บทที่ 6 ไม่สนับสนุนสิ่งผิดกฎหมาย
“กว่าจะคุยกันเสร็จอีกนานไหม เมื่อเช้าฉันตื่นสายยังไม่ได้กินข้าว” เธอบอกไปตามตรง กนธีหัวเราะ
“คุณผู้หญิงอยากกินอะไร เดี๋ยวผมจะสั่งขึ้นมาให้ที่นี่”
“ให้ฉันลงไปกินข้างล่างไม่ได้เหรอ ฉันอยากออกไปเดินเล่นข้างล่าง อยู่ในนี้มันอุดอู้ ฉันกลัวว่าห้องนอนของเจ้านายคุณจะเหม็นกลิ่นอาหารด้วย” เธอบอกไปอย่างนั้น เพราะไม่อยากนั่งรอเขาในห้องนี้ เธอกลัวว่าเขาจะมาฉวยโอกาสกับเธออีก
“ผมขอไปบอกคุณจอมพลก่อนนะครับ” กนธีไม่กล้าตัดสินใจ จึงเดินออกไปบอกชายหนุ่ม จอมพลมองมาที่เธอซึ่งยืนอยู่หน้าประตู เขาพยักหน้าอนุญาต เธอจึงรีบเดินออกนอกห้องไปพร้อมกับกนธี พอประตูห้องปิดลงเธอก็บ่นอุบ
“เจ้านายคุณทำไมไม่บอกฉันก่อนว่าจะมีแขก ดูซิฉันต้องเลื่อนนัดลูกค้าถึง 2 คน ทำงานกับคนเอาแต่ใจนี่วุ่นวายชะมัด” คาเซียบ่นอย่างไม่เกรงใจคนเป็นลูกน้อง กนธีได้แต่ยิ้มรับ ไม่พูดอะไรออกไป แม้ว่าในใจจะนึกตลกหญิงสาวตรงหน้าก็ตาม
“ฉันจะลงไปหาอะไรกิน คุณไม่ต้องตามฉันไปหรอก” คาเซียบอกกับเขา เมื่อเห็นว่าเขาเดินตามเธอต้อยๆ
“ไม่ได้ครับ เจ้านายสั่งให้ผมดูแลคอยอำนวยความสะดวกให้คุณผู้หญิงอย่างใกล้ชิด ไม่ให้คลาดสายตา”
“โอ้ย! ฉันไม่แอบหนีไปหรอกน่า ฉันเป็นคนรักษาคำพูด รับปากว่าจะทำงานให้ก็คือทำงานให้ โตๆ กันแล้ว ไม่ต้องมาระแวงอะไรฉันหรอก” คาเซียบอกกับเขา กนธียักไหล่ไม่สนใจ และเขาก็ยังคงเดินตามคาเซียไปทุกที่ พร้อมกับคอยจ่ายเงินค่าอาหาร ค่ากาแฟให้อีกด้วย
“คุณมีธุระอะไรกับผมกันแน่” จอมพลถามแขกผู้มาเยือนไปตามตรง หลังจากที่ฟังธรณ์พูดอ้อมค้อมยืดเยื้อมาพักใหญ่
“ผมอยากจะขอความช่วยเหลือจากคุณจอมพล” ธรณ์ตอบ แววตาของเขาพราวระยับจนอีกฝ่ายนึกระแวงในใจ
“ช่วยอะไร”
“เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่เกินความสามารถของคุณจอมพลหรอกครับ”
“เข้าเรื่องเลยดีกว่า ผมมีธุระจะต้องไปทำอย่างอื่นต่อ” จอมพลเริ่มรำคาญกับท่าทีของธรณ์
“ผมสร้างโรงแรมไว้ที่เขายายเที่ยง แม่สอด ภูเก็ต ที่เขายายเที่ยงกับภูเก็ตไม่มีปัญหา แต่ที่แม่สอด... ผมอยากขอให้คุณจอมพลช่วยเคลียร์กับทางตำรวจ ทหารให้หน่อยครับ ผมไม่ต้องการให้คนมีสีเข้ามาตรวจสอบภายในโรงแรม ผมคิดว่าเรื่องนี้คุณจอมพลน่าจะเคลียร์ได้”
“ทำไมผมต้องไปเคลียร์กับเจ้าหน้าที่ให้ด้วย โรงแรมปกติดีๆ ไม่มีใครเขาอยากจะเข้าไปตรวจหรอก คุณซ่อนสิ่งผิดกฎหมายเอาไว้หรือไง”
“ไม่ถึงกับผิดกฎหมายหรอกครับ แค่สีเทาๆ”
“สีเทาๆ ที่คุณว่าคืออะไร” จอมพลถามต่อ ธรณ์มีท่าทีอึกอัก
“ยาบ้ากับเคตามีนครับ รับมาจากรัฐฉานของพม่า ที่ติดอยู่กับมณฑลยูนนาน ตอนนี้มีราคาถูก โดยเฉพาะเคตามีน พวกว้าแดงเพิ่งทดลองการผลิต และส่งมาลองตลาดในไทย ได้รับความนิยมมาก ถ้าคุณจอมพลสนใจ ผมจะแบ่งหุ้นส่วนให้ ทั้งโรงแรมและการขนส่งยาเสพติด เงินปันผลนี่ได้มากกว่าหุ้นส่วนคาสิโนที่สิงคโปร์กับฮ่องกงอีก...”
“คุณธรณ์!” จอมพลได้ยินดังนั้นก็ปรามเสียงดัง เขากระแทกแก้วกาแฟที่ถืออยู่ลงบนโต๊ะจนมันกระฉ่อกเลอะไปหมด ตรัยได้แต่มองเจ้านายหนุ่มของตัวเองและรู้สึกเสียววาบไปที่สันหลัง
“ครับ คุณจอมพลสนใจใช่ไหมครับ” ธรณ์ถามอย่างมีหวัง เพราะเขาเพิ่งตั้งตนเป็นเอเย่นต์ค้ายาเสพติดรายใหม่ที่ต้องการแขนขาและคนหนุนหลัง ซึ่งจอมพลมีคุณสมบัติครบถ้วน เขามีทั้งลูกน้อง บอดี้การ์ด และมีเส้นสายทั้งตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ปกครอง หากมาร่วมมือกับเขา ธุรกิจมืดคงจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด
“คุณธรณ์ คุณมาคุยกับผม คุณไม่ได้ศึกษามาก่อนหรือไงว่าผมเป็นยังไง ทำธุรกิจแบบไหน ชอบและไม่ชอบอะไร ทำไมถึงได้มาคุยโทงๆ แบบเปิดเผยอย่างนี้” จอมพลตำหนิ ธรณ์หน้าเหวอ
“ผมทราบมาว่าคุณจอมพลมีธุรกิจทั้งสถานบันเทิง อาบอบนวด หุ้นส่วนคาสิโน ก็เลยอยากจะเสนอช่องทางหารายได้ให้คุณจอมพลเพิ่ม”
“คุณเข้าใจอะไรผิดแล้ว ผมไม่นิยมธุรกิจผิดกฎหมาย โดยเฉพาะยาเสพติด สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมต่อต้านมาโดยตลอด คุณไปหาคนช่วยเหลือใหม่เถอะ” จอมพลปฏิเสธไปอย่างสุภาพ แต่ธรณ์ก็ยังไม่ลดละความพยายาม
“แต่มันจะสร้างรายได้ให้คุณจอมพลเดือนละเป็นพันๆ หมื่นๆ ล้านเลยนะครับ” ธรณ์พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น จอมพลมองหน้าธรณ์อย่างเอาเรื่อง
“คุณธรณ์! ผมบอกแล้วไงครับว่าไม่ก็คือไม่ ผมไม่สนใจธุรกิจผิดกฎหมาย บ้านเมืองมีขื่อมีแปรก็ต้องเคารพกฎ ไม่ใช่เห็นอะไรหยิบจับง่ายได้เงินเร็วก็ทำโดยไม่สนใจผลกระทบที่จะตามมา ผมขอแนะนำคุณในฐานะที่ผ่านการทำธุรกิจมาก่อนนะ หากคุณต้องการเป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นคง คุณอย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ส่วนโรงแรม รีสอร์ทอะไรของคุณที่อยู่บนเขายายเที่ยง แม่สอด ภูเก็ต อย่าคิดว่าผมไม่รู้นะว่าเข้าไปทำในพื้นที่ป่าสงวน ถ้าคุณไม่อยากเดือดร้อนทั้งเรื่องธุรกิจโรงแรมและยาเสพติดอะไรของคุณ ก็อย่ามายุ่งกับผม และอย่าเอาผมเข้าไปข้องเกี่ยวไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตาม ไม่อย่างนั้นผมไม่เอาคุณไว้แน่”
จอมพลพูดด้วยความโมโห เขาชี้หน้าธรณ์อย่างเอาเรื่อง ทำให้ธรณ์กัดฟันกรอด เขาอายุมากกว่าจอมพลตั้งเกือบสิบปี แต่มันกลับชี้หน้าประณามเขายังไม่เกรงอกเกรงใจ แถมยังพูดต่อหน้าลูกน้องมันอีก ไม่ช่วยไม่ว่าแต่ยังมาหักหน้า ตัดเยื่อใยแบบนี้ ยิ่งทำให้เขาเดือดพล่าน
“คุณจอมพล แล้วคุณจะเสียใจที่ไม่ร่วมมือกับผม!” ธรณ์บอกอย่างโกรธแค้น เขาหุนหันลุกออกไปจากห้องทันที พอเปิดประตูห้องออกไปก็พบคาเซียกับกนธียืนแอบฟังอยู่ที่ประตู สองคนนี้คงจะได้ยินหมดทุกอย่างแล้ว เขาจ้องมองทั้งสองคนอย่างเอาเรื่อง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะที่นี่คือถิ่นของจอมพล จึงจำใจต้องออกไปด้วยอารมณ์หงุดหงิด
“แอบฟังตั้งแต่เมื่อไหร่” จอมพลถามทันทีที่เห็นคาเซียและกนธียืนที่หน้าประตูห้อง จริงๆ คาเซียมาถึงได้พักใหญ่แล้ว แต่ด้วยความอยากรู้เธอจึงยืนเอาหูแนบประตูเอาไว้ ส่วนกนธีเองก็เห็นดีเห็นงามแอบฟังไปด้วยอีกคน
“ฉันเพิ่งจะมาถึงเมื่อกี้ค่ะ ไม่ได้แอบฟังอะไรเลย”
คาเซียโกหกไปคำโต เธอมีสีหน้าลุกลี้ลุกลนจนคนมองจับได้ว่าโกหก เธอก้มหน้าดูดกาแฟในมือต่อ จอมพลไม่นึกถือสา เพราะถึงรู้ไปก็ไม่ได้มีผลอะไรกับชีวิตเขาเท่าไหร่
“กินข้าวอิ่มแล้วใช่ไหม กนธีดูแลคุณดีหรือเปล่า” เขาถาม คาเซียรีบพยักหน้า
“ดีค่ะ ดีมากๆ เลย ขอบคุณนะคะสำหรับข้าวและกาแฟ”
“ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเถอะ สายมามากพอแล้ว” จอมพลบอกพร้อมกับลุกขึ้นเดินออกไปทันที ทำให้คาเซียและลูกน้องทั้งสองคนต้องรีบเดินตามไปติดๆ ระหว่างที่เดินไป
คาเซียมองแผ่นหลังกว้างใหญ่ของเขาแล้วต้องพิจารณาผู้ชายเอาแต่ใจตรงหน้าใหม่เสียแล้ว ตอนแรกที่เธอได้ยินธรณ์เสนอให้ช่วยเรื่องยาเสพติด เธอคิดว่าเขาจะตอบตกลง แต่เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย แต่เธอจะวางใจอะไรไม่ได้ ไม่แน่ที่เขาปฏิเสธอาจจะเป็นผลขัดผลประโยชน์หรือส่วนแบ่งไม่สมเหตุสมผลก็เป็นได้
จอมพลพาคาเซียมาที่สถานบริการอาบอบนวด หญิงสาวเงยหน้ามองตึก 10 ชั้นที่ตกแต่งโอ่อ่า หรูหรา แต่ตอนนี้ปิดปรับปรุงไปพอสมควรแล้ว เธอเดินเข้ามาด้านในด้วยความตื่นเต้น เพราะตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยเข้าอาบอบนวด มาก่อน จอมพลลอบมองหญิงสาวที่หันซ้าย หันขวา มีหน้าตาตื่นเต้นตลอดเวลา เขาตลกกับท่าทางของเธอ
“ตอนนี้ผมปรับปรุงไปบางส่วนแล้ว เหลืองานออกแบบ ตกแต่งภายในที่ยังไม่เรียบร้อยดี คุณช่วยผมคิดหน่อยแล้วกันว่ามันควรจะออกมาเป็นรูปแบบไหน” จอมพลบอก คาเซียทำหน้ายุ่ง
“แบบเดิมก็สวยอยู่แล้วนี่คะ ตามรูปที่คุณเคยให้ฉันดู คือ ฉันนึกไม่ออกเลยว่าจริงๆ แล้วมันควรจะออกแบบสไตล์ไหน แบบฮาเร็มของเจ้าชายในตะวันออกกลางอย่างนั้นน่ะเหรอ” คาเซียบ่นงึมงำ
“ก็แล้วแต่คุณจะออกแบบมา ระหว่างนี้คุณก็ส่งงานมาให้ผมดูเรื่อยๆ ถ้าผมพอใจแบบไหนก็เอาแบบนั้นนั่นแหละ” เขาพูด คาเซียตาโต มันเป็นงานที่ไร้กรอบ ไร้ระเบียบ ไร้แบบแผนมาก
