บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 งานเลี้ยงเหยียบย่ำศักดิ์ศรี

สายลมต้นฤดูสารทพัดพากลิ่นหอมของดอกเบญจมาศเข้ามาในเรือนท้ายจวน หลินอวี้เหยากำลังนั่งคัดอักษรอยู่ริมหน้าต่าง ท่วงท่าการจับพู่กันของนางมั่นคง เส้นสายที่ตวัดลงบนกระดาษเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่ซ่อนเร้น ร่างกายของนางในยามนี้แม้มองเผินๆ จะยังดูอวบอ้วน แต่ชั้นไขมันที่เคยหย่อนคล้อยกลับกระชับขึ้นมาก หน้าท้องที่เคยยื่นหนาก็ยุบลงไปไม่น้อย อาการหอบเหนื่อยยามก้าวเดินหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความกระฉับกระเฉงที่เริ่มกลับคืนมา

“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ คนจากเรือนหลักนำของมาส่งเจ้าค่ะ”

หรงอันเดินหน้าตื่นเข้ามาในห้อง ในมือประคองถาดไม้สลักลายที่ปูด้วยผ้าไหมสีแดงสด ด้านบนมีชุดกระโปรงหรูหราพับวางอยู่อย่างประณีต

หลินอวี้เหยาวางพู่กันลง ปรายตามองของในถาด “สิ่งใดกัน”

“จางมามาบอกว่า พรุ่งนี้ฮูหยินผู้เฒ่าจะจัดงานเลี้ยงชมบุปผาที่ศาลาริมน้ำ เชิญฮูหยินและคุณหนูจากหลายตระกูลมาร่วมงาน ฮูหยินผู้เฒ่ามีคำสั่งให้ท่านเข้าร่วมด้วย จึงส่งชุดนี้มาให้ท่านสวมใส่เพื่อเป็นหน้าเป็นตาแก่สกุลเซี่ยเจ้าค่ะ” หรงอันรายงานด้วยน้ำเสียงกังวล

หลินอวี้เหยาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เอื้อมมือไปคลี่ชุดกระโปรงนั้นออกดู

มันเป็นชุดผ้าไหมสีชมพูบานเย็น ปักลายหงส์ด้วยดิ้นทองอร่ามตา สีสันฉูดฉาดบาดจิตราวกับคณะงิ้ว แต่สิ่งที่น่าขันที่สุดคือขนาดของมัน รอบเอวและช่วงอกถูกตัดเย็บให้รัดรูปจนเล็กเกินกว่าที่ร่างกายของนางในตอนนี้จะสวมใส่ได้อย่างสบาย หากฝืนยัดตัวเองเข้าไป เนื้อหนังคงจะปลิ้นทะลักออกมาดูน่าเกลียดน่าชังราวกับแหนมหมู

งานเลี้ยงชมบุปผางั้นหรือ... หึ ข้ออ้างบังหน้าเสียมากกว่า จุดประสงค์ที่แท้จริงคงหนีไม่พ้นการประกาศตัวไป๋เหลียนซินให้แวดวงสังคมชั้นสูงได้รับรู้ และถือโอกาสเชือดไก่ให้ลิงดู ลากฮูหยินอ้วนอย่างนางออกไปประจานให้อับอายท่ามกลางสายตาผู้คน บีบให้นางไม่กล้าคัดค้านการรับอนุเข้าจวน

สตรีเรือนหลังพวกนี้ วันๆ ไม่มีเรื่องอื่นให้คิดนอกจากหาทางเหยียบหัวผู้อื่นเพื่อเชิดชูตนเองสินะ

“ฮูหยินน้อย ชุดนี้เล็กเกินไป ทั้งสียังฉูดฉาดนัก หากท่านสวมไป...” หรงอันไม่กล้าพูดต่อ กลัวจะกระทบกระเทือนจิตใจเจ้านาย

“สวมไปให้พวกนางหัวเราะเยาะข้าเล่นเพื่อความสำราญอย่างไรเล่า” หลินอวี้เหยาโยนชุดนั้นกลับลงบนถาดอย่างไม่ไยดี “พวกนางคงคิดว่าข้าโง่งมจนอ่านเกมตื้นๆ แค่นี้ไม่ออก หรงอัน ไปหยิบกรรไกรกับเข็มด้ายมาให้ข้า แล้วไปรื้อดูในหีบว่ายังมีผ้าไหมสีดำหรือสีน้ำเงินเข้มเหลืออยู่บ้างหรือไม่”

“ฮูหยินน้อยจะทำอะไรหรือเจ้าคะ”

“แก้ชุด” นางตอบสั้นๆ แววตาฉายประกายเย็นเยียบ “ข้าจะทำให้พวกนางได้เห็น ว่าสตรีที่พวกนางตั้งใจจะเหยียบย่ำ มีวิธีกระชากหน้ากากคนจอมปลอมอย่างไร”

ตลอดทั้งบ่ายและค่ำคืนนั้น เรือนท้ายจวนจุดตะเกียงสว่างไสว หลินอวี้เหยาลงมือเลาะตะเข็บชุดสีบานเย็นนั่นทิ้งทั้งหมด นางตัดเอาเฉพาะลายหงส์ดิ้นทองบางส่วนมาเย็บติดลงบนชายกระโปรงและปลายแขนเสื้อของชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มที่สั่งให้หรงอันตัดเย็บใหม่ โครงสร้างของชุดใหม่ถูกออกแบบมาเพื่อพรางรูปร่าง เน้นช่วงไหล่ให้ดูสง่า ทิ้งตัวลงมาตรงๆ ไม่รัดรูปจนน่าเกลียด สีน้ำเงินเข้มขลับขับให้ผิวพรรณที่เริ่มขาวกระจ่างของนางดูผุดผ่องขึ้นไปอีก

รุ่งเช้า บรรยากาศที่ศาลาริมน้ำของจวนสกุลเซี่ยคึกคักไปด้วยเสียงสรวลเสเฮฮา ฮูหยินและคุณหนูจากตระกูลขุนนางน้อยใหญ่ต่างมารวมตัวกันในชุดสีสันสดใส ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยนั่งอยู่บนตำแหน่งประธาน ใบหน้าอวบอิ่มเต็มไปด้วยรอยยิ้มปิติ ข้างกายของนางคือไป๋เหลียนซินในชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ ขลิบชายด้วยดิ้นเงินลายเมฆา ดูบอบบางน่าทะนุถนอมราวกับดอกบัวที่เพิ่งโผล่พ้นน้ำ

ฮูหยินหลายคนต่างเอ่ยปากชมเปาะถึงความกตัญญูและกิริยามารยาทของไป๋เหลียนซิน ประจบประแจงฮูหยินผู้เฒ่าอย่างออกหน้าออกตา เพราะต่างก็รู้ทิศทางลมดีว่า สตรีแซ่ไป๋ผู้นี้กำลังจะได้ขึ้นเป็นใหญ่ในจวนแม่ทัพในไม่ช้า ส่วนฮูหยินเอกตัวจริงน่ะหรือ... คงไม่พ้นถูกเฉดหัวทิ้ง

“คุณหนูไป๋ช่างงดงามและเพียบพร้อมนัก มิน่าเล่าท่านแม่ทัพถึงได้ให้ความสำคัญ” ฮูหยินรองจากตระกูลหวังเอ่ยยกยอ

“น่าเสียดายที่ตำแหน่งฮูหยินเอกกลับตกเป็นของสตรีไร้ค่าผู้นั้น ได้ยินว่านางวันๆ เอาแต่กินจนอ้วนเป็นหมู ทั้งยังอารมณ์ร้าย ขี้หึงหวง ไม่รู้ว่าวันนี้จะกล้าโผล่หน้ามาให้ผู้คนหัวเราะเยาะหรือไม่”

ฮูหยินผู้เฒ่ายกชาขึ้นจิบ ซ่อนรอยยิ้มเย้ยหยันไว้หลังถ้วยชา “ข้าส่งชุดไปให้นางแล้ว หากนางยังมีมารยาทและเห็นแก่หน้าสกุลเซี่ย ก็คงจะมาร่วมงานกระมัง”

“ฮูหยินแม่ทัพมาถึงแล้วเจ้าค่ะ!” เสียงสาวใช้หน้าศาลาขานรับดังขึ้น

บทสนทนาในศาลาพลันเงียบกริบ สายตาทุกคู่พุ่งตรงไปยังทางเดินปูหินอ่อน ทุกคนต่างเตรียมตัวใช้พัดปิดปากกลั้นหัวเราะ รอคอยภาพสตรีอ้วนฉุในชุดสีบานเย็นรัดรูปเดินเตาะแตะเข้ามา

แต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับทำให้ทุกคนต้องชะงักงัน

หลินอวี้เหยาก้าวเดินเข้ามาอย่างเนิบนาบ ท่วงท่าของนางไม่ได้เชื่องช้างุ่มง่าม แต่แฝงไปด้วยความสง่าผ่าเผยและกดข่มผู้คนอย่างประหลาด แผ่นหลังตั้งตรงดุจคันศร ศีรษะเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้ที่คุ้นเคยกับการอยู่เหนือผู้อื่น

ชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มที่นางสวมใส่ทิ้งตัวพลิ้วไหวไปตามจังหวะก้าวเดิน ลายหงส์ดิ้นทองที่ชายกระโปรงสะท้อนแสงแดดยามเช้าดูเรียบหรูและทรงพลัง สีเข้มของชุดพรางรูปร่างที่อวบอ้วนได้อย่างหมดจด ทำให้มองเห็นเพียงเค้าโครงของสตรีร่างใหญ่ที่เต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม ใบหน้าที่เคยบวมฉุบัดนี้ยุบลงไปมาก เผยให้เห็นดวงตาหงส์ที่คมกริบและริมฝีปากอวบอิ่มที่แต้มชาดสีแดงสด

ไม่มีร่องรอยของสตรีขี้ขลาดที่มักจะก้มหน้าก้มตาร้องไห้หลงเหลืออยู่อีกเลย

ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยเบิกตากว้าง รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้าง ชุดที่นางส่งไปให้นางหมูตอนผู้นั้นถูกเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อใด แล้วกลิ่นอายที่กดดันจนคนในศาลาแทบหายใจไม่ออกนี่มันคืออะไรกัน

หลินอวี้เหยาเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่กลางศาลา ปรายตามองสตรีรอบด้านด้วยแววตาเรียบเฉย ก่อนจะย่อตัวคารวะแม่สามีตามธรรมเนียมเพียงเล็กน้อย โดยไม่ได้สนใจสายตาตื่นตะลึงของใคร

“สะใภ้คารวะท่านแม่”

“อืม... ลุกขึ้นเถิด” ฮูหยินผู้เฒ่ากระแอมไอ เรียกสติกลับคืนมา พยายามปั้นหน้าให้เป็นปกติ “นั่งลงสิ วันนี้อากาศดี ข้าจึงเชิญทุกคนมาจิบชาชมดอกไม้ เจ้าเองก็เก็บตัวอยู่แต่ในเรือนมานาน ควรจะออกมาพบปะผู้คนเสียบ้าง”

หลินอวี้เหยาไม่ตอบคำ นางเดินไปนั่งยังเก้าอี้ว่างทางขวามือซึ่งเป็นตำแหน่งของฮูหยินเอก ทันทีที่นางนั่งลง บรรยากาศในศาลาก็ดูอึดอัดขึ้นมาทันตาเห็น ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากนินทานางเหมือนเมื่อครู่อีก

ไป๋เหลียนซินลอบกัดริมฝีปากล่างด้วยความขัดใจ นางอุตส่าห์จัดฉากให้สตรีผู้นี้มาเป็นตัวตลก แต่หลินอวี้เหยากลับพลิกสถานการณ์ ทำตัวสูงส่งราวกับนางพญา แต่ดอกบัวขาวเช่นนางมีหรือจะยอมแพ้ง่ายๆ

เหลียนซินรินชาลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบ ค่อยๆ ประคองถ้วยชาเดินเข้าไปหาหลินอวี้เหยาด้วยท่วงท่าอ่อนช้อย นางคุกเข่าลงบนพื้นหินอ่อนอย่างนุ่มนวล ชูถ้วยชาขึ้นเหนือศีรษะ ใบหน้างดงามเงยขึ้นมองหลินอวี้เหยาด้วยแววตาที่คลอไปด้วยหยาดน้ำใส

“พี่หญิง... น้องเหลียนซินขอคารวะชาให้ท่านเจ้าค่ะ” เสียงของนางหวานหยดย้อยและสั่นเครือเล็กน้อยราวกับลูกนกที่หวาดกลัว “น้องรู้ตัวดีว่าต่ำต้อย แต่ความผูกพันที่น้องมีต่อท่านแม่ทัพนั้นมาจากใจจริง ขอพี่หญิงได้โปรดเมตตา ดื่มชาถ้วยนี้และรับน้องเข้าจวนด้วยเถิดเจ้าค่ะ น้องสัญญาว่าจะเจียมเนื้อเจียมตัว คอยปรนนิบัติท่านแม่ทัพและพี่หญิงอย่างสุดความสามารถ จะไม่ทำให้พี่หญิงต้องขุ่นข้องหมองใจเลยแม้แต่น้อย”

คำพูดที่เต็มไปด้วยความเสียสละและถ่อมตนนี้ เรียกคะแนนสงสารจากบรรดาฮูหยินในศาลาได้เป็นอย่างดี หลายคนเริ่มส่งสายตาตำหนิมาทางหลินอวี้เหยา หากฮูหยินเอกไม่ยอมรับชาถ้วยนี้ ก็เท่ากับเป็นสตรีใจแคบ ริษยาจนไร้คุณธรรม

แต่เสิ่นจ้าวหรงที่ผ่านเกมการเมืองในราชสำนักมาอย่างโชกโชน มีหรือจะดูไม่ออกถึงหมากตื้นๆ กระดานนี้

หลินอวี้เหยาไม่ได้ยื่นมือออกไปรับถ้วยชา นางเพียงนั่งหลังตรง ทอดสายตามองสตรีที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างด้วยแววตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง

“พี่หญิงงั้นหรือ” น้ำเสียงของนางราบเรียบ แต่กลับดังก้องกังวาน “มารดาของข้าให้กำเนิดข้าเพียงคนเดียว ตระกูลหลินไม่เคยมีบุตรีคนที่สอง เจ้าไปนับญาติกับข้าตั้งแต่เมื่อใด ไป๋เหลียนซิน”

รอยยิ้มบนใบหน้าของเหลียนซินแข็งค้าง “พ...พี่หญิง ท่านกำลังล้อข้าเล่นใช่หรือไม่เจ้าคะ ข้าเพียงแต่...”

“แล้วชาคารวะนี่อีก” หลินอวี้เหยาตัดบท ขัดจังหวะการบีบน้ำตาของอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง “เจ้าอยู่ในฐานะอันใดถึงมาคุกเข่าคารวะชาให้ข้า อนุภรรยาหรือ? ข้าจำได้ว่าข้ายังไม่ได้ลงชื่อหนังสือยอมรับเจ้าเข้าจวน หรือหนังสือยินยอมที่ข้าฉีกทิ้งไปเมื่อวันก่อน เศษกระดาษมันปลิวไปอุดหูเจ้า เจ้าถึงได้ฟังไม่เข้าใจว่าข้าไม่อนุญาต!”

คำพูดตรงไปตรงมาและหักหน้าอย่างรุนแรงทำเอาคนทั้งศาลาสูดปากด้วยความตกตะลึง ไป๋เหลียนซินหน้าซีดเผือด น้ำตาที่เสแสร้งร่วงเผาะลงมาจริงๆ นางหันไปมองฮูหยินผู้เฒ่าเพื่อขอความช่วยเหลือ

“อวี้เหยา! เจ้าระวังคำพูดหน่อย!” ฮูหยินผู้เฒ่าทนไม่ไหว ตบโต๊ะเสียงดัง “เหลียนซินเป็นผู้มีพระคุณของฉางเยวียน นางลดตัวลงมาคุกเข่าให้เจ้าถึงเพียงนี้ เจ้ายังจะใจจืดใจดำอยู่อีกหรือ สตรีที่ดีต้องรู้จักกว้างขวาง อ้าแขนรับความสุขให้สามี ไม่ใช่ทำตัวริษยาหน้ามืดตามัวเช่นนี้!”

“สตรีที่ดีต้องรู้จักกว้างขวาง ช่างเป็นคำสอนที่ประเสริฐนักท่านแม่” หลินอวี้เหยาหันไปยิ้มให้แม่สามี เป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา “แต่สตรีที่ดีย่อมต้องรู้จารีตประเพณีเช่นกัน ข้าขอถามท่านแม่ และฮูหยินทุกท่านในที่นี้...”

นางกวาดสายตามองไปรอบศาลา ก่อนจะหยุดลงที่ร่างของไป๋เหลียนซิน

“ลวดลายเมฆามงคลสีเงินยวงที่ขลิบอยู่บนชายกระโปรงของนาง เป็นลวดลายที่อนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะสตรีที่มีฐานะเป็น ‘ฮูหยิน’ ตามทำเนียบขุนนางเท่านั้น สตรีที่ยังไม่ได้ตบแต่ง ยังไม่มีชื่อในผังตระกูล ผู้ใดมอบความกล้าให้นางสวมใส่เสื้อผ้าตีตนเสมอฮูหยินเอกมานั่งเชิดหน้าชูตาอยู่ในงานเลี้ยงของตระกูลผู้ลากมากดีเช่นนี้!”

คำถามนั้นเปรียบเสมือนอสนีบาตฟาดกลางศาลา ฮูหยินหลายคนที่สวมชุดหรูหราต่างสะดุ้ง กฎมณเฑียรบาลเรื่องเครื่องแต่งกายเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีบทลงโทษชัดเจน แม้ปกติจะมีการอะลุ่มอล่วยกันบ้าง แต่หากถูกยกขึ้นมาจับผิดกลางคันเช่นนี้ ก็ถือเป็นการหมิ่นเกียรติและข้ามหน้าข้ามตาอย่างร้ายแรง

ไป๋เหลียนซินหน้าถอดสี รีบก้มหน้างุด นางจงใจสั่งตัดชุดนี้เพื่อยกระดับตนเอง ไม่คิดว่าสตรีอ้วนที่ดูโง่เขลาจะตาแหลมคมถึงเพียงนี้

ฮูหยินผู้เฒ่าอึกอัก “น...นั่นเป็นเพราะฉางเยวียนเห็นว่านางคู่ควร เขาเป็นคนมอบผ้าพับนั้นให้นางเอง เจ้าอย่ามาหาเรื่องจับผิด...”

“เอาล่ะ เรื่องเสื้อผ้าถือเสียว่าท่านแม่ทัพตาบอด มอบของผิดฐานะให้” หลินอวี้เหยาตัดบทอย่างไม่ไยดี ก่อนที่ดวงตาของนางจะหรี่แคบลง จับจ้องไปยังสิ่งหนึ่งที่ปักอยู่บนมวยผมของไป๋เหลียนซิน

มันคือปิ่นหยกสีเขียวมรกตแกะสลักลายเมฆขด หยกเนื้อเนียนละเอียดส่องประกายล้อแสงแดด เป็นปิ่นที่ดูคุ้นตาจนน่าประหลาด ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมพลันวาบขึ้นมาในหัว ปิ่นเล่มนี้... คือปิ่นของมารดาหลินอวี้เหยา เป็นของที่ฮ่องเต้องค์ก่อนพระราชทานให้ตระกูลหลิน และเป็นปิ่นเล่มเดียวกับที่หลินอวี้เหยาทำหล่นหายไปในคืนที่นางแบกร่างอาบเลือดของเซี่ยฉางเยวียนไปซ่อนตัวในศาลาร้าง!

รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างของอดีตจักรพรรดินี

“แต่ปิ่นหยกบนศีรษะของเจ้า...” หลินอวี้เหยาชี้ปลายนิ้วไปยังปิ่นเล่มนั้น น้ำเสียงเยือกเย็นจนถึงกระดูก “ช่างงดงามนัก ได้มาแต่ที่ใด”

ไป๋เหลียนซินเห็นสายตาที่จับจ้องมาก็รู้สึกขนลุกซู่ แต่นางพยายามเชิดหน้าขึ้น ตอบด้วยน้ำเสียงที่ดัดให้ฟังดูน่าสงสารแต่แฝงความเย่อหยิ่ง “ปิ่นเล่มนี้... ท่านแม่ทัพเป็นคนมอบให้น้องเจ้าค่ะ เป็นของแทนใจ... คืนนั้นที่ท่านแม่ทัพถูกลอบทำร้าย น้องใช้ปิ่นเล่มนี้ฉีกชายเสื้อเพื่อพันแผลให้เขา ท่านแม่ทัพจึงเก็บรักษามันไว้ และนำมามอบคืนให้น้องเพื่อยืนยันคำสัญญา...”

“งั้นหรือ” หลินอวี้เหยาลากเสียงยาว รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปาก “ท่านแม่ทัพมอบให้เจ้า เจ้าแน่ใจนะว่าปิ่นเล่มนั้นเป็นของเจ้าตั้งแต่แรก”

“พ...พี่หญิงหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ” เหลียนซินเริ่มใจคอไม่ดี

“ปิ่นหยกมันแพะเนื้อเนียน ลายเมฆขดชั้นสูงที่ช่างหลวงแห่งวังหลวงเป็นผู้สลัก” หลินอวี้เหยาลุกขึ้นยืน ก้าวเดินช้าๆ เข้าไปใกล้สตรีที่คุกเข่าอยู่ “หากข้าดูไม่ผิด ที่ปลายปิ่นด้านซ้าย จะมีรอยบิ่นเล็กๆ ขนาดเท่าปลายเข็มซ่อนอยู่ใต้ลายเมฆ ซึ่งเกิดจากการทำตกเมื่อหลายปีก่อน ของล้ำค่าและมีตำหนิเฉพาะตัวเช่นนี้ เหตุใดจึงไปอยู่บนศีรษะของสตรีตระกูลไป๋ได้”

ไป๋เหลียนซินเบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนก ร่างกายสั่นสะท้าน นางขโมยปิ่นเล่มนี้มาจากศาลาร้างในคืนนั้นจริงเพื่อใช้สวมรอยเป็นผู้มีพระคุณ นางไม่เคยสังเกตเห็นรอยบิ่นเล็กๆ นั่นเลย!

“ข...ข้าไม่เข้าใจที่ท่านพูด! ปิ่นนี่เป็นของข้า! ท่านกำลังใส่ร้ายข้า!” เหลียนซินละล่ำละลัก เสียงสั่นพร่า

“การทดแทนบุญคุณเป็นเรื่องที่วิญญูชนพึงกระทำ” หลินอวี้เหยาก้มลงกระซิบที่ข้างหูของดอกบัวขาว น้ำเสียงเด็ดขาดและทรงอำนาจจนคนฟังแทบทรุด “แต่การใช้ของผู้อื่นมาแอบอ้างทวงบุญคุณ ในคุกของศาลต้าหลี่ เขาเรียกว่าข้อหาลักทรัพย์และหลอกลวงเบื้องสูง เจ้าคิดว่าโทษทัณฑ์ของการหลอกลวงแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดิน คือการตัดหัวหรือเนรเทศเล่า”

ใบหน้าของไป๋เหลียนซินซีดเผือดราวกับศพ ร่างกายโอนเอนแทบจะล้มพับ ถ้วยชาในมือสั่นกึกๆ

“อวี้เหยา เจ้าเสียสติไปแล้วหรือถึงได้กล่าวหานางลอยๆ เช่นนี้!” ฮูหยินผู้เฒ่าตวาดลั่น “หากเจ้าไม่มีหลักฐาน ก็จงหุบปากเสีย”

“หลักฐานหรือ” หลินอวี้เหยายืดตัวขึ้นปัดชายเสื้อเบาๆ “ข้าย่อมมีแน่ และเมื่อถึงเวลาที่ความจริงปรากฏ ข้าหวังว่าท่านแม่จะไม่เสียใจที่เอาทองไปรูดกระเบื้อง ปกป้องหัวขโมยชั้นต่ำผู้นี้”

กล่าวจบนางก็ไม่ได้สนใจถ้วยชาที่เหลียนซินประคองอยู่ นางหมุนตัวเดินออกจากศาลาริมน้ำไปอย่างสง่าผ่าเผย ทิ้งให้งานเลี้ยงชมบุปผากลายเป็นลานประหารที่เต็มไปด้วยความอับอายของฮูหยินผู้เฒ่าและไป๋เหลียนซิน

แต่ในจังหวะที่หลินอวี้เหยาเดินพ้นซุ้มประตูสวน นางไม่ได้สังเกตเลยว่า ที่หลังเงาต้นหลิวใหญ่ เซี่ยฉางเยวียนที่เพิ่งกลับจากการตรวจค่ายและตั้งใจจะมาร่วมทักทายแขกของมารดา กำลังยืนนิ่งงันอยู่ตรงนั้น

ดวงตาคมกริบของแม่ทัพหนุ่มจับจ้องไปยังแผ่นหลังที่ตั้งตรงของภรรยา สลับกับใบหน้าซีดเซียวและลุกลี้ลุกลนของไป๋เหลียนซินในศาลา มือหนาของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน

คำพูดของหลินอวี้เหยาดังก้องอยู่ในหัวของเขาซ้ำไปซ้ำมา

‘รอยบิ่นเล็กๆ ขนาดเท่าปลายเข็มซ่อนอยู่ใต้ลายเมฆ’

เมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยที่เพิ่งถูกฝังลงไปเมื่อวาน บัดนี้ได้เริ่มหยั่งรากลึกลงในใจของเซี่ยฉางเยวียนอย่างไม่อาจถอนทิ้งได้อีกต่อไป เขาหรี่ตาลง มองปิ่นหยกบนศีรษะของสตรีที่เขาเชื่อว่าเป็นผู้มีพระคุณมาตลอดเจ็ดปีเป็นครั้งแรก ด้วยสายตาที่คลางแคลงใจที่สุดในชีวิต
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel