บทที่ 1
นาฬิกาไม้แกะสลักอย่างงดงาม เป็นรูปนกเหยี่ยว ตีบอกเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว ห้องทำงานส่วนตัวของชีคหนุ่ม ในพระราชวังวาดาม ไฟยังเปิดสว่าง บอกว่าเจ้าของห้องยังคงกรำงานหนักแม้จะเป็นเวลาอีกวันหนึ่ง แล้วก็ตามที
นัยน์ตาสีนิลมองกวาดไปยังตัวอักษรที่อยู่บนรายงานอย่างละเอียดอีกหน พลางถอนใจเฮือก เขาใช้มือลูบเรือนผมสีทรายที่ตกลงมาปรกหน้า ก่อนจะนวดขมับของตนเองไปมาเบาๆ ริมฝีปากได้รูปสีจัดเม้มแน่น ข้อความเหล่านั้นยังคงวนเวียนในสมอง แผนการพัฒนาเพื่อวาดาม ถูกขัดขวางอีกครั้งแล้วสินะ นี่ไม่ใช่หนแรกที่เหล่าคณะรัฐมนตรีมีข้อโต้แย้งและไม่ยอมเซ็นรับรอง รวมถึงร่ายกลับถึงผลเสียของแผนงานของเขากลับมาอีกหลายหน้ากระดาษ
ข้อความเหล่านั้นแม้จะเรียบเรียงมาอย่างสวยหรู แต่ก็จับใจความได้สั้นๆ ง่ายๆ ว่าพวกนั้นเสียผลประโยชน์นั่นแหละ ไม่ใช่อะไรหรอก เลยไม่ยอมให้ร่างนี้ผ่าน คิดแล้วเขาก็โปรยกระดาษเล่นเสียเลย แล้วถอนใจอีกเฮือก พร้อมกับบ่นอุบ
“เป็นชีคต้องยุ่งยาก มีหน้ากากสวมไว้แบบนี้ คิดจะทำอะไรก็ต้องรอบคอบ คิดแล้วคิดอีกแบบนี้ ไปเป็นโจรแบบเดิมดีกว่าไหมวะเรา”
“อะแฮ่ม! อย่าเลยครับท่านชีค เป็นชีคก็ดีแล้วท่านซูนีอัล อย่างน้อยๆ เราก็ซอกแซก ช่วยเหลือคนอื่นได้บ้างแหละน่า” เสียงแปลกปลอมเอ่ยดังขึ้น ทำให้ชีคหนุ่มสะดุ้ง ก่อนจะยืดตัวนั่งตรง หรี่ตาลงแล้วหันไปมองทางต้นเสียง ร่างสูงเพรียวในชุดสีดำ เดินออกมาจากมุมมืดของหน้าต่าง พร้อมกับยิ้มเพล่ให้เขาอย่างทะเล้น
“ไอ้ดามูลาห์ มาแบบเข้าตามตรอกออกตามประตูไม่ได้หรือยังไงกันวะ ตอนนี้เลิกเป็นโจรแล้ว ก็มาแบบคนธรรมดาเขาบ้างสิ”
“เดี๋ยวนายจะไม่ตื่นเต้นยังไงละ ซูนีอัล หึๆ” แขกยามวิกาลนามว่าดามูลาห์ว่า เขาเดินตรงมายังโต๊ะทำงานของชีคหนุ่ม แล้วแบมือออก พลางยักไหล่ด้วยท่าทีกวนๆ
“ว่าแต่ทหารยามของนายน่ะ อ่อนไปนะท่านชีค ฉันผ่านมาได้ง่ายๆ เลยแหะ ไม่เห็นกันเลยสิน่า นี่ถ้าแอบย่องๆ มาเชือดคอพวกนั้นก็คงจะไม่รู้เรื่อง”
“ตีนผีอย่างนายน่ะ ฝีเท้าเบายังกับมด แถมเงียบเหมือนผี ใครจะไปจับได้กันวะ” ชีคซูนีอัลยิ้มน้อยๆ ดามูลาห์ทรุดนั่งตรงหน้าเพื่อนรักของตน ก่อนจะหยิบเอาแอปเปิ้ลในถาดที่วางไว้ มากัดเคี้ยว เขาหรี่ตาเมื่อเห็นเศษกระดาษที่เกลื่อนกลาดไปทั่ว มองผ่านๆ ก็พอจะรู้ว่าเป็นเอกสารอะไร
“เอาอีกแล้วเหรอวะ”
“อืม...” ซูนีอัลตอบ เขาเองก็หยิบเลือกเอาผลไม้มากินแก้เครียดบ้าง องุ่นสีดำรสชาติหวานกรอบ กินหวานๆ แล้วคงจะพอช่วยให้ดีขึ้นได้
“ปล้นแม่งเลยไหม?” คำยุนั่นเล่นเอาชีคหนุ่มสำลักองุ่น ก่อนจะมองเพื่อนสนิทตาขวาง
“จะบ้าหรือยังไงกัน ไหนนายบอกว่าอย่ากลับไปทำอาชีพเก่า”
“บางทีก็หมั่นไส้ไง กับไอ้พวกจอมเขมือบพวกนี้” ดามูลาห์ยักไหล่ “เห็นนายแล้วก็ปวดหัวว่ะ ดีนะที่ฉันไม่รับตำแหน่งอะไรเลย เหอๆ ออกไปค้าเพชรค้าพลอยสบายใจเฉิบ”
“กลับมาช่วยกันบ้างสิวะ” ชีคหนุ่มโอด “รบรากับพวกนี้แล้วปวดหัวมาก ลุงซูฮิบห์เองก็ป่วยกระเสาะกระแสะเลยช่วงนี้ ยังคิดไม่ออกว่าถ้าลุงซูฮิบห์เป็นอะไรไปนี่ ฉันจะหัวเดียวกระเทียมลีบขนาดไหน ถึงจะมีตำแหน่งเป็นชีคก็เถอะน่า เฮ้อ...”
“ปล้นแม่งเลย”
“ไอ้บ้า! เลิกยุให้ไปปล้นได้แล้ว มาช่วยฉันดูเอกสาร กับโครงการแผนพัฒนาเกษตรดีกว่า วิชาที่ลุงซาอิดสอน เข้าหม้อไปหมดแล้วหรือยังวะ”
“ยังหรอกน่า” ดามูลาห์หัวเราะ เขาก้มลงเก็บเอกสารที่เพื่อนสนิททำเกลื่อนไว้ ก่อนจะขยิบตาน้อยๆ ให้กับชีคซูนีอัลอย่างล้อเลียน แล้วก็ทรุดนั่งลงตรงกันข้ามกับชีคหนุ่ม แล้วถกคุยกันเรื่องแผนงานของเขาอย่างออกรส
ชีคหนุ่มผู้ซึ่งมีที่มาไม่ธรรมดานักอย่างชีคซูนีอัล ที่อดีตเคยเป็นหนึ่งในกองโจรซาอิด จอมโจรโรบินฮูดซึ่งเป็นตำนานของวาดาม โจรคุณธรรมที่ปล้นคนรวยช่วยเหลือนคนจนยาก แต่บัดนี้แม้กองโจรจะแตกพ่ายไปแล้ว ชื่อเสียงและเรื่องราวของพวกเขายังคงเป็นที่เล่าลือกันด้วยความชื่นชม
