
บทย่อ
ท่านชีคหนุ่มซูนีอัล หนึ่งในจอมโจรเหยี่ยวราตรี กำลังมีเป้าหมายเดียวกับเลลา หญิงสาวกำพร้าซึ่งเป็นหลานสาวของนายพลคาซานห์ นั่นก็คือชุดมรกตนกยูงสวรรค์ ของอาถรรพ์ซึ่งร่ำลือกันว่าผู้ครอบครองมันจะพบแต่ความซวย! คิดจะขโมยของอาถรรพ์ ก็มีแต่ซวยกับซวยนะสิ! ทันทีที่แตะต้อง สิ่งมหัศจรรย์ก็พลันบังเกิด... มรกตนกยูงสวรรค์ จะพาคุณไปพบกับความมหัศจรรย์ของความรัก “อูย” เสียงครวญข้างๆ ดังขึ้น ท่านชีคหนุ่มหันขวับไปมองคนที่ค่อยๆ ทรงกายลุกขึ้นนั่ง เธอใช้มือข้างที่เป็นอิสระตบเบาๆ ที่ขมับตนเอง ก่อนจะลืมตามองเขา แล้วมองไปรอบๆ พลางครางออกมาเสียงแผ่ว “อีกแล้วเหรอ? นี่เราฝันหรือเปล่านะ” “อืม...นั่นน่ะสินะ ฝันไปหรือเปล่า” ชีคซูนีอัลว่า แล้วเหลือบตามองคนข้างๆ อย่างนึกหมั่นเขี้ยว เขาหมั่นไส้แม่เจ้าประคุณมานานล่ะ ไหนๆ ถ้ามันจะเป็นแค่เรื่องเหลวไหลที่เขาและเธอ อาจจะเกิดมโนเพ้อเจ้อกันไปเอง เขาก็จะลองดูว่าถ้าทำแบบนี้แล้วทั้งเขาและเธอจะตื่นขึ้นมาจากเรื่องบ้าบอคอแตกนี่ไหม เลลากำลังจะตอบคนข้างๆ ว่าคงไม่ได้ฝันไปหรอก ร่างบางกลับเซถลา เข้าหาอ้อมอกแข็งแกร่งของเขาเข้าเสียแล้ว เธอเบิกตาโพลงอย่างตกใจ ชีคหนุ่มยิ้มร้าย แล้วหรี่ตาลง มองใบหน้าเรียวสวยของคนในอ้อมแขน เขาก้มลงใกล้เธอ พลางเอ่ยเสียงเป็นกระซิบแนบใกล้กับกลีบปากอิ่มสีกุหลาบ “ทดสอบดูหน่อย ว่ามันฝันหรือจริง” ริมฝีปากได้รูป กดลงมาบนกลีบปากนิ่ม วงแขนแข็งแรงนั่นรัดเธอแน่นเข้า เลลาดิ้นอึกอัก พยายามยันตัวหนีจากเขา แต่ก็สุดความสามารถที่จะทำได้ เพราะเขาช่างแข็งแรงเหลือเกิน ท่านชีคหนุ่มที่แปลงร่างเป็นงูเหลือมชั่วคราว รัดเหยื่อสาวในอกจนเธอแทบจมหายเข้าไปในกายแกร่ง ริมฝีปากร้อนผ่าวได้รูปละเลียดเบียดชิม สอนจูบให้คนในอ้อมกอด ค่อยๆ พาเธอไปรู้จักกับสัมผัสแห่งอารมณ์เสน่หา ซึ่งแน่ใจเหลือเกินว่าไม่เคยมีใครได้เกี่ยวก้อยพาเธอไปมาก่อน เมื่อเธอหยุดดิ้น ผ่อนร่างลงกับเขาอย่างลืมตัว เพราะจูบดูดดื่มเร่าร้อนที่นำพาไป ท่านชีคหนุ่มถอนจูบอย่างแสนเสียดาย เขามองคนในอ้อมแขนที่มองเขาด้วยนัยน์ตาวาวหวาน ก่อนจะยิ้มน้อยๆ แล้วเอ่ยเสียงทุ้มอย่างอารมณ์ดี “เราสองคนคงไม่ได้ฝันไปจริงๆ เสียด้วยสิ” “ทะ...ท่าน” เลลาผลักเขาออกห่าง หนนี้ท่านชีคหนุ่มยอมปล่อยเธออย่างว่าง่าย เขายังคงหยุดรอยยิ้มสมใจของตนเองไม่ได้ แม้จะลุกขึ้นยืน และทำทีเป็นมองไปรอบๆ ไม่ยอมมองคนที่กำลังนั่งหน้าแดงแปร๊ดอยู่บนพื้นหญ้าสีเขียวนุ่มเลยแม้แต่น้อย “มรกตนี่...มันพาพวกเรามาที่ไหนกันนะหนนี้ มันไม่ใช่ที่เดิมแน่นอน ข้าจำได้ว่าตอนนั้นเราตื่นขึ้นในคอกม้า แต่มันก็แป๊บเดียว แล้วรู้สึกอีกที ข้าก็อยู่บนเตียงแล้ว” “หนนี้มันจะแป๊บเดียวอีกหรือเปล่านะ” เลลาว่า เธอมองไปรอบๆ อย่างสำรวจเช่นกัน เมื่อทำใจเป็นปรกติได้แล้ว แต่สีหน้ายังไม่ยอมเป็นปรกติเสียที มันยังร้อนผ่าวๆ อยู่ด้วยความอับอาย เธอทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ว่าถูกชีคหนุ่มรังแกอะไรเอาไปบ้าง ขืนเธอทำกรี๊ดกร๊าดโมโห ไม่รู้ว่าอีตาท่านชีคนี่ จะทำอะไรเธออีก หน้าสิ่วหน้าขวานแท้ๆ คนบ้านี่! ยังจะมีอารมณ์มา... อีตาท่านชีคนี่จูบเธอ! เขากล้าปล้นจูบแรกไปจากเธออย่างหน้าตาเฉย จูบแรกนะ...เลลา จูบแรกในชีวิตสาว กรี๊ด!
บทนำ
แร่รัตนชาติสีเขียวอมฟ้า ขนาดเกือบเท่าไข่นกกระทา ถูกเทลงมาบนฝ่ามือหนา ฝ่ายนั้นถึงกับทำตาโต แล้วมองสบสายตากับคนที่ถือถุงกำมะหยี่สีม่วงเข้ม ซึ่งเพิ่งจะเทพวกมันลงบนมือของเขา
“นี่ยังไม่ได้เจียระไน ข้ามีแบบนี้อีกสามเม็ด รับประกันว่ามาจากเหมืองมูโซ ในโคลัมเบีย”
“จากเหมืองที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นมรกตที่ดีที่สุดในโลก” คนพูดยิ้มเล็กน้อย แล้วใช้มันส่องกับแสงไฟไปมา ดูจากตาเปล่าของนักดูพลอยมือหนึ่งอย่างเขาแล้ว เห็นริ้วรอยตำหนิตามธรรมชาติของมรกต ก็พอจะวิเคราะห์ได้คร่าวๆ ว่าเม็ดที่เห็นราคาคงจะงามไม่น้อย ถ้าได้รับการเจียระไนจากช่างฝีมือดีแล้ว รับรองได้ว่าจะเป็นมรกตที่ราคาสูงมากเลยทีเดียว
“ถูกต้อง แล้วท่านจะให้เม็ดนี้ราคาเท่าไหร่?” ฮาดาซพยายามระงับอาการลิงโลดของตนเองไว้ เขาเลือกแล้วว่าคามิลชายชาววาดามคนนี้เหมาะที่สุดแล้วที่จะขายสิ่งล้ำค่าที่ได้มานี่ เพราะคามิลร่ำรวยและทรงอิทธิพลนัก แถมยังชอบแร่รัตนชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นนักสะสมมรกตน้ำงาม
“อืม...” คามิลยิ้มแล้วคลึงมันเล่นในมือไปมา ด้วยท่าทีเรื่อยๆ ไม่กระตือรือร้นที่จะอยากได้นัก ยิ่งทำให้ฮาดาซรู้สึกใจคอไม่ใคร่จะดีเท่าไหร่นัก มรกตทั้งสี่เม็ดนี้เหมือนของร้อน ใช่...สำหรับเขาแล้วไม่ปรารถนาอยากจะครอบครองพวกมันไว้นานนัก ต้องหาทางกำจัดมันไปจากตัวเองให้เร็วที่สุด
“น้ำงามจริงๆ นะท่าน คนทั้งวาดามจะต้องชื่นชมในความงามของมัน เหมาะสำหรับทำเครื่องประดับประจำตัวท่านนะ ท่านคามิล ข้าทราบมาว่าท่านชื่นชอบและสะสมมรกต...เอ่อ...ถ้าจะอย่างไรแล้ว ข้าคิดไม่แพงเลยจริงๆ ท่านคามิล เม็ดล่ะหนึ่งล้านเหรียญเป็นยังไง?”
“อืม...” คิ้วเข้มย่นเข้าหากันเล็กน้อย ราคานั้นยังฟังดูถูกมากไปเสียด้วยซ้ำ สำหรับมูลค่าที่แท้จริงของมรกตเหล่านี้ ด้วยความที่เป็นพ่อค้า ดีดลูกคิดรางแก้วอยู่ตลอดเวลา ทำให้คามิลแสร้งทำเป็นลังเล และทดลองต่อรองดู
“ตอนนี้ข้าก็ไม่ค่อยจะมีเงินมากมายสักเท่าไหร่ เพิ่งจะใช้ทำลงทุนไปก็ก้อนใหญ่พอสมควรเลย เห็นที่ว่าท่านเป็นเพื่อนเก่าแก่ มักจะมีของดีๆ มาเสนอกัน ข้าให้ราคามรกตสี่เม็ดที่ท่านจะขายให้ข้า สัก...สองล้านสามแสนเหรียญเป็นอย่างไร”
“ได้เลย ตกลงราคานี้” ฮาดาซรวบรัด เขายิ้มกว้างแล้วดึงมือของคามิลไปจับไว้แล้วเขย่าด้วยความยินดี ก่อนจะรีบลุกขึ้นขอตัวไปที่รถของตนเอง เพื่อจะเอามรกตที่ว่ามาให้กับคามิล ซึ่งมองตามหลังอย่างงงๆ เพราะตั้งหลักไม่ทัน ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตกลงง่ายมากขนาดนี้
“หมดสิ้นภาระข้าล่ะ บรื๋อ...มรกตผีแบบนี้ ใครจะเก็บไว้กันวะ” ฮาดาซถึงกับมือไม้สั่น เมื่อหยิบเอากระเป๋าเหล็กขนาดเล็กที่ใช้บรรจุแร่มากค่าออกมาแล้วเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์ของคามิล ประวัติความเป็นมาของมรกตสี่เม็ดนี้น่ากลัวนักหนา เขาเองก็เพิ่งจะทราบจากเพื่อนร่วมอาชีพ ที่เล่าถึงความเฮี้ยนของมัน แล้วก็ทำให้ฮาดาซตัดสินใจปล่อยพวกมันออกขายอย่างไม่คิดมาก สองล้านสาม อย่างน้อยๆ ก็ขาดทุนไม่กี่เหรียญ ตอนแรกก็ไม่ใคร่จะเชื่อมากสักเท่าไหร่ เพราะคิดเสียดายและไม่อยากจะเชื่อเรื่องเหลวไหลพวกนี้ แต่พอความซวยมาเยือนเขาหลายหนเข้า เรื่องที่คิดว่าบังเอิญ มันก็ชักจะไม่บังเอิญเสียแล้วกระมัง ทางที่ดีเพื่อความสบายใจแล้ว เขากำจัดพวกมันไปเสียดีกว่า
และไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เขาก็ได้เช็คมูลค่าสองล้านสามแสนเหรียญ แลกเปลี่ยนกันกับมรกตอาถรรพ์
คามิลที่ชื่นชมกับของดีที่ได้มาในราคาถูก มีความสุขกับความงามแพรวพราวของสิ่งที่น่าหลงใหลนั้นได้ไม่กี่เดือน เขาก็ประสบอุบัติเหตุ จนถึงขั้นพิการ หนำซ้ำด้วยว่าธุรกิจของเขาโดนโกง ล้มครืนหมดตัว บรรดาเมียทั้งสามคนหอบสมบัติหนี เหลือแต่เพียงลูกชายคนโต เท่านั้นที่ยังสงสารและช่วยดูแลบิดาอยู่ สินทรัพย์ทั้งหมดของเขาถูกขาย รวมถึงมรกตเหล่านั้นด้วย
พวกมันเป็นสิ่งอาถรรพ์จริงๆ น่ะหรือ?
แต่จนแล้วจนรอดมรกตเหล่านั้นก็ยังมีผู้สนใจอยากจะครอบครองมาตลอด เปลี่ยนมือมาเรื่อยๆ และแปลกนักที่ผู้ที่ครอบครองพวกมันแม้จะในระยะเวลาสั้นๆ ก็ต่างเจอเรื่องราวร้ายๆ ทั้งนั้น แต่ความงดงามของพวกมันและมูลค่าที่เพิ่มขึ้นสูง เมื่อถูกทำเป็นเครื่องประดับแล้ว ก็ทำให้อาถรรพ์นี้ถูกลืมเลือน และมีคนทราบเรื่องนี้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น
มรกตสี่เม็ดถูกนำมาเจียระไน และทำเป็นชุดเครื่องประดับมรกตล้อมเพชรที่งดงามนั้น พวกมันมีชื่อเรียกตามเจ้าของเดิมที่สั่งทำเครื่องประดับว่า นกยูงสวรรค์ เนื่องจากรูปแบบของสร้อยที่ทำเลียนแบบรูปของนกยูง โดยใช้มรกตและเพชรน้ำงาม มรกตสี่เม็ดถูกใช้เป็นตัวของนกยูง ทำเป็นสร้อยคอ ต่างหู และกำไลข้อมือ นกยูงสวรรค์ถูกส่งต่อไปยังเจ้าของคนแล้ว...คนเล่า...
