บทที่ 5 ตำแหน่งพระชายาเอก
เช้าวันรุ่งขึ้นเฝิงหมิงเยวี่ยตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าสดใส วันนี้นางตั้งใจว่าจะนั่งสำรวจบัญชีทรัพย์สินส่วนตัวของตนเองอีกครั้ง ไม่ว่าจะทำสิ่งใดต้องใช้เงิน แม้จะรู้ดีว่าตอนนี้นางมีเงินไม่ขาดมือ แต่ก็ต้องจัดสรรปันส่วนให้ดีและนำมาใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า ไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นการนำเงินมาละลายเล่นอย่างน่าเสียดาย
“คุณหนู! แย่แล้วเจ้าค่ะองค์รัชทายาทส่งเกี้ยวมารับคุณหนูเข้าตำหนักบูรพาเจ้าค่ะ” เสียงของตงหลันเต็มไปด้วยความร้อนใจและความขุ่นเคือง ส่วนเฝิงหมิงเยวี่ยนางขยับกายลุกขึ้นแล้วหันไปมองตงหลันด้วยสีหน้าประหลาดใจ แม้ว่าองค์รัชทายาทจะเคยเอ่ยปากไว้ว่าหลังจากผ่านพ้นพิธีอภิเษกไปแล้วจะส่งเกี้ยวมารับนาง แต่นางกลับคาดไม่ถึงว่าผ่านไปแค่เพียงคืนเดียวพอเช้าวันรุ่งขึ้นเกี้ยวของตำหนักบูรพาจะมารับนางแล้ว
“จางหว่านอวี๋ไร้ความสามารถถึงเพียงนี้เชียวหรือ” เฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยออกมา นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้ออกคำสั่งกับตงหลันด้วยสีหน้าที่กลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง
“บอกกับคนของตำหนักบูรพาว่าข้าไม่ไป ให้พวกเขากลับไปเสีย” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยจบก็นั่งลงตรวจบัญชีของตนเองตามเดิม นางรู้ดีว่าตงหลันและตงเสวี่ยมีความสามารถแค่คนของตำหนักบูรพาสู้สาวใช้สองคนนี้ของนางไม่ได้หรอก
“พวกเจ้ากลับไปเสีย ทูลองค์รัชทายาทด้วยว่าคุณหนูของพวกข้าเคยเอ่ยปากเอาไว้แล้วว่านางจะไม่ยอมเป็นรองผู้ใด ยามนี้องค์รัชทายาทมีพระชายาเอกแล้วย่อมหมายความว่าองค์รัชทายาทและคุณหนูสิ้นไร้วาสนาต่อกันแล้ว” คำพูดของตงหลันทำให้ผู้ติดตามคนสนิทขององค์รัชทายาทอย่างถิงเฟิงพลันมีสีหน้าไม่พอใจในทันที
“คุณหนูของพวกเจ้าลืมไปแล้วหรือว่ายามนี้นางไม่ใช่ท่านหญิงจากจวนเจิ้งกั๋วกงแล้ว ด้วยฐานะของนางในยามนี้แม้แต่ตำแหน่งสนมระดับล่างในตำหนักบูรพานางยังไม่คู่ควรเลย เพื่อให้นางได้เข้าตำหนักในฐานะพระชายารอง องค์รัชทายาททรงทุ่มเทมากเพียงใดนางรู้หรือไม่” คำพูดของถิงเฟิงทำให้ตงเสวี่ยที่ยืนอยู่ด้านข้างตงหลันพลันถ่มน้ำลายลงไปบนพื้นในทันที
“ไป! เก็บคำพูดเน่าเหม็นของเจ้าไปด้วย เดิมทีคุณหนูของข้าก็ไม่คิดจะขึ้นเกี้ยวนี้ ยิ่งยามนี้มีคำพูดดูแคลนของเจ้าแล้วนางยิ่งไม่ชายตามอง กลับไปทูลองค์รัชทายาทด้วยว่าคำพูดดูหมิ่นของเจ้าเมื่อครู่นี้คุณหนูของข้าจำใส่ใจเอาไว้แล้ว” พอตงเสวี่ยพูดเช่นนี้ถิงเฟิงก็พลันรู้สึกโกรธเคืองสาวใช้ทั้งสองของเฝิงหมิงเยวี่ย ในตำหนักบูรพาเขาคือคนที่องค์รัชทายาทหลี่ไท่หยางให้ความสำคัญมากที่สุด แต่ยามนี้เขากลับถูกสาวใช้สองคนของคุณหนูตกอับพูดจาดูหมิ่น ทำให้เขารู้สึกว่าคุณหนูสกุลเฝิงผู้นี้สำคัญตนผิดไปแล้ว
“ได้! ในเมื่อคุณหนูของพวกเจ้าไม่รับไมตรีจากองค์รัชทายาทก็จงเตรียมตัวรอรับโทสะจากองค์รัชทายาทได้เลย” เมื่อเอ่ยจบถิงเฟิงก็สั่งให้คนยกเกี้ยวกลับไป “ตำแหน่งพระชายารองหรือ หึหึ ข้าเกรงว่าแม้แต่ตำแหน่งสนมเล็กๆ ในตำหนักบูรพานางก็ยังไม่คู่ควรเลย” คำพูดของถิงเฟิงทำให้ตงเสวี่ยเม้มปากแน่น นางไม่อยากจะโต้เถียงกับคนของตำหนักบูรพามากนักด้วยเกรงว่าจะสร้างความเดือดร้อนให้เจ้านายของตน เพียงแต่คำพูดของเขาช่างทำร้ายจิตใจผู้คนได้จริงๆ
“พวกเราเข้าไปด้านในกันเถิด ถ้อยคำเหล่านั้นของเขาเจ้าอย่าได้หลุดปากพูดให้คุณหนูได้ยินเชียว จะทำให้คุณหนูรู้สึกไม่สบายใจเปล่าๆ” ตงหลันเอ่ยกับตงเสวี่ยด้วยน้ำเสียงเข้มงวด
ตงเสวี่ยรีบส่ายหน้าแล้วเอ่ยออกมาในทันที “ข้ารู้การควรไม่ควรอยู่หรอกน่า ข้ารู้ว่าคุณหนูไม่ควรจะได้ยินถ้อยคำสกปรกเหล่านั้นดังนั้นข้าจึงไม่คิดจะเล่าให้คุณหนูฟังอยู่แล้ว” เมื่อเอ่ยจบนางก็เข้าไปด้านในจวน แต่แล้วทั้งนางและตงหลันก็ต้องชะงักไปเมื่อพบว่าเฝิงหมิงเยวี่ยมายืนฟังบทสนทนาของพวกนางอยู่ด้านในด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
“คุณหนู” ตงหลันตั้งใจว่าจะพูดจาปลอบโยนเจ้านายของตน แต่คนเป็นเจ้านายอย่างเฝิงหมิงเยวี่ยกลับยกมือขึ้นมาห้ามแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอึมครึม
“ที่เขาพูดมาล้วนถูกต้อง บุตรสาวของขุนนางต้องโทษเช่นข้าอย่าว่าแต่ตำแหน่งพระชายารองเลย แม้แต่นางสนมหรือนางบำเรอของเขาก็ยังไม่คู่ควรเลย แต่การที่เขาพยายามยัดเยียดตำแหน่งพระชายารองให้ข้ามันน่าคิดจริงๆ” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยเช่นนี้ตงหลันจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ถึงอย่างไรก็มีความผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก องค์รัชทายาทเองก็ทรงน่าจะยากจะปล่อยวางเช่นเดียวกัน” เมื่อตงหลันพูดเช่นนี้เฝิงหมิงเยวี่ยก็แย้มยิ้มออกมา
“หากยากจะปล่อยวางจริงควรจะช่วยข้ามิใช่ทอดทิ้งข้าเช่นนี้ ต่อให้ไม่คิดจะช่วยข้าก็ไม่ควรซ้ำเติมข้าด้วยการใช้ฤกษ์มงคลของข้าอภิเษกกับผู้อื่น” เฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอึมครึม
เดิมทีนางแอบคิดว่าถ้าหากองค์รัชทายาทเลื่อนพิธีอภิเษกออกไปก่อน นางจะใช้ความเป็นว่าที่พระชายาองค์รัชทายาทวิ่งเต้นขอเข้าพบบิดาของนางในคุกหลวง แต่การที่เขาตัดรอนนางเช่นนี้นอกจากจะประกาศให้คนทั่วไปได้รู้ว่านางหาใช่คนสำคัญในใจเขา ยังเป็นการบอกกับผู้คนทั่วไปว่าหากนางทำอะไรลงไปตำหนักบูรพาหาได้เกี่ยวข้องกับนาง ยิ่งถ้าหลังจากนี้นางยินยอมแต่งเข้าตำหนักบูรพาในฐานะพระชายารองของเขา นางก็ไม่อาจจะเคลื่อนไหวอันใดได้อีก เพราะนอกจากจะถูกเขาจับตามองอย่างใกล้ชิดแล้วยังมีจางหว่านอวี๋ที่ไม่มีทางยอมให้นางทำทุกอย่างได้ตามอำเภอใจแน่
“ภาวนาว่าอย่าให้เขาปล่อยวางข้าไม่ลงอย่างที่เจ้าพูดเลย เพราะข้าไม่อาจจะเข้าตำหนักบูรพาในฐานะพระชายารองได้จริงๆ” เฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยออกมาด้วยสีหน้ามืดครึ้ม นางพึ่งจะสบายใจได้ไม่นานองค์รัชทายาทก็มาสร้างความลำบากใจให้นางอีกแล้ว
“อีกประเดี๋ยวองค์รัชทายาทจะต้องเสด็จมาที่นี่ด้วยพระองค์เองแน่ ถึงยามนั้นหากองค์รัชทายาททรงใช้กำลังขึ้นมา คนของค่ายมังกรดำของพวกเราไม่อาจจะเผยตัวออกมาปะทะกับคนขององค์รัชทายาทได้นะเจ้าคะ” เมื่อตงหลันเอ่ยเช่นนี้เฝิงหมิงเยวี่ยก็นิ่วหน้า นางไม่อาจจะปล่อยให้ตนเองถูกองค์รัชทายาทมาเหยียบย่ำรังแกได้โดยไม่ต่อสู้ ถึงยามนั้นอาจจะส่งผลเสียต่อบิดาของนางที่ยังถูกขังอยู่ในคุกหลวง
“ตงหลัน เจ้าไปเบิกเงินหนึ่งแสนตำลึงกับพี่สะใภ้ของข้ามาให้ข้า เห็นทีว่าข้าคงจะต้องใช้เงินแก้ปัญหาแล้ว” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยเช่นนี้ทั้งตงหลันและตงเสวี่ยก็พากันอุทานออกมาในทันที
“คุณหนู! เงินหนึ่งแสนตำลึงเชียวหรือเจ้าคะ”
“ยามนี้แดนเหนือหนาวเย็นจัด กองกำลังของดินแดนทางเหนือกำลังประสบกับความยากลำบาก รุ่ยอ๋องผู้หยิ่งยโสกลับต้องเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อขอความช่วยเหลือจากฝ่าบาท แต่มีหรือที่ฝ่าบาทจะทรงยอมมอบความช่วยเหลือให้เขาง่ายๆ หึหึ ในเมื่อมีคนกำลังต้องการความช่วยเหลือข้าที่มีเงินล้นเหลือจะเมินเฉยต่อเขาก็คงไม่ได้กระมัง” คำพูดของเฝิงหมิงเยวี่ยทำให้ตงหลันนิ่วหน้าแล้วเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น
“แต่คุณหนูเจ้าคะ รุ่ยอ๋องผู้นั้นทั้งโหดร้ายและป่าเถื่อน ได้ยินมาว่าแม้ว่าจะเป็นพระโอรสองค์โตแต่กลับไม่ลงรอยกับฝ่าบาทเท่าใดนัก อย่าว่าแต่เขาจะรับความช่วยเหลือจากคุณหนูหรือไม่เลยเจ้าค่ะ หากคุณหนูออกหน้าช่วยเหลือรุ่ยอ๋องจะไม่ทำให้ฝ่าบาทยิ่งทรงเพ่งเล็งคุณหนูและท่านกั๋วกงหรือเจ้าคะ” คำถามของตงหลันทำให้เฝิงหมิงเยวี่ยยิ้มออกมา
“ฝ่าบาทไม่รู้นี่ว่าข้าไม่มีเงิน ฉากหน้าที่ฝ่าบาทมองมาก็แค่เห็นรุ่ยอ๋องทำตัวเป็นวีรบุรุษช่วยสาวงามตกอับเช่นข้าเพียงเท่านั้น อย่ามัวชักช้าตงเสวี่ยเจ้าไปจวนรุ่ยอ๋องกับข้า ส่วนตงหลันเจ้าไปเบิกเงินกับพี่สะใภ้แล้วตามไปที่จวนรุ่ยอ๋อง อย่าลืมหาผู้คุ้มกันที่ไว้ใจได้ไปด้วย” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยเช่นนี้ทั้งตงหลันและตงเสวี่ยที่พอจะคาดเดาความคิดของคุณหนูของตนได้รีบหันไปส่งสายตาให้กันในทันที... ‘คุณหนูคงไม่ได้คิดจะใช้เงินซื้อตำแหน่งพระชายาเอกของรุ่ยอ๋องหรอกกระมัง’
