ตอนที่ 4 จิ๊กโก๋หน้าปากซอย
ตอนที่ 4 จิ๊กโก๋หน้าปากซอย
ช่วงสองทุ่มครึ่งของวันต่อมา ชัชพลเดินออกไปรับหงส์ฟ้าที่หน้าปากซอยตามที่ได้รับปากกับเธอเอาไว้ เขารออยู่ไม่นานก็เห็นเธอลงมาจากรถโดยสารคันหนึ่ง
เธอมองมาทางเขาพร้อมกับส่งยิ้มบางๆมาให้ ทั้งสองสาวเท้าเดินเข้าไปหากันและกัน จากนั้นก็พากันเดินกลับห้อง
"ไม่คิดว่าคุณจะมารับจริงๆ"
"รับปากแล้วก็ต้องทำ" สำหรับชัชพลถ้าเขาได้รับปากหรือสัญญาอะไรกับใครไว้ เขาต้องทำมันให้ได้
ถัดเข้าไปหน่อยแถวๆหน้าปากซอย มีกลุ่มวินมอเตอร์ไซค์อยู่หนึ่งกลุ่ม นั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่ประมาณเกือบๆ สิบคนเห็นจะได้ อายุประมาณยี่สิบต้นๆไปถึงสามสิบกลางๆ มีทั้งคนที่เป็นวินมอเตอร์ไซค์จริงและคนที่ไม่ได้เป็นวินมอเตอร์ไซค์ มักจะมารวมกลุ่มกันช่วงเวลานี้ทุกวันเสมอ
"วี๊ดวิ้ว...น้องหงส์คนสวย กลับบ้านดึกๆดื่นๆให้พี่ไปส่งไหมจ๊ะ" ในทุกๆวันที่เธอเดินกลับห้องก็มักจะมีเสียงของกลุ่มวัยรุ่นที่นั่งอยู่แซวเธอแบบนี้ทุกวัน ท่าทางและสายตาของแต่ละคนดูไม่น่าไว้ใจ เธอยอมรับว่ากลัว แต่ก็ต้องอดทนเนื่องจากว่าห้องที่เธอเช่าอยู่ราคาถูกที่สุดในย่านนี้ ซึ่งเธอจะต้องเดินผ่านตรงนี้ทุกวัน ส่วนตอนเช้าช่วงที่เธอออกไปคนกลุ่มนี้ยังไม่มา
"มาๆซ้อนท้ายพี่ ให้นั่งฟรีไม่คิดเงิน แต่มีข้อแลกเปลี่ยนนะ ฮ่าๆๆ" ข้อแลกเปลี่ยนที่ว่าคืออะไรเธอไม่รู้ แต่เสียงหัวเราะที่ดังลั่นทำให้คิดดีไม่ได้
ชัชพลหันหน้าไปมองกลุ่มวินมอเตอร์ไซค์กลุ่มนั้นด้วยสายตาเอาเรื่อง นั่นจึงทำให้พวกมันรู้ได้ทันทีว่าทั้งสองเดินมาด้วยกัน
"อ้าว...มาด้วยกันเหรอ สวัสดีครับพ่อตา" พูดจบพวกมันก็หัวเราะเสียงดังท่าทางกวนๆ ไม่ได้สะทกสะท้านหรือรู้สึกผิดแต่อย่างใด ดูจากสภาพของพวกมันตอนนี้น่าจะเมาได้ที่แล้ว
"........" ชัชพล ไม่ได้แก้ตัวหรือปฏิเสธ เพราะอายุของเขาก็สามารถเป็นพ่อของเธอได้จริงๆนั่นแหละ ลูกชายของเขาอายุเท่ากับเธอเลย
"รีบเดินเถอะ" หงส์ฟ้าคว้ามือของเขาได้ก็รีบจับจูงพาเดินกลับอย่างไว เธอไม่อยากมีเรื่องไม่อยากมีปัญหาเพราะต้องเดินผ่านตรงนี้ทุกวัน
"........" ชัชพลมองดูมือของเธอที่กำลังจับมือของเขาเอาไว้แน่น ขาของเธอซอยยิบพาเขาเดินอย่างรวดเร็ว การกระทำของเธอทำให้เขารู้ว่าเธอกลัวจริงๆ
"โอ๊ย!" แผลที่แขนของเขาเริ่มเจ็บ จึงแกล้งร้องออกมา เสียงร้องของเขาเป็นผลทำให้เธอหยุดเดินทันที
"คุณเจ็บแผลเหรอ หนูไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษค่ะ" พูดจบเธอก็รีบปล่อยมือแล้วดูแผลที่แขนให้เขาทันที
"เลือดซึมออกมาแล้ว" เธอไม่ได้ตั้งใจ!
"ไม่เป็นไร ไอ้พวกนั้นไม่ได้ตามมาเดินช้าๆก็ได้" เธอพยักหน้ารับทราบ
"เจอเหตุการณ์แบบนี้ทุกวันเลยเหรอ" เหตุการณ์เมื่อสักครู่ ทำให้เขารู้สึกเห็นใจรู้สึกเป็นห่วง แต่ก็แค่ในฐานะผู้ใหญ่เห็นเด็กถูกรังแกเท่านั้น
"เกือบทุกวันค่ะ"
"ทำไมไม่ย้ายห้องไปอยู่ที่อื่นล่ะ ที่นี่ทั้งเปลี่ยวและไม่ปลอดภัย"
"ห้องพักในย่านนี้ที่นี่ถูกที่สุดค่ะ อีกทั้งยังอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยและที่ทำงาน ไปกลับใช้เวลาไม่นานค่ะ" เหตุผลของเธอเขาพอเข้าใจได้ แต่ตัวเลือกที่ดีกว่านี้ก็ควรจะมีสิ
"หอพักในมหาวิทยาลัยล่ะ" ที่นั่นราคาไม่น่าแพงและที่สำคัญคือปลอดภัย
"หนูต้องทำงานพาร์ทไทม์ เวลากลับไม่เป็นเวลา ไม่สามารถอยู่หอในมหาวิทยาลัยได้ค่ะ" ชัชพลพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่เธอพูด ในเมื่อข้อจำกัดจะเยอะขนาดนี้ ก็คงต้องอดทนต่อไป
"ทำไมเธอถึงไว้ใจฉัน" ชัชพลเลือกที่จะถามเธอตรงๆ
"หน้าตาคุณดูเป็นมิตรกว่าไอ้พวกเมื่อกี้นี้เป็นกอง" เพราะหน้าตาเหรอ!
"หน้าตาฉันมันเป็นยังไง" ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เขาดูสะอาดสะอ้านทั้งเล็บมือเล็บเท้า ผิวพรรณขาวใส ราวกับคนไม่เคยทำงานหนัก ส่วนใบหน้าหล่อเหลา มองรวมๆแล้วเขาดูไว้ใจได้
"ไม่รู้สิ หนูแค่รู้สึกว่าคุณไม่ได้มาร้าย" หน้าตาของเขาดูเป็นผู้ใหญ่ใจดี เธอไม่สามารถอธิบายได้ว่าเพราะอะไร ลึกๆแล้วน่าจะเรียกว่าถูกชะตามั้ง
"........." เขาเงียบไปและนึกขอบคุณเธอในใจ ที่ยอมให้เขาพักอาศัยอยู่ด้วย
"จำอะไรได้บ้างหรือยังคะ จะมาอยู่ให้หนูเลี้ยงทั้งชีวิตไม่ได้นะ รีบๆนึก" เธอแกล้งพูดทั้งๆที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเขาไม่ได้ความจำเสื่อม
"........" ประโยคเมื่อสักครู่นี้ของเธอทำให้เขาเลือกที่จะเงียบ เขาไม่อยากโกหก ซึ่งเขาก็เชื่อว่าเธอรู้ดีว่าเขาไม่ได้ความจำเสื่อม
"คุณกินข้าวเย็นหรือยังคะ"
"กินแล้ว แล้วเธอล่ะ"
"หนูกินที่ร้านมาแล้วค่ะ"
"ทำงานเกี่ยวกับอะไร" เขาไม่ได้อยากรู้ ประโยคเมื่อสักครู่ก็แค่อยากชวนเธอคุยเท่านั้น
"ร้านอาหารค่ะ เป็นเด็กเสิร์ฟ" ร้านอาหารที่เธอพูดถึงเป็นแค่ร้านอาหารตามสั่งธรรมดา ไม่ใช่ร้านใหญ่โตอะไร กลุ่มลูกค้าเป็นคนชั้นกลาง ช่วงเย็นคนเยอะมาก
"ได้เงินยังไง"
"เจ๊เจ้าของร้านจ่ายให้เป็นชั่วโมงค่ะ ชั่วโมงละห้าสิบบาท" ห้าสิบบาท! เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองรบกวนเธอมากจริงๆ เขาจะหาทางชดเชยคืนให้เธอเอง เพราะค่าอาหารขั้นต่ำมื้อละห้าสิบบาท นั่นก็แปลว่าเธอต้องทำงานถึงสามชั่วโมงถึงจะได้ค่าอาหารหนึ่งวันสำหรับเขาคนเดียว
"ขอรบกวนอีกสักพักนะ คิดออกเมื่อไหร่แล้วจะไปเอง"
"วันนี้ที่ร้านคุยกันถึงรถคันที่ถูกไฟไหม้เมื่อวานด้วยค่ะ"
"......." ชัชพลกำลังอยากรู้ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้พอดี
"ได้ยินว่า เจ้าของรถเป็นนักธุรกิจรวยมาก เสียชีวิตอยู่ในรถคันนั้น น่าสงสารเขาเนอะ" คนขี้สงสาร!
"สงสารเรื่องอะไร"
"เงินทองเยอะแยะยังใช้ไม่หมดเลยตายซะแล้ว ตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นอุบัติเหตุ" อุบัติเหตุอย่างนั้นเหรอ! สรุปแบบนี้ก็เข้าทางคนร้ายน่ะสิ เห็นทีว่าเขาจะรอช้าไม่ได้ต้องรีบทำอะไรสักอย่าง
"รู้ไหมในรถมีกี่ศพ"
"ทุกอย่างไหม้เป็นขี้เถ้าหมด ไม่เหลือแม้แต่กระดูก ตำรวจสืบหาเจ้าของได้จากป้ายทะเบียนรถค่ะ" ป่านนี้คนที่บ้านคงรู้เรื่องนี้แล้วสินะ...ชัชพลคิดในใจ
ทั้งสองเดินคุยกัน ไม่นานนักก็เดินมาถึงห้องพัก
"แผลคุณเลือดออกให้หนูช่วยทำแผลให้ก่อนเอาไหมคะ" นอกจากเธอจะเป็นคนขี้สงสารแล้ว เธอยังเป็นคนมีน้ำใจอีกด้วย
"อือ" ก็ดีเหมือนกัน เมื่อเช้าเขาทำเองรู้สึกไม่ค่อยถนัด
ในขณะที่หงส์ฟ้ากำลังทำแผลให้ชัชพล อยู่ๆโทรศัพท์มือถือของเธอก็มีสายโทรเข้ามา
"ว่าไงใบบัว" หงส์ฟ้ารับสายพร้อมกับเปิดโฟน ส่วนมือของเธอกำลังทำแผลให้เขาอยู่
"แกถึงห้องหรือยัง" น้ำเสียงเป็นห่วงเอ่ยถามเพื่อนดังออกมาจากในสายสนทนา
"ถึงแล้วปลอดภัยดีไม่ต้องเป็นห่วง" จังหวะที่หงส์ฟ้ากำลังคุยกับเพื่อนไม่ทันได้ระวังเผลอหนักมือไปหน่อย ทำให้ชัชพลรู้สึกเจ็บ
"โอ๊ย!" เสียงร้องของเขาทำให้หงส์ฟ้าเงยหน้าขึ้นมองคนตัวโต แล้วส่งสายตาบอกว่าอย่าเสียงดัง
"เสียงอะไรน่ะ" ใบบัวเพื่อนที่อยู่ในสายเอ่ยถามขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงแปลกๆ
"สุนัข...เอ๊ย! ไม่ใช่ๆ จิ้งจอก..." ใครใช้ให้เขาไม่มีชื่อล่ะ ครั้นจะบอกเพื่อนว่ามีผู้ชายมาอยู่ด้วย เห็นทีว่าคงไม่สมควร
"แกเลี้ยงน้องหมาตั้งแต่เมื่อไหร่"
"เก็บมาจากข้างทางได้หลายวันแล้ว ไม่ใช่น้องหมาแต่เป็นจิ้งจอกเฒ่าต่างหากล่ะ" ประโยคนี้เธอพูดกับเพื่อนแต่ส่งยิ้มให้เขา
"ถึงห้องอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว แค่นี้นะฉันไม่รบกวนแกแล้ว เลี้ยงน้องหมาของแกไปเถอะ" ใบบัวยังคงคิดว่าจิ้งจอกเฒ่าที่เพื่อนพูดถึงก็คือน้องหมาอยู่ดี
"ขอบใจแกมากนะใบบัวที่เป็นห่วง"
"จ้า ฝันดีนะ" จากนั้นสายสนทนาก็ถูกตัดไป
"ใครคือจิ้งจอกเฒ่า"
"ก็คุณไง ใครใช้ให้คุณไม่มีชื่อ หนูเก็บได้มาจากข้างถนน แถมเอามาเลี้ยง ให้ที่อยู่ให้ที่กิน" เขาเถียงไม่ออก เธอคงคิดว่าเขาคือสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงไว้แก้เหงาสินะ!
"พันแผลเสร็จเรียบร้อย คุณนอนเถอะ หนูจะอาบน้ำและทำการบ้านต่อ" ชีวิตของหงส์ฟ้าก็วนเวียนอยู่แบบนี้ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ แถมช่วงนี้เธอยังต้องเจียดเงินที่หามาได้เลี้ยงจิ้งจอกเฒ่าตัวใหญ่อีกด้วย
