล็กมาสั่น เพื่อเรียกสาวรับใช้ให้มารับคำสั่ง ก่อนจะนั่งกินผลไม้และรับการปรนบัติเอาใจจากหญิงรับใช้ประจำตัว รอเพียงครู่เดียว หญิงสาวสวยสองคน ก็เดินตามหลังสาวรับใช้ ตรงมายังที่เขานั่งพักผ่อนอยู่ นายพลคาซานห์มองพวกหล่อนทั้งคู่ แล้วเอ่ยทักทายเสียงทุ้ม
“มีแพลนไปไหนกันหรือ นาจิลา เลลา วันหยุดแบบนี้ เห็นจะให้คนรถขับรถพาไปส่งถึงแถบชายแดนไซราห์เลยหรือ มันไกลมากไปไหมลูก?
“แหม...” หญิงสาวนามนาจิลา ย่นจมูกเล็กน้อย ก่อนจะช้อนตามองบิดา เธอกอดแขนเขาอย่างประจบ แล้วแนบแก้มลงไปบนท่อนแขนแข็งแรง พลางเอ่ยเสียงหวาน
“ไกลที่ไหนกันคะ ท่านพ่อ ลูกอยากจะไปดูที่ท่องเที่ยวใหม่ของไซราห์ เห็นว่าเพิ่งเปิด เป็นแหล่งหินผุดขึ้นมากลางทะเลทรายชื่อหุบเขาปีศาจสวยมากเลยนะคะ ต้องไปนอนกระโจมกลางทะเลทราย น่าเที่ยวมากๆ เลยค่ะ”
“ชื่อไม่น่าเที่ยวเลยสักนิด” นายพลคาซานห์บ่นอุบ ก่อนจะมองคนที่ออดอ้อนอย่างด้วยสายตารักใคร่อย่างชื่นชม นาจิลา ลูกสาวคนเดียวของเขา เป็นหญิงงามนัก ใบหน้าเรียวรูปไข่ เรือนผมยาวหยักศกสีน้ำตาลเข้มล้อมกรอบหน้า เน้นขับให้ผิวสีนวลลออตานั้นยิ่งดูเด่น นัยน์ตากลมโตล้อมด้วยขนตาดกหนา จมูกโด่งได้รูปสวย ริมฝีปากอิ่มเรื่อ น้อยคนนักที่จะมองข้ามลูกสาวเขาโดยไม่หันมามองซ้ำอีกหน เขามองเลยไปยังสตรีอีกคนหนึ่ง ซึ่งกำลังนั่งเงียบและเมินมองไปทางสระน้ำ
“ทำไมไม่ห้ามพี่เราบ้างล่ะ เลลา ไปเที่ยวอะไรสมบุกสมบันแบบนั้น ไม่ชวนกันไปช้อปปิ้งหรือบินไปเที่ยวเดดซีล่ะ เห็นว่านาจิลาเคยอยากไปเล่นน้ำทะเลที่นั่นไม่ใช่หรือ?”
“พี่นาจิลาอยากไป ลูกไม่อยากขัด” เสียงหวานใสเอ่ยเพียงแค่นั้น รอยยิ้มบนริมฝีปากสีสด ยิ้มเพียงนิดราวกับเสียไม่ได้ให้เขา นายพลคาซานห์โบกมือไล่อย่างหงุดหงิด ไม่รู้ทำไม คุยกับเลลาทีไร เขาต้องขวางหูขวางตานัก กับท่าทีคอเชิดราวกับนางพญาหงส์ของอีกฝ่าย
เลลา ลูกพี่ลูกน้องของนาจิลา เด็กที่เขาเอามาชุบเลี้ยงไว้ตั้งแต่ตัวเล็กจ้อย จนตอนนี้เติบใหญ่เป็นสาวสวย งดงามไม่แพ้นาจิลา มารดาของเลลาเป็นลูกครึ่งเอเชีย เธอจึงได้ส่วนนี้มาด้วยบนใบหน้าหวานจิ้มลิ้มนั่น นัยน์ตาสีดำขลับลึกลับราวกับกลางคืนอันเยือกเย็น มันไม่ค่อยส่องประกายบอกอารมณ์ของเจ้าของสักเท่าไหร่ นอกจากความเย็นชายามมองสบตาด้วย จมูกโด่งปลายรั้นเล็กน้อย ริมฝีปากสีสดรูปกระจับที่ไม่ค่อยแย้มยิ้ม เจ้าตัวมักจะเม้มไว้เสมอ จนกลายเป็นลักษณะเฉพาะตัวไปแล้ว เรือนผมดำตรงราวกับนกกาน้ำ ถูกรวบไว้ง่ายๆ เปิดอวดเครื่องหน้าหวานจิ้มลิ้มของหญิงสาววัยแรกผลิ หากแต่ดูมีอำนาจอันน่าเกรงขามอย่างบอกไม่ถูก เมื่อมองสบตากับเจ้าหล่อน แม้ผิวของเลลาจะไม่ขาวจัดเหมือนกับนาจิลา แต่เป็นสีน้ำผึ้งนวลเนียน ซึ่งนั่นก็ไม่ได้ทำให้เลลาดูสวยด้อยกว่าลูกสาวเขาเลยแม้แต่น้อย
