บทนำ
แร่รัตนชาติสีเขียวอมฟ้า ขนาดเกือบเท่าไข่นกกระทา ถูกเทลงมาบนฝ่ามือหนา ฝ่ายนั้นถึงกับทำตาโต แล้วมองสบสายตากับคนที่ถือถุงกำมะหยี่สีม่วงเข้ม ซึ่งเพิ่งจะเทพวกมันลงบนมือของเขา
“นี่ยังไม่ได้เจียระไน ข้ามีแบบนี้อีกสามเม็ด รับประกันว่ามาจากเหมืองมูโซ ในโคลัมเบีย”
“จากเหมืองที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นมรกตที่ดีที่สุดในโลก” คนพูดยิ้มเล็กน้อย แล้วใช้มันส่องกับแสงไฟไปมา ดูจากตาเปล่าของนักดูพลอยมือหนึ่งอย่างเขาแล้ว เห็นริ้วรอยตำหนิตามธรรมชาติของมรกต ก็พอจะวิเคราะห์ได้คร่าวๆ ว่าเม็ดที่เห็นราคาคงจะงามไม่น้อย ถ้าได้รับการเจียระไนจากช่างฝีมือดีแล้ว รับรองได้ว่าจะเป็นมรกตที่ราคาสูงมากเลยทีเดียว
“ถูกต้อง แล้วท่านจะให้เม็ดนี้ราคาเท่าไหร่?” ฮาดาซพยายามระงับอาการลิงโลดของตนเองไว้ เขาเลือกแล้วว่าคามิลชายชาววาดามคนนี้เหมาะที่สุดแล้วที่จะขายสิ่งล้ำค่าที่ได้มานี่ เพราะคามิลร่ำรวยและทรงอิทธิพลนัก แถมยังชอบแร่รัตนชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นนักสะสมมรกตน้ำงาม
“อืม...” คามิลยิ้มแล้วคลึงมันเล่นในมือไปมา ด้วยท่าทีเรื่อยๆ ไม่กระตือรือร้นที่จะอยากได้นัก ยิ่งทำให้ฮาดาซรู้สึกใจคอไม่ใคร่จะดีเท่าไหร่นัก มรกตทั้งสี่เม็ดนี้เหมือนของร้อน ใช่...สำหรับเขาแล้วไม่ปรารถนาอยากจะครอบครองพวกมันไว้นานนัก ต้องหาทางกำจัดมันไปจากตัวเองให้เร็วที่สุด
“น้ำงามจริงๆ นะท่าน คนทั้งวาดามจะต้องชื่นชมในความงามของมัน เหมาะสำหรับทำเครื่องประดับประจำตัวท่านนะ ท่านคามิล ข้าทราบมาว่าท่านชื่นชอบและสะสมมรกต...เอ่อ...ถ้าจะอย่างไรแล้ว ข้าคิดไม่แพงเลยจริงๆ ท่านคามิล เม็ดล่ะหนึ่งล้านเหรียญเป็นยังไง?”
“อืม...” คิ้วเข้มย่นเข้าหากันเล็กน้อย ราคานั้นยังฟังดูถูกมากไปเสียด้วยซ้ำ สำหรับมูลค่าที่แท้จริงของมรกตเหล่านี้ ด้วยความที่เป็นพ่อค้า ดีดลูกคิดรางแก้วอยู่ตลอดเวลา ทำให้คามิลแสร้งทำเป็นลังเล และทดลองต่อรองดู
“ตอนนี้ข้าก็ไม่ค่อยจะมีเงินมากมายสักเท่าไหร่ เพิ่งจะใช้ทำลงทุนไปก็ก้อนใหญ่พอสมควรเลย เห็นที่ว่าท่านเป็นเพื่อนเก่าแก่ มักจะมีของดีๆ มาเสนอกัน ข้าให้ราคามรกตสี่เม็ดที่ท่านจะขายให้ข้า สัก...สองล้านสามแสนเหรียญเป็นอย่างไร”
“ได้เลย ตกลงราคานี้” ฮาดาซรวบรัด เขายิ้มกว้างแล้วดึงมือของคามิลไปจับไว้แล้วเขย่าด้วยความยินดี ก่อนจะรีบลุกขึ้นขอตัวไปที่รถของตนเอง เพื่อจะเอามรกตที่ว่ามาให้กับคามิล ซึ่งมองตามหลังอย่างงงๆ เพราะตั้งหลักไม่ทัน ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตกลงง่ายมากขนาดนี้
“หมดสิ้นภาระข้าล่ะ บรื๋อ...มรกตผีแบบนี้ ใครจะเก็บไว้กันวะ” ฮาดาซถึงกับมือไม้สั่น เมื่อหยิบเอากระเป๋าเหล็กขนาดเล็กที่ใช้บรรจุแร่มากค่าออกมาแล้วเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์ของคามิล ประวัติความเป็นมาของมรกตสี่เม็ดนี้น่ากลัวนักหนา เขาเองก็เพิ่งจะทราบจากเพื่อนร่วมอาชีพ ที่เล่าถึงความเฮี้ยนของมัน แล้วก็ทำให้ฮาดาซตัดสินใจปล่อยพวกมันออกขายอย่างไม่คิดมาก สองล้านสาม อย่างน้อยๆ ก็ขาดทุนไม่กี่เหรียญ ตอนแรกก็ไม่ใคร่จะเชื่อมากสักเท่าไหร่ เพราะคิดเสียดายและไม่อยากจะเชื่อเรื่องเหลวไหลพวกนี้ แต่พอความซวยมาเยือนเขาหลายหนเข้า เรื่องที่คิดว่าบังเอิญ มันก็ชักจะไม่บังเอิญเสียแล้วกระมัง ทางที่ดีเพื่อความสบายใจแล้ว เขากำจัดพวกมันไปเสียดีกว่า
และไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เขาก็ได้เช็คมูลค่าสองล้านสามแสนเหรียญ แลกเปลี่ยนกันกับมรกตอาถรรพ์
คามิลที่ชื่นชมกับของดีที่ได้มาในราคาถูก มีความสุขกับความงามแพรวพราวของสิ่งที่น่าหลงใหลนั้นได้ไม่กี่เดือน เขาก็ประสบอุบัติเหตุ จนถึงขั้นพิการ หนำซ้ำด้วยว่าธุรกิจของเขาโดนโกง ล้มครืนหมดตัว บรรดาเมียทั้งสามคนหอบสมบัติหนี เหลือแต่เพียงลูกชายคนโต เท่านั้นที่ยังสงสารและช่วยดูแลบิดาอยู่ สินทรัพย์ทั้งหมดของเขาถูกขาย รวมถึงมรกตเหล่านั้นด้วย
พวกมันเป็นสิ่งอาถรรพ์จริงๆ น่ะหรือ?
แต่จนแล้วจนรอดมรกตเหล่านั้นก็ยังมีผู้สนใจอยากจะครอบครองมาตลอด เปลี่ยนมือมาเรื่อยๆ และแปลกนักที่ผู้ที่ครอบครองพวกมันแม้จะในระยะเวลาสั้นๆ ก็ต่างเจอเรื่องราวร้ายๆ ทั้งนั้น แต่ความงดงามของพวกมันและมูลค่าที่เพิ่มขึ้นสูง เมื่อถูกทำเป็นเครื่องประดับแล้ว ก็ทำให้อาถรรพ์นี้ถูกลืมเลือน และมีคนทราบเรื่องนี้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น
มรกตสี่เม็ดถูกนำมาเจียระไน และทำเป็นชุดเครื่องประดับมรกตล้อมเพชรที่งดงามนั้น พวกมันมีชื่อเรียกตามเจ้าของเดิมที่สั่งทำเครื่องประดับว่า นกยูงสวรรค์ เนื่องจากรูปแบบของสร้อยที่ทำเลียนแบบรูปของนกยูง โดยใช้มรกตและเพชรน้ำงาม มรกตสี่เม็ดถูกใช้เป็นตัวของนกยูง ทำเป็นสร้อยคอ ต่างหู และกำไลข้อมือ นกยูงสวรรค์ถูกส่งต่อไปยังเจ้าของคนแล้ว...คนเล่า...
