ตอนที่ 7 น้ำคำคน @มหาวิทยาลัย
ตอนที่ 7 น้ำคำคน
@มหาวิทยาลัย
"มานั่งใจลอยอยู่ที่นี่นี่เอง คิดถึงน้องหมาที่ห้องเหรอ" เป็นเสียงของใบบัวเพื่อนสนิทของหงส์ฟ้าเดินเข้ามานั่งลงใกล้ๆพร้อมกับชวนคุย
"เปล่าสักหน่อย" บอกตั้งหลายครั้งแล้วว่าไม่ใช่น้องหมาแต่เป็นจิ้งจอกเฒ่า เพื่อนก็ยังไม่ยอมเชื่อ
"กว่าเจ้าของจะกลับห้องก็ดึกดื่นไม่กลัวมันหนีไปเหรอ"
"หนีไปก็ดี จะได้ไม่เปลืองข้าว" ก่อนออกจากห้องมาเธอวางเงินค่าอาหารไว้ให้เขาทุกวัน ในใจก็อยากให้เขารีบไป ตามลำพังแค่เธอคนเดียวก็ยังจะเอาตัวเองไม่รอด แต่อีกใจก็อยากให้เขาอยู่ต่อ มีเขาอยู่เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะบริเวณหน้าปากซอยที่เธอจะต้องเดินผ่านทุกวัน
"ตัวมันใหญ่แล้วเหรอ" ใบบัวตะแคงคอถามเพื่อนด้วยความสงสัย
"อือ ตัวมันไม่ได้ใหญ่อย่างเดียวมันแก่แล้วด้วย" ประโยคนี้ของหงส์ฟ้าทำให้ใบบัวจินตนาการไปว่าจิ้งจอกเฒ่าตัวนี้น่าสงสารมาก
"ขนปุยไหม หน้าตามันเป็นยังไง" ประโยคคำถามนี้ของเพื่อน ทำให้หงส์ฟ้าเผลอคิดไปถึงตอนที่เธอเอามือไปจับศีรษะของเขา เพื่อที่จะดูบาดแผลให้ ณ เวลานั้นถึงแม้ว่าเนื้อตัวของเขาจะยังสกปรกมอมแมมอยู่แต่เธอก็รู้สึกได้ว่าเส้นผมบนศีรษะของเขานั้นนุ่มมือมาก
"ปุยมั้ง นุ่มมืออยู่นะ (ส่วนหน้าตาจัดว่าดีมาก)" ประโยคสุดท้ายเธอไม่ได้พูดออกมาทำได้แค่คิดในใจ ใบบัวยิ้มตาหยีรู้สึกอยากจะเห็นน้องหมาของเพื่อน
"บอกให้ถ่ายรูปมาให้ดูบ้างก็ไม่ยอมถ่ายมาสักที" ถ้าถ่ายรูปมาให้ดู เพื่อนก็รู้น่ะสิว่าจิ้งจอกเฒ่าที่เธอพูดถึงไม่ใช่น้องหมาอย่างที่เพื่อนเข้าใจ แต่เป็นผู้ชายตัวสูง แถมใบหน้ายังดูดีมากๆ
"ไปเรียนกันดีกว่าได้เวลาแล้ว" หงส์ฟ้าเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่อง จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้จับมือเพื่อนเดินเข้าอาคารเรียนไป
ทางด้านชัชพล
"ฮัดชิ้ว!!" อยู่ๆเขาก็จามขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงของใครบางคนเอ่ยทักทายเขาอยู่ที่หน้าห้อง
"พ่อหนุ่ม...เจ๊เห็นพ่อหนุ่มมาอยู่ตั้งหลายวันแล้ว ทำมาหากินอะไรล่ะ" เขามาอยู่ที่นี่ได้สักพักแล้ว บริเวณรอบๆและคนที่อยู่แถวนี้ เขาสำรวจมาหมด และรู้ด้วยว่าเจ๊คนนี้ฝีปากไม่ธรรมดา วันๆไม่ทำอะไร ชอบจับกลุ่มชวนกันนินทาชาวบ้าน
"........." เขาเลือกที่จะเงียบ เขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตอบคำถามนี้
"พ่อหนุ่มเป็นอะไรกับยัยหนูหงส์ล่ะ"
"........"
"เป็นแฟนกันเหรอ อายุก็ไม่เท่าไหร่ ควรจะหางานทำนะ อย่ามัวแต่เกาะเด็กมันกินล่ะ" คำพูดของชาวบ้านแค่คนเดียว ป่านนี้คงลือกันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
ชัชพลเลือกที่จะเดินเข้าห้องแล้วปิดประตูหนี ในใจเขารู้ดีว่าเขาไม่ได้เป็นคนแบบนั้น ส่วนเรื่องเกาะผู้หญิงกิน ก่อนไปเขาจะคืนให้เธอแน่นอน แต่ตอนนี้เขายังไม่สะดวกเปิดเผยตัวตนให้เธอรู้
หลายวันต่อมา...
ทางด้านชัชพลกับหงส์ฟ้า ทั้งสองคนยังคงใช้ชีวิตไปตามปกติ ช่วงเช้าหงส์ฟ้าจะวางเงินไว้ให้เขาทุกวันเป็นค่าอาหาร ช่วงเวลาสองทุ่มครึ่งเขาเดินไปรอรับเธอที่หน้าปากซอยเป็นประจำทุกวันไม่เคยขาด
"จิ้งจอกเฒ่า! ทางนี้..." เธอเดินลงมาจากรถโดยสารได้ก็ส่งเสียงเรียกเขาทันที
"เหนื่อยไหม" เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งต้องออกจากห้องตั้งแต่เช้าไปเรียนหนังสือ เรียนเสร็จก็ต้องทำงานต่อ กว่าจะกลับเข้าห้องก็ดึกดื่น บางวันเธอต้องนั่งทำการบ้านจนกว่าจะเสร็จถึงจะเข้านอนได้ ชีวิตของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้ ต้องต่อสู้ดิ้นรน ทำให้ผู้ใหญ่อย่างเขารู้สึกชื่นชมในตัวของเธออยู่ไม่น้อย
"นิดหน่อยค่ะ เหนื่อยกายนอนพักก็หาย"
"มีแฟนหรือยัง" ไม่รู้ว่าอะไรทำให้เขาถามคำถามนี้กับเธอ หรืออาจจะแค่อยากชวนคุยเท่านั้น
"ผู้หญิงที่โคตรจนอย่างหนูใครจะมาจีบ" เธอทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด ค่าแรงที่ได้มาก็ต้องใช้จ่ายออกไปในชีวิตประจำวัน ในทุกๆเดือนก็มีเงินทางบ้านส่วนหนึ่งส่งมาให้เธอใช้ด้วย ส่วนทุนการศึกษาเธอได้เฉพาะค่าเทอม ส่วนค่าอุปกรณ์อื่นๆต้องออกเอง
"ไม่มีใครมาจีบก็ไปจีบเขาสิ"
"ไม่มีเวลา" คำตอบของเธอทำให้เขารู้สึกเหมือนเห็นตัวเอง ตั้งแต่เขาเรียนจบจนอายุป่านนี้ ก็ยังไม่เคยจีบใครมาก่อน เหตุผลเดียวกันกับเธอเลย...ไม่มีเวลา!
"จิ้งจอกเฒ่า เมื่อไหร่จะจำทางกลับบ้านได้ คงไม่คิดจะอยู่ให้หนูเลี้ยงจนแก่หรอกนะ" เขารู้สึกรบกวนเธอมากเกินไปจริงๆ เรื่องนี้ต้องขอโทษด้วย ครั้นจะไปเลยตอนนี้ในใจกลับรู้สึกเป็นห่วงเวลาเธอต้องเดินกลับห้องคนเดียว
"ว่าจะออกหางานทำ" เขาแกล้งพูด
"แขนยังพิการอยู่เลยใครจะรับ" ถ้าอย่างนั้นก็ขออยู่ต่ออีกสักหน่อยแล้วกัน! ประโยคนี้ชัชพลคิดในใจ ส่วนแผลที่แขนอีกสองสามวันก็น่าจะหายดีเป็นปกติแล้ว
ทั้งสองเดินคุยกันมาเรื่อยๆไม่นานก็ถึงห้องพัก ระหว่างทางเดินกลับชัชพลแอบมองไปรอบๆ บอดี้การ์ดของเขายังคงทำหน้าที่อยู่ห่างๆไม่ได้หายไปไหน
"ถึงห้องแล้วไปอาบน้ำอาบท่าซะจะได้พักผ่อน" ช่วงเวลาที่เธอเผลอ ชัชพลแอบหยิบเงินที่ลูกน้องเอามาให้ ใส่กระเป๋าของเธอในแบบไม่ให้เธอรู้ตัว
"แบงค์พันมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงนะ" เขาได้ยินเสียงเธอบ่นพึมพำเบาๆ แต่ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เอนตัวลงนอนไปที่โซฟาก่อนที่จะหลับตาลง
สามวันต่อมา...
ทางคุณตำรวจที่ดูแลคดี ได้ส่งข่าวบอกมาทางบอยกับนพว่าหลักฐานไม่เพียงพอ ผู้ต้องหาปฏิเสธทุกคำกล่าวหา จึงทำให้ไม่สามารถสาวไปถึงตัวคนบงการได้
Rrrrrrr
ระหว่างวันโทรศัพท์มือถือของชัชพลมีสายโทรเข้ามา เขารีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมารับสายทันที
"นายครับ ช่วงนี้สะดวกไหมครับ ผมกับไอ้นพจะเข้าไปหา" วันจันทร์ถึงวันศุกร์ หงส์ฟ้าออกจากห้องแต่เช้ากว่าจะกลับถึงห้องก็สามทุ่ม ส่วนวันเสาร์กับวันอาทิตย์ เธอจะไปทำงานที่ร้านซักรีด เข้างานสองโมงเช้าเลิกงานห้าโมงเย็น ระหว่างวันเธอไม่เคยอยู่ห้อง
"มาได้เลย"
ไม่นานนักบอยกับนพก็ขับรถเก๋งเข้ามาจอด ชัชพลรีบเดินออกมา พร้อมกับเปิดประตูรถทางเบาะด้านหลังแล้วก้าวขาขึ้นไปนั่งทันที
"ช่วงนี้คนแถวๆนี้เริ่มสงสัย ไปคุยที่อื่นกันดีกว่า" สายตาของชาวบ้านเริ่มจับจ้องมองมา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่ก็ไม่อยากทำให้คนแถวนี้ระแวง เขาไม่อยากทำให้หงส์ฟ้าเดือดร้อนด้วย เขาจึงเลือกที่จะพาลูกน้องทั้งสองไปคุยกันที่อื่น
"ตำรวจว่ายังไงบ้าง"
"หลักฐานไม่แน่นพอ ไม่สามารถเอาผิดผู้ต้องสงสัยได้ครับ"
หลักฐานที่ได้มาจากกล้องวงจรปิดตามถนน คือภาพรถบรรทุกคันใหญ่ที่ชัชพลบอกว่าขับปาดหน้ารถของเขา แต่ผู้ต้องสงสัยปฏิเสธทุกคำกล่าวหา นั่นจึงทำให้ตำรวจไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะไม่มีเหตุจูงใจมากพอที่จะก่อเหตุ เนื่องจากผู้ต้องสงสัยไม่เคยรู้จักกับชัชพลเป็นการส่วนตัวมาก่อน อีกทั้งสภาพรถบรรทุกคันนั้นก็ไม่ได้มีรอยขีดข่วนหรือชนกันแต่อย่างใด เหตุผลนี้จึงทำให้ตำรวจไม่สามารถสาวถึงคนบงการได้ อีกทั้งกล้องวงจรปิดตรงที่เกิดเหตุก็ไม่มี
"ผู้ต้องสงสัยยังเอาผิดไม่ได้ แล้วจะไปจับคนบงการได้ยังไง"
"หลักฐานไม่หนักแน่นพอที่จะเอาผิดคนร้ายได้ครับ แต่ก็ยังไม่ได้หยุดตามสืบนะครับ ตำรวจยังคงทำงานอย่างเต็มที่" เขารออีกต่อไปไม่ไหวแล้ว ชัชพลรู้สึกว่าเขาคงไม่สามารถพึ่งตำรวจได้ในเร็ววันนี้ คงถึงเวลาที่เขาจะต้องกลับไปแสดงตัวได้แล้ว เผื่อว่าจะได้เจอเบาะแสเพิ่มเติม
"แล้วลูกปืนสามนัดนั่นล่ะ มีประโยชน์อะไรบ้างไหม"
"ไม่ได้เรื่องอะไรเลยครับ" ฟังจากตรงนี้ คาดว่าคนร้ายคงวางแผนมาเป็นอย่างดี
"คงถึงเวลาที่ต้องกลับไปแล้วสินะ" เขาพูดพร้อมกับกัดกรามแน่นจนเป็นสันนูน
"ผมรอนายพูดคำนี้มานานแล้วครับ ตอนนี้ที่บริษัทก็ค่อนข้างยุ่งเหยิงมาก" ผู้บริหารคนอื่นๆไม่มีใครกล้าตัดสินใจแทน อีกทั้งนักลงทุนจำนวนมากเริ่มขาดความเชื่อมั่นแล้ว
"มีอีกเรื่องที่พวกผมบังเอิญไปได้ข่าวมาแต่ไม่รู้ว่าควรจะพูดดีหรือว่าไม่ควรพูดดี"
"พูดมา"
"คุณปรีชากำลังให้ทนายจัดการแบ่งสมบัติของนายครับ" ประโยคนี้ทำให้ชัชพลขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น แล้วพูดกับตัวเองในใจว่า...มีสิทธิ์อะไร! ส่วนลูกน้องทั้งสองคนไม่ได้คิดเหมือนกับคนเป็นเจ้านาย เพียงแต่รู้สึกว่าเร็วไปหน่อย
คุณปรีชาก็คือคุณพ่อของคุณอรอุมา พ่อตาของเขา ส่วนคุณพ่อกับคุณแม่ของเขาได้เสียชีวิตไปแล้ว
"พวกผมสองคนรู้สึกว่าเรื่องนี้ยังไม่ควรเกิดขึ้น ก็เลยมาเรียนให้นายทราบครับ"
"ขอบใจพวกมึงสองคนมาก แปดโมงเช้าวันพรุ่งนี้ เอาชุดทำงานมาให้ด้วย" หงส์ฟ้าออกจากห้องตอนประมาณเจ็ดโมงกว่าๆ รอให้เธอออกไปสักพัก เขาค่อยตามออกไป
"ทำไมนายไม่กลับไปกับพวกผมวันนี้เลยล่ะครับ" ถ้าเขาไปแล้ว ช่วงสองทุ่มครึ่งใครจะไปรอรับเธอที่หน้าปากซอยล่ะ เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียว ในใจของเขารู้สึกเป็นห่วง
"ยังไปตอนนี้ไม่ได้ รบกวนนายสองคนหน่อยแล้วกัน หรือจะให้บอดี้การ์ดที่เดินอยู่รอบๆมาเป็นคนขับรถก็ได้นะ" ในบางครั้งเขาแอบรู้สึกเหมือนมีใครหลายคนกำลังจับจ้องมองมาที่เขา ถ้าไม่รู้ว่าเป็นบอดี้การ์ดของตัวเอง คงมีเสียวสันหลังบ้างแหละ
"ไม่ได้ลำบากครับ"
