บทที่ 2
วาดามเป็นรัฐขนาดใหญ่ มีชายแดนติดกับไซราห์ และบาฮา แม้จะอยู่ในแถบทะเลทรายแต่ก็มีแหล่งน้ำธรรมชาติค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ซึ่งถ้าบริหารจัดการดีๆ แล้ว ก็คงจะมีประโยชน์แก่ประชาชนของวาดามมากมายเหลือเกิน แต่ด้วยกฏหมายที่ร่างกันไว้มานานตั้งแต่สมัยชีคคนก่อนอย่างชีคอาเหม็ด ที่ปกครองวาดามอย่างเห็นแก่ตัว และเอื้อประโยชน์ให้แก่คนมีอำนาจ ตักตวงผลประโยชน์กันเอาไว้เสียเอง ประชาชนวาดามเลยมีความเหลื่อมล้ำอย่างมาก ที่ร่ำรวยก็รวยล้นฟ้า ที่จนก็ต่ำเตี้ยติดดิน ชีคซูนีอัลหวังว่าตนเองจะค่อยๆ ช่วยจัดการรอยถ่างกว้างนี้ออกได้บ้าง แต่ทุกอย่างก็ต้องอาศัยระยะเวลาและความค่อยเป็นค่อยไป
เขามารับตำแหน่งนี้ได้ เพราะความช่วยเหลือจากนายพลซูฮิบห์ ที่ตามสืบหาทายาทของผู้สืบทอดที่แท้จริงแห่งบัลลังก์วาดาม ยึดอำนาจจากชีคคนเก่า ที่ตอนนี้ชีคอาเหม็ดเสียชีวิตไปแล้ว อำนาจดูเหมือนจะเป็นของเขาแล้วทั้งหมด แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่แบบนั้น ยังมีนายทหารและรัฐมนตรีหลายคน ที่ยังมีอำนาจเหลือบ้างในมือ ซึ่งอยู่คนล่ะฝ่ายกับเขา ชีคคนใหม่จะต้องค่อยๆ หลอมละลายขั้วอำนาจเหล่านั้น และพิสูจน์ให้ประชาชนยอมรับเขาในฐานะผู้ปกครองเมืองคนใหม่
อดีตโจรหนุ่มอย่างชีคซูนีอัล บางทีก็ให้ปวดหัว กับภาษาราชการ และขั้นตอนทั้งหลายแหล่นัก และที่ปวดหัวยิ่งกว่า ก็คือการไม่ร่วมมือของขั้วอำนาจเก่าเหล่านี้นั่นแหละ มันทำให้เขาปวดหัวอย่างถึงขั้นสาหัสเลยก็ว่าได้ จนบางทีก็นึกอยากจะทำอย่างที่ดามูลาห์ว่า คือปล้นสั่งสอนพวกนี้เสียเลย
“ไอ้นายพลคาซานห์นี่ มันยังกุมอำนาจฝ่ายนี้อยู่หรือวะ” ดามูลาห์เอ่ยถาม ชีคหนุ่มพยักหน้า สีหน้านั้นดูเคร่งเครียดเมื่อเอ่ยถึงคนผู้นี้
“ใช่...พวกพ้องของหมอนี่เยอะมาก มันค้านเรื่องที่ดินที่เราจะเอายกเลิกแล้วให้ชาวบ้านเป็นเจ้าของแบบสุดลิ่มทิ่มประตูเลย”
“ก็เขมือบเอาไว้เสียขนาดนั้น แต่ว่าเสียงส่วนใหญ่ที่จะลงมติหนหน้า นายเห็นแววชนะนี่หว่า”
“ก็ชนะแน่นอนล่ะ” ชีคหนุ่มเอื้อมมือหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบแก้คอแห้ง “กฏหมายนี้ยังไงก็ต้องผ่าน เพราะเราทำเพื่อมวลชนจริงๆ มันจะเปลี่ยนแปลงวาดามไปในทางที่ดีขึ้น”
“นายจะถูกเขม่นหนักขึ้นไปอีกน่ะสิวะ คนเสียผลประโยชน์เพียบ เฮ้อ...เห็นแล้วก็ปวดหัวแทนว่ะซูนีอัล ตอนแรกบอกตรงๆ นะโว้ยว่าแอบริษยาเพื่อนที่จู่ๆ ก็ชีวิตพลิกผันจากโจรด้วยกันกลายเป็นชีคเฉยเลย หึๆ แต่ตอนนี้ ฉันดีใจนะที่ไม่ได้รับตำแหน่งอะไร ขี้เกียจปวดหัว”
“ฉันมันเลือกไม่ได้นี่สิ” ชีคหนุ่มบ่นพึม ก่อนจะหลับตาลง แล้วเอนหลังกับเบาะนุ่ม มือเขาวางบนพนักเก้าอี้ ที่แกะสลักไว้อย่างงดงาม
รอบๆ ตัวเขาตอนนี้ สภาพความเป็นอยู่ที่หรูหรา ช่างแตกต่างลิบลับจากตอนที่เขาต้องร่อนเร่ กางกระโจมอยู่ในทะเลทราย กับเหล่าบรรดาพวกพ้องกองโจรด้วยกัน ตอนนี้ไม่มีแล้วกองโจรซาอิด เพราะพวกเขาต่างหันมาช่วยรับราชการบ้าง บางคนก็ขอรับเงินทุนแล้วออกไปประกอบอาชีพสุจริต ซูนีอัลกลายเป็นที่คาดหวังของประชาชนที่ถูกกดขี่ ว่าจะช่วยพวกเขาให้อยู่ดีกินดี และพ้นจากความยากจนเสียที และแม้ว่าเขาอยากจะทำแบบนั้นแทบขาดใจ แต่ก็มีอุปสรรคมากมายเสียเหลือเกิน อุปสรรคเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ชีคหนุ่มย่อท้อ เขากำลังคิดหาวิธีที่จะค่อยๆ ทำตามแผนการณ์ของตน ให้ประสบผลสำเร็จ
“กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จเพียงในวันเดียวนะเพื่อน” มือหนาของดามูลาห์ เอื้อมตบหลังมือของเพื่อนสนิทเบาๆ ฝ่ายนั้นยิ้มทั้งที่หลับตา ก่อนจะเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ
“พูดจามีสาระก็เป็นนี่หว่า”
“เดี๋ยวเถอะ!” ดามูลาห์ทำเสียงเข้ม ก่อนจะหัวเราะบ้าง เขามองใบหน้าคมสันของเพื่อนสนิท ที่ตอนนี้ด้วยฐานันดรของอีกฝ่ายหนึ่ง มันทำให้ชีวิตของซูนีอัลเปลี่ยนแปลงไป แต่จะอย่างไรแล้ว หัวใจเนื้อแท้ของเพื่อนเขา ก็ยังเป็นซูนีอัลคนเดิม จอมโจรหนุ่มผู้เยือกเย็น ยิ้มให้กับโลกอันโหดร้าย และมีวิธีเด็ดๆ ที่จะจัดการกับคนที่เห็นว่าเป็นศัตรูเสมอ
“ฉันเชื่อว่านายจะจัดการกับเรื่องทั้งหมดได้ หมูๆ น่าเพื่อน”
“คิดถึงซากีว่ะ” เขาบ่นถึงเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่ง เพื่อนรักร่วมเป็นร่วมตาย ที่ตอนนี้อยู่ที่ไซราห์ นายพลซากีเป็นสามีของเจ้าหญิงซูราญาห์แห่งไซราห์ และกำลังมีลูกเล็กๆ วัยแบเบาะด้วยกัน
