ตอนที่ 5 เคลื่อนไหว
ตอนที่ 5 เคลื่อนไหว
เช้าวันใหม่
หลังจากเกิดอุบัติเหตุขึ้น วันนี้ก็เป็นวันที่สี่แล้ว ชัชพลรอช้าไม่ได้เขาจะต้องหาทางติดต่อกับลูกน้องคนสนิทให้เร็วที่สุด
อยู่ๆสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเงินที่หงส์ฟ้าได้วางไว้ให้บนโต๊ะเป็นค่าอาหาร ก่อนออกไปเรียนหนังสือ และแล้วเขาก็คิดได้แล้วว่าจะติดต่อกับลูกน้องได้ยังไง
เขาเอาเงินที่เธอวางไว้ให้เป็นค่าอาหาร เดินไปที่ร้านขายของชำไม่ใกล้ไม่ไกลแถวนั้น
"เจ๊ครับ แถวนี้มีโทรศัพท์สาธารณะให้โทรบ้างไหมครับ"
"โทรศัพท์สาธารณะหมดสมัยไปตั้งนานแล้วพ่อหนุ่ม" เจ๊เจ้าของร้านตอบกลับมาด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อว่าสมัยนี้ยังจะมีคนถามหาโทรศัพท์สาธารณะอยู่อีก
"ถ้าอย่างนั้นผมขอยืมโทรศัพท์โทรออกหาเพื่อนหน่อยได้ไหมครับ คิดค่านาทีมาได้เลย" ครั้นจะยืมโทรศัพท์มือถือของหงส์ฟ้า เขาก็รู้สึกเกรงใจ และไม่อยากให้เธอรับรู้เรื่องของเขามากจนเกินไป
"นาทีละห้าบาท"
"ตกลงครับ"
"หน้าตาก็ดูมีสตางค์ ทำไมโทรศัพท์มือถือเครื่องละแค่ไม่กี่บาทถึงไม่มีใช้ล่ะ" เจ๊เจ้าของร้านบ่นพึมพำเสียงเบาแต่ก็ยอมยื่นโทรศัพท์มือถือให้
"ขอบคุณครับ" ชัชพลรีบกดเบอร์โทรศัพท์มือถือของลูกน้อง เขารอไม่นานปลายสายก็รับสายทันที
"สวัสดีครับ"
"ไอ้บอยกูเอง...ห้ามถามไม่สะดวกตอบ และห้ามบอกใครว่ากูโทรหามึง มาที่ซอย...อยู่สุดซอยห้องพักหลังคาสีฟ้า" เมื่อบอยได้ยินเสียงคุ้นเคยของคนที่อยู่ในสาย บอยก็รู้ได้ทันทีว่าเสียงที่อยู่ในสายเป็นใคร เขารู้สึกดีใจมากที่เจ้านายของเขายังมีชีวิตอยู่
"รับทราบครับนาย" จากนั้นสายสนทนาก็ถูกตัดไป ชัชพลจ่ายค่าโทรศัพท์มือถือจากนั้นก็เดินออกจากร้านไป แล้วหาอาหารเช้ากินประทังความหิว ก่อนที่จะกลับไปรอลูกน้องที่ห้อง
ชัชพลกลับมาถึงห้องได้ไม่นาน บอย...ลูกน้องคนสนิทของเขาก็ขับรถมอเตอร์ไซค์สวมหมวกกันน็อคสีดำขับเข้ามาจอด
"ตามมา" บอยเดินตามหลังผู้เป็นเจ้านายเข้าไปในห้องแคบๆห้องหนึ่ง เขามองดูสภาพผู้เป็นเจ้านายรู้สึกแปลกตาเหลือเกิน เสื้อยืดคอกลมสีขาวกับกางเกงเอวยืดขาสั้นสีน้ำตาลเข้ม เนื้อผ้าที่แสนจะธรรมดา แต่ก็มองออกว่าเป็นชุดใหม่
"ทำไมนายมาอยู่ที่นี่ได้ครับ" ชัชพลเริ่มเล่าถึงเหตุการณ์วันนั้นให้ลูกน้องฟังอย่างละเอียด
"นายสงสัยใครเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ"
"ยังบอกไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าเป็นคนใกล้ตัวหรือว่าเป็นพวกนักธุรกิจที่เสียผลประโยชน์"
"ครับ"
"กูไว้ใจมึงนะไอ้บอย ห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร ช่วงนี้ที่บริษัทเป็นยังไงบ้าง" แน่นอนว่าเรื่องการตายของผู้บริหารคงลือกันให้ลั่นบริษัทแล้ว ส่วนข่าวทุกสำนักตอนนี้ทางบริษัทยังไม่อนุญาตให้กระจายข่าวออกสู่โซเชียล เพราะเกรงว่าจะเกิดความเสียหายกับธุรกิจ แต่ก็มีเล็ดลอดออกไปบ้างนิดหน่อย แต่ก็ถูกอำนาจเงินลบข่าวออกจนหมด
"วุ่นวายมากครับ เรื่องสำคัญไม่มีใครกล้าตัดสินใจเลย" บอยหมายถึงเรื่องงาน
"อดทนอีกหน่อย กูเชื่อว่าคนร้ายจะต้องแสดงตัวเร็วๆนี้อย่างแน่นอน" เขาเป็นนักธุรกิจ มีทรัพย์สินมากมายชาตินี้ก็ใช้ไม่หมด คนที่อยากให้เขาตายมีเพียงคนที่ได้ผลประโยชน์เท่านั้น
"........"
"แล้วที่บ้านล่ะ เหตุการณ์ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง พอจะรู้บ้างไหม"
"คุณภัทร ไปมหาวิทยาลัยตามปกติครับ ส่วนคุณอรอุมา ช่วงนี้ไปบ้านคุณปรีชาบ่อย" คุณปรีชาก็คือคุณพ่อของคุณอรอุมา เป็นพ่อตาของชัชพลนั่นเอง
"รบกวนมึงบอกให้ไอ้นพ ซื้อโทรศัพท์มือถือส่งมาให้สักเครื่อง ขอแบบพร้อมใช้งาน"
"เบอร์เดิมไหมครับ"
"ขอเป็นเบอร์ใหม่ดีกว่า ในห้องทำงานที่บ้าน มีตู้เซฟวางอยู่ด้านหลังโต๊ะทำงาน รหัสตู้เซฟคือ...อย่าให้คนในบ้านเห็น หยิบเงินสดในตู้เซฟออกมาสองแสน กูจะเอามาใช้"
"ถ้าผมถูกจับได้ ผมกลายเป็นขโมยเลยนะครับ"
"ไปจัดการตามที่สั่ง มีกูอยู่ใครจะกล้า"
"ครับ"
"เรื่องที่กูยังมีชีวิตอยู่รู้กันแค่สามคนนะ ส่วนโทรศัพท์มือถือถ้าได้วันนี้เลยจะดีมาก ขอก่อนสองทุ่ม"
"รับทราบครับ ผมจะรีบไปจัดการให้เดี๋ยวนี้ ผมมีเงินสดติดตัวอยู่นิดหน่อย นายเก็บเอาไว้ใช้ก่อนนะครับ" บอยยื่นเงินจำนวนหนึ่งที่พกติดตัวมาส่งให้ผู้เป็นเจ้านายไปจำนวนหนึ่ง
"ขอบใจมึงมาก"
"เอ่อ...นายครับ ที่นี่ห้องใครครับ" บอยสังเกตเห็นว่าข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องนี้เหมือนว่าเจ้าของห้องจะเป็นผู้หญิง
"หงส์ฟ้า"
"ห๊า..." บอยมีสีหน้าไม่เข้าใจ
"ชื่อเจ้าของห้องน่ะ"
"อ่อครับ"
"ไปได้แล้ว...โทรศัพท์มือถือถ้าวันนี้ไม่ได้ก่อนสองทุ่ม ขอเป็นหลังสองโมงเช้าวันพรุ่งนี้ เวลาอื่นไม่สะดวก"
"รับทราบครับ ผมจะรีบไปจัดการให้เดี๋ยวนี้" จากนั้นบอยก็ขอตัวกลับ ไปทำงานตามคำสั่งของผู้เป็นเจ้านาย
ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน นพเดินทางมาหาผู้เป็นเจ้านาย เขานำโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่มาให้
"ผมเมมเบอร์คนที่คิดว่าสำคัญไว้ในเครื่องให้เรียบร้อยแล้วครับ ถ้านายอยากได้อะไรเพิ่มเติมทักมาหาผมได้ตลอดเลยนะครับ"
"ขอบใจมาก กูมีเรื่องให้มึงจัดการอีกเรื่อง"
"พูดมาได้เลยครับ"
"ตอนนี้รถคันที่ถูกเผาอยู่ที่ไหน"
"อยู่โรงพักครับ"
"ไม่มีใครสงสัยเลยเหรอว่าอุบัติเหตุครั้งนี้คือการฆาตกรรม"
"จากที่ผมได้ยินมา ทุกคนเชื่อในคำสันนิษฐานของตำรวจครับ"
"สันนิษฐานว่าเป็นอุบัติเหตุสินะ...มึงทำยังไงก็ได้ให้ตำรวจเจอกระสุนสามนัดที่ตกอยู่ในรถ อย่าให้ตัวเองเดือดร้อนและอย่าให้คนร้ายสงสัย"
"ดึงตำรวจมาเป็นพวกเราสักคน โยนเงินให้สักก้อนดีไหมครับ" วิธีนี้อาจจะทำให้คดีเดินหน้าเร็วขึ้น
"ไปจัดการตามนี้ จำเอาไว้ชีวิตสำคัญ ทำอะไรระวังด้วย"
"ขอบคุณนายที่เป็นห่วงครับ ผมจะรีบไปจัดการให้เดี๋ยวนี้"
"เอ่อ...นายครับ ที่นี่ห้องใครครับ" ถามเหมือนไอ้บอยเลย! นพคงสังเกตเห็นว่าเจ้าของห้องเป็นผู้หญิง
"ห้องของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เธอชื่อหงส์ฟ้า"
"เพราะอะไรเธอถึงยอมให้นายอยู่ด้วยครับ" ในสมัยนี้การไว้ใจคนอื่นง่ายๆอาจนำภัยมาสู่ตนได้ ไม่มีใครเขาทำกันหรอก
"สงสารมั้ง" ชัชพลเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน แต่นั่นก็ถือเป็นความโชคดีของเขา
"เธอรู้จักนายมาก่อนหรือเปล่าครับ" นพหมายถึงตัวตนจริงๆของชัชพล ในแวดวงธุรกิจไม่มีใครไม่รู้จักคุณชัชพล เขาเป็นมหาเศรษฐีระดับต้นๆของประเทศ
"คิดว่าไม่รู้จัก" เด็กผู้หญิงธรรมดา เช้าออกจากห้องไปเรียนหนังสือ ตกบ่ายทำงานกว่าจะกลับเข้าห้องก็ดึกจะเอาเวลาที่ไหนไปสนใจเรื่องชาวบ้าน อีกทั้งตอนนี้ในโซเชียลก็ไม่มีข่าวเกี่ยวกับเขาแล้วเพราะถูกปิดกั้นทุกช่องทาง
"เสื้อผ้าที่นายใส่อยู่ ผมว่าไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ ให้ผมไปซื้อให้ใหม่ดีไหมครับ" เสื้อผ้าที่ชัชพลสวมใส่อยู่มองดูแปลกตาจริงๆ แต่ก็ไม่สามารถซุกซ่อนความหล่อเหลาของเขาได้
"ไม่เป็นไร เรื่องเล็กๆน้อยๆพวกนี้ไม่ต้องสนใจ ไปทำเรื่องใหญ่ก่อนเถอะ" ถึงแม้ว่าเสื้อผ้าจะดูธรรมดาไปหน่อย แต่คนซื้อให้แสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจ เขาจะปฏิเสธได้อย่างไร
"ที่นี่ดูไม่ปลอดภัยเลย เราไม่รู้ว่าคนร้ายเป็นใคร ตอนนี้ผมได้หาบอดี้การ์ดฝีมือดี น่าจะได้คนวันสองวันนี้แหละ จะให้มาคอยอยู่ดูแลนายแถวๆนี้นะครับ"
"ได้ แต่อย่าให้เอิกเกริกนักนะ"
"ครับ ว่าแต่นายจะย้ายออกจากที่นี่เมื่อไหร่ครับ" นพรู้สึกว่าเจ้านายของเขาไม่เหมาะกับที่นี่เลยสักนิด
"อยู่ที่นี่ไม่มีใครสนใจ ให้คนร้ายมันเข้าใจว่ากูได้ตายไปในกองเพลิงวันนั้นแล้วดีที่สุด" เขาคิดว่าวิธีนี้อาจจะทำให้คนร้ายแสดงตัวออกมาได้เร็วขึ้น
"ครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว งั้นผมขอตัวกลับไปทำงานต่อก่อนนะครับ"
"อือ ไปเถอะ"
