บทที่ 6 มื้อเช้าที่เผ็ดร้อนกว่าพริก
บทที่ 6 มื้อเช้าที่เผ็ดร้อนกว่าพริก
กลิ่นกาแฟคั่วเข้มหอมกรุ่นลอยอบอวลไปทั่วห้องรับประทานอาหาร แสงแดดยามเช้าส่องผ่านผนังกระจกสูงจรดเพดาน ทอดประกายสีทองลงบนโต๊ะอาหารหินอ่อนที่จัดวางไว้อย่างประณีต
บรรยากาศภายในคฤหาสน์อัครเดโชควรจะสดชื่นไม่น้อย หากเจ้าของบ้านไม่ได้กำลังนั่งหน้าบึ้งราวกับมีใครติดหนี้อยู่หลายร้อยล้าน!
เพลิงกัลป์ยกกาแฟดำขึ้นดื่มเป็นครั้งที่สาม ความขมเข้มไหลผ่านลำคอ ทว่ากลับไม่ช่วยให้อารมณ์ขุ่นมัวของเขาดีขึ้นแม้แต่น้อย
เมื่อคืนเขาแทบไม่ได้นอน เตียงคิงไซส์ที่เคยรู้สึกว่าคับแคบกลับกว้างจนน่าหงุดหงิด ผ้าห่มที่เคยมีใครบางคนคอยดึงขึ้นคลุมให้เหลือเพียงกองผ้าเย็นชืด กลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเรือนผมภรรยาซึ่งเคยติดอยู่บนหมอนก็จางหายไป
ที่น่าโมโหที่สุดคือเขากลับนึกถึงพริมาทั้งคืน! นึกถึงดวงตาพราวระยับยามเธอยิ้มเยาะ นึกถึงริมฝีปากสีชมพูระเรื่อที่เอ่ยคำพูดหวานหูแต่เจ็บแสบ และนึกถึงเรือนร่างนุ่มนิ่มในชุดนอนสีไวน์แดงที่ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดอย่างไม่น่าให้อภัย
เพลิงกัลป์วางถ้วยกาแฟลง
“ป้านวล!”
หัวหน้าแม่บ้านที่กำลังตรวจความเรียบร้อยอยู่ใกล้ประตูสะดุ้งเล็กน้อย
“คะ คุณเพลิง”
“พริมายังไม่ตื่นอีกหรือ?”
ป้านวลเหลือบมองนาฬิกา
“คุณพริมตื่นตั้งแต่เจ็ดโมงแล้วค่ะ เห็นเตรียมเอกสารกับแต่งตัวอยู่ในห้อง”
“แต่งตัวอะไรเป็นชั่วโมง!” เขาบ่นอย่างขัดใจ ก่อนหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมากาง
ป้านวลก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม เมื่อคืนเพิ่งประกาศลั่นบ้านว่าไม่สนใจภรรยา เช้านี้กลับถามหาเป็นครั้งที่สามแล้วท่าทางเจ้านายหนุ่มคงจะไม่รู้ตัวจริง ๆ
“อรุณสวัสดิ์ค่ะป้านวล”
เสียงหวานใสดังขึ้นจากทางประตู “วันนี้มีกาแฟหอมจังเลยนะคะ”
เพลิงกัลป์ลดแท็บเล็ตที่กำลังอ่านข่าวในมือลงอย่างไม่ตั้งใจ แล้วก็ต้องชะงัก พริมาก้าวเข้ามาในห้องอาหารด้วยชุดเดรสผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสีขาวงาช้าง ซับในสีแชมเปญช่วยขับลวดลายละเอียดให้ดูหรูหรา ช่วงเอวเข้ารูปพอดีตัว ส่วนชายกระโปรงเหนือเข่าเล็กน้อยเผยเรียวขาสวยเมื่อเธอเคลื่อนไหว
เรือนผมยาวถูกม้วนลอนอ่อนคลอเคลียลาดไหล่ ต่างหูมุกประดับเพชรเม็ดเล็กส่งประกายยามต้องแสงแดด ไม่ใช่เพียงชุดที่ทำให้เธอดูแตกต่าง แต่เป็นสีหน้าและท่าทางต่างหาก
หญิงสาวเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มสดใส ราวกับเมื่อคืนไม่เคยเกิดเรื่องทะเลาะวิวาท และสามีไม่ได้ถูกเธอปิดประตูใส่หน้าอย่างหมดเยื่อใย
เพลิงกัลป์เผลอมองนานกว่าที่ตั้งใจ กลิ่นหอมละมุนคล้ายวานิลลาผสมดอกพีโอนีลอยมาก่อนที่เธอจะเดินถึงโต๊ะอาหาร
กลิ่นเดิมจากเมื่อคืน...
เขาจำได้แม่น
ลำคอพลันแห้งผากอย่างไม่มีสาเหตุ “แต่งตัวอะไรของเธอ?”
คำทักทายแรกหลุดออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง พริมาก้มมองตัวเอง ก่อนเงยหน้าขึ้นยิ้ม
“เดรสลูกไม้ค่ะ สวยไหมคะ?”
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ “จะออกไปไหนถึงต้องแต่งตัวแบบนี้?”
“ไปทำงานค่ะ” เธอตอบอย่างอารมณ์ดี ก่อนเดินมาหยุดข้างเก้าอี้ทางขวามือของเขา
“ขอนั่งตรงนี้นะคะ” ยังไม่ทันรอฟังคำตอบ หญิงสาวก็เลื่อนเก้าอี้ออกแล้วนั่งลงอย่างสง่างาม
เพลิงกัลป์ปรายตามอง เมื่อก่อนพริมามักเลือกนั่งฝั่งตรงข้าม คอยสังเกตว่าเขาต้องการอะไรบ้าง แต่วันนี้เธอกลับนั่งใกล้จนกลิ่นน้ำหอมหวานลึกจากตัวเธอรบกวนสมาธิเขาอยู่ตลอดเวลา
“เธอไม่มีชุดที่เรียบร้อยกว่านี้แล้วหรือ?”
พริมายกคิ้วน้อย ๆ “ชุดนี้ไม่เรียบร้อยตรงไหนคะ?”
“ลูกไม้บางขนาดนั้น!”
“แต่มีซับในนะคะ”
เธอยิ้มหวาน “หรือว่าคุณเพลิงมองละเอียดจนเห็นอะไรที่พริมไม่เห็น?”
เพลิงกัลป์สำลักกาแฟเล็กน้อย
“ใครมอง!”
“อ้าว...”
หญิงสาวทำหน้าประหลาดใจ “ถ้าไม่ได้มอง แล้วรู้ได้ยังไงคะว่าผ้าบาง?”
ป้านวลรีบก้มหน้าจัดจานผลไม้ ไหล่ของหัวหน้าแม่บ้านสั่นน้อย ๆ
เพลิงกัลป์หันขวับไปมอง “ป้านวล!”
“ค่ะคุณเพลิง!”
“ออกไปก่อน!”
“ได้ค่ะ!”
ป้านวลรีบส่งสัญญาณให้แม่บ้านอีกสองคนถอยออกไปด้วยกัน ทิ้งให้สามีภรรยาอยู่ในห้องอาหารตามลำพัง
พริมาเหลือบมองประตู ก่อนหัวเราะเบาๆ “ทำไมต้องไล่ทุกคนออกด้วยคะ?”
“ฉันอยากกินข้าวเงียบ ๆ”
“เหรอคะ?” เธอเอียงคอ “แต่เมื่อกี้คุณเพลิงเป็นฝ่ายชวนพริมคุยก่อนนะ”
ชายหนุ่มขบกรามแน่น ผู้หญิงคนนี้...! เธอกำลังสนุกกับการยั่วโมโหเขาชัด ๆ!เพลิงกัลป์หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาอีกครั้ง ตั้งใจจะไม่มองไม่พูด และไม่สนใจภรรยาจอมพยศอีกแม้แต่คำเดียว
ทว่าเพียงครู่เดียว เสียงใสรินนมลงในแก้วก็ดังขึ้นข้างตัว พริมาหยิบแก้วนมสดขึ้นดื่ม เธอเหลือบมองสามีที่กำลังจ้องหน้าจออย่างเคร่งขรึม ทั้งที่นั้นเป็นโฆษณารถยนต์ซึ่งเขาอ่านค้างอยู่ตั้งแต่เธอเดินเข้ามา
หญิงสาวยกมุมปากเล็กน้อย เมื่อคืนเขาทำให้เธอเสียอารมณ์ไม่น้อย เช้านี้ขอเอาคืนอีกสักหน่อยก็แล้วกัน
“อุ๊ย!”
เสียงอุทานเบา ๆ ดังขึ้น เพลิงกัลป์หันขวับ นมสดในแก้วหกลงบนหลังมือและช่วงคอเสื้อของพริมาเป็นทางเล็ก ๆ หยดสีขาวเกาะอยู่บนเนื้อผ้าลูกไม้ ก่อนซึมเข้ากับซับในสีอ่อน
หญิงสาววางแก้วลงอย่างรวดเร็ว “ตายจริง... ซุ่มซ่ามจังเลยค่ะ”
เธอหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาซับปลายนิ้ว ก่อนแตะเบา ๆ ลงตรงขอบคอเสื้อ กลิ่นนมสดเย็น ๆ ผสมกับน้ำหอมบนผิวกายทำให้บรรยากาศรอบตัวมีกลิ่นหวานละมุนอย่างประหลาด
เพลิงกัลป์มองการเคลื่อนไหวนั้นนิ่ง ปลายนิ้วเรียวค่อย ๆ ซับหยดนมตรงกระดูกไหปลาร้า เนื้อผ้าลูกไม้เสียดสีกับผิวขาวนวลเบา ๆ ขณะที่เธอก้มลงดูรอยเปื้อน
ชายหนุ่มรู้สึกว่าคอแห้งขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งที่เพิ่งดื่มกาแฟไปเกือบหมดถ้วย!
“ซุ่มซ่าม!”
เขาตำหนิเสียงต่ำ “โตป่านนี้แล้วยังดื่มนมให้หกอีก!”
“นั่นสิคะ” พริมารับคำง่ายๆ
ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตา “คุณเพลิงช่วยหยิบกระดาษเช็ดปากอีกผืนให้หน่อยได้ไหมคะ?”
ชายหนุ่มหยิบส่งให้ด้วยสีหน้าบึ้งตึง แต่เมื่อปลายนิ้วของทั้งคู่สัมผัสกันเพียงชั่วครู่ เขากลับรู้สึกถึงความเย็นจากมือเธออย่างชัดเจน พริมารับกระดาษไป
“ขอบคุณค่ะ”
น้ำเสียงหวานนุ่มนั้นทำให้เขาเผลอมองริมฝีปากเธอ ริมฝีปากที่แต่งแต้มด้วยลิปสติกสีชมพูกุหลาบ มีกลิ่นหอมคล้ายผลไม้จาง ๆ ยามเธอขยับเข้ามาใกล้
เมื่อคืนเขายังมีรอยแผลจากฝีมือเธออยู่เลย แต่ตอนนี้กลับต้องใช้ความพยายามไม่น้อยเพื่อไม่ให้สายตาเผลอจดจ่ออยู่ตรงนั้นอีก
ช่างน่าหงุดหงิด!
“ไปเปลี่ยนชุด!” คำสั่งห้วนสั้นดังขึ้น
พริมาเงยหน้ามอง “ทำไมคะ?”
“มันเปื้อน!”
“นิดเดียวเองค่ะ”
เธอยิ้ม “เช็ดก็ออกแล้ว”
หญิงสาวขยับเข้ามาใกล้เล็กน้อย ยื่นกระดาษเช็ดปากที่พับเรียบร้อยให้ดู“เห็นไหมคะ เกือบสะอาดแล้ว”
เพลิงกัลป์ไม่ตอบ ระยะห่างระหว่างใบหน้าทั้งคู่เหลือไม่ถึงหนึ่งคืบ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยอยู่ระหว่างลมหายใจชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจตัวเองที่เต้นหนักขึ้น
“คุณเพลิงคะ...”
เสียงหวานกระซิบ เขาหลุบตามองเธอ
“อะไร?”
พริมาใช้นิ้วแตะเนกไทสีดำของเขาเบา ๆ
ปลายนิ้วไล้ผ่านเนื้อผ้าไหมจนถึงปมที่จัดไว้อย่างเรียบร้อย ก่อนหยุดอยู่ตรงอกเสื้อ
“หัวใจเต้นแรงจังเลยนะคะ”
ชายหนุ่มชะงัก
“พริมา...”
“หรือกาแฟเข้มเกินไป?” เธอถามด้วยสีหน้าจริงจังเกินเหตุ “พริมเคยอ่านมาว่าดื่มกาแฟมาก ๆ แล้วใจสั่นได้ค่ะ”
เพลิงกัลป์สูดลมหายใจลึก “เธอตั้งใจยั่วฉันใช่ไหม!”
หญิงสาวกะพริบตา “พริมทำอะไรหรือคะ?”
“อย่ามาทำเป็นไม่รู้!”
“อ้าว...”
เธอหัวเราะเบา ๆ “คุณเพลิงเป็นคนบอกเองนี่คะว่า ต่อให้พริมแต่งตัวสวยแค่ไหน คุณก็ไม่สนใจ”
รอยยิ้มหวานค่อย ๆ กว้างขึ้น “แล้วตอนนี้ทำไมถึงดูไม่ค่อยสบายตัวเลยล่ะคะ?”
เพลิงกัลป์กัดฟันแน่น เขาคว้าพนักเก้าอี้ของเธอแล้วหมุนให้หันมาเผชิญหน้าตัวเอง ขาเก้าอี้เสียดสีกับพื้นเกิดเสียงเบา ๆ
พริมาชะงัก ก่อนเงยหน้าขึ้นมองเขา สองแขนแกร่งยันอยู่กับพนักและขอบโต๊ะ สร้างระยะประชิดที่ทำให้เธอรับรู้ถึงกลิ่นวิสกี้จาง ๆ ซึ่งยังติดอยู่กับลมหายใจของสามีจากเมื่อคืน
“สนุกมากนักหรือไง?”
เสียงทุ้มต่ำดังอยู่เหนือศีรษะ “ทำให้ฉันเสียสมาธิแล้วหัวเราะเยาะแบบนี้!”
พริมามองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่นิ้ว ผิวหน้าของเขาตึงเครียดเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มจับอยู่บนใบหน้าเธอไม่ยอมละไปไหน ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดข้างแก้ม หญิงสาวไม่ได้ถอยหนีทันที เธอเพียงคลี่ยิ้มบางเบา
“ก็คุณเพลิงบอกเองนี่คะว่าไม่สนใจพริม”
เธอเว้นจังหวะ
“ถ้าไม่สนใจจริงๆ ... จะเข้ามาใกล้ขนาดนี้ทำไมล่ะคะ?”
ปลายนิ้วเรียวแตะอกเสื้อเขาอีกครั้ง
แผ่วเบา
เพียงครั้งเดียว
ก่อนถอนมือกลับอย่างจงใจ เพลิงกัลป์รู้สึกเหมือนความอบอุ่นเล็กน้อยนั้นยังติดอยู่บนผิวเนื้อ แม้เธอจะไม่ได้สัมผัสเขาอีกแล้วก็ตาม
“พริมา!”
เขาเค้นเสียงต่ำ “อย่าท้าทายความอดทนของฉัน!”
หญิงสาวเอียงคอ “แล้วพริมควรกลัวหรือคะ?”
เธอถามเสียงหวาน ก่อนรอยยิ้มจะค่อย ๆ จางลงเพียงเล็กน้อย คุณเพลิงคงไม่คิดจะทำเหมือนเมื่อคืนอีกนะคะ?”
คำถามนั้นทำให้ชายหนุ่มหยุดนิ่ง รอยแผลตรงมุมปากพลันเจ็บแปลบขึ้นมาราวกับเตือนความจำ
พริมายื่นมือไปแตะขอบโต๊ะ ก่อนลุกจากเก้าอี้อย่างไม่รีบร้อน เพลิงกัลป์ขยับเปิดทางให้โดยไม่รู้ตัว หญิงสาวจัดชายกระโปรงให้เรียบร้อย แล้วเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มเดิม
“เห็นไหมคะ”
เธอพูดเบา ๆ “แค่ถอยออกนิดเดียวก็เป็นสุภาพบุรุษได้แล้ว”
เพลิงกัลป์หน้าตึง “เธอจะสอนฉันทุกเรื่องเลยหรือไง!”
“เปล่าค่ะ” พริมาหัวเราะ “พริมกำลังชมต่างหาก”
เธอหยิบกระเป๋าถือสีครีมจากเก้าอี้ข้างตัว ก่อนเปิดดูเอกสารภายใน
เวลาเก้าโมงสิบห้านาที ต้องออกแล้ว
“พริมขอตัวก่อนนะคะ”
เพลิงกัลป์หันขวับ
“ไปไหน!”
“ทำงานค่ะ”
“งานอะไร!”
หญิงสาวหยิบแฟ้มสีน้ำเงินออกมาให้ดู บนปกเป็นภาพร่างสร้อยคอประดับอัญมณีที่เธอออกแบบด้วยตัวเอง “งานออกแบบเครื่องประดับค่ะ พริมมีนัดคุยโครงการใหม่ตอนสิบโมง”
ชายหนุ่มมองแฟ้มในมือเธอ “เธอคิดจะกลับไปทำงานจริง ๆ?”
“จริงสิคะ”
“ใครอนุญาต?”
พริมาหลุดหัวเราะ
“คุณเพลิงขา...”
เธอขยับเข้ามาใกล้เล็กน้อย “พริมกำลังจะหย่ากับคุณ ไม่ได้กำลังสมัครเป็นพนักงานบริษัทคุณนะคะ”
ชายหนุ่มนิ่งไป หญิงสาวยิ้มหวาน “ไม่จำเป็นต้องให้ท่านประธานอนุมัติค่ะ”
“แล้วบริษัทไหนรับเธอเข้าทำงาน?”
“พริมยังไม่ได้ตกลงรับงานประจำนะคะ แค่ไปนำเสนอแบบกับผู้ว่าจ้างก่อน”
“ใคร?”
พริมาเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความนัดหมาย ก่อนเงยหน้าตอบอย่างสบายอารมณ์
“คุณทศวรรษค่ะ”
ชื่อที่หลุดออกจากริมฝีปากเธอทำให้เพลิงกัลป์ชะงัก
“ทศวรรษไหน?”
“คุณทศวรรษ เจ้าของบริษัททศวรรษ เจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่ไงคะ”
ชายหนุ่มวางแก้วกาแฟลงทันที “ไอ้ทศวรรษ!”
พริมาเลิกคิ้ว “รู้จักกันด้วยเหรอคะ?”
“ทำไมต้องไปทำงานกับมัน!”
“เพราะเขาสนใจผลงานของพริมค่ะ”
คำตอบนั้นเรียบง่าย แต่กลับทำให้เพลิงกัลป์รู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
ทศวรรษ... ชายหนุ่มจำชื่อผู้ชายคนนั้นได้ดี นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของบริษัทเครื่องประดับที่กำลังขยายกิจการอย่างรวดเร็ว และเคยพบกับพริมาในงานแสดงผลงานออกแบบก่อนเธอแต่งงาน
เพลิงกัลป์จำได้ว่าครั้งหนึ่งทศวรรษเคยกล่าวชมภรรยาของเขาต่อหน้าคนจำนวนมาก ตอนนั้นเขาไม่ได้คิดอะไร แต่วันนี้... เพียงนึกถึงผู้ชายคนนั้นยิ้มให้พริมา เขาก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาเสียแล้ว
“ฉันไม่ให้ไป!”
พริมามองหน้าเขา จากนั้นก็ยิ้ม “คุณเพลิงคะ”
“อะไร!”
“ถ้าจะหวงพริมขนาดนี้...” เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานนุ่ม
“ช่วยหวงตอนที่พริมยังอยากเป็นเมียคุณด้วยได้ไหมคะ?”
เพลิงกัลป์นิ่งค้าง รอยยิ้มของหญิงสาวยังคงงดงาม แต่ประโยคนั้นกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกใครบางคนกระชากสิ่งสำคัญออกไปจากมือ
“พริมไปก่อนนะคะ”
เธอหยิบโทรศัพท์กับกุญแจรถขึ้นมา “อ้อ... แล้วก็อย่าลืมทานอาหารเช้าให้หมดนะคะ”
ชายหนุ่มมองเธอนิ่ง พริมาหยุดตรงประตู ก่อนหันมายิ้มให้อีกครั้ง
“เพราะต่อไปคงไม่มีใครมาคอยเตือนแล้วค่ะ”
พูดจบ เธอก็เดินออกจากห้องอาหารไป เสียงรองเท้าส้นสูงค่อย ๆ ห่างออกไปตามทางเดิน ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมวานิลลาอ่อน ๆ ที่ยังลอยอยู่ในอากาศ
เพลิงกัลป์ยืนนิ่ง ความร้อนผ่าวที่เคยแล่นขึ้นมาตามลำคอเมื่อครู่กลับถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดที่อธิบายไม่ถูก
คุณทศวรรษค่ะ...
น้ำเสียงหวานของภรรยายังคงวนเวียนอยู่ในศีรษะ เขาไม่เคยได้ยินพริมาเอ่ยชื่อผู้ชายคนอื่นด้วยท่าทางสดใสเช่นนี้มาก่อน แล้วทำไมต้องเป็นทศวรรษด้วย!
“บ้าชะมัด!” ชายหนุ่มกระแทกมือลงบนโต๊ะ แก้วกาแฟสั่นไหวเล็กน้อย
ป้านวลที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาหยุดกึกเมื่อเห็นสีหน้าเจ้านาย
“คุณเพลิงคะ...”
“อะไร!”
“คุณพริมฝากบอกว่าอาหารเช้าเย็นแล้ว ให้ป้าอุ่นให้ใหม่ค่ะ”
ชายหนุ่มชะงัก เขาก้มมองจานอาหารตรงหน้า ไข่ดาวสองฟอง ขนมปังปิ้ง เบคอน ทุกอย่างยังอยู่ครบ เมื่อก่อนพริมาเป็นคนจัดอาหารเช้าให้เขาเองทุกวัน บางครั้งยังคอยตัดขอบขนมปังออก เพราะจำได้ว่าเขาไม่ชอบส่วนที่เกรียมเกินไป
วันนี้อาหารทุกอย่างถูกจัดอย่างสมบูรณ์แบบ แต่กลับไม่มีมือเล็ก ๆ คอยเลื่อนจานมาให้ ไม่มีรอยยิ้มอ่อนหวานรอฟังว่าเขาชอบหรือไม่ และไม่มีคำถามว่าเย็นนี้จะกลับมาทานข้าวด้วยกันไหม เพลิงกัลป์ขบกรามแน่น
“ไม่ต้องอุ่น!”
ป้านวลชะงัก
“ค่ะ?”
“ฉันไม่กินแล้ว!”
เขาคว้าโทรศัพท์มือถือกับกุญแจรถขึ้นมา ก่อนเดินออกจากห้องอาหารด้วยฝีเท้าเร่งรีบ
“คุณเพลิงจะไปไหนคะ?”
“บริษัท!”
คำตอบห้วนสั้นดังกลับมา ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องอาหาร ชายหนุ่มกลับหยุดเดิน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดหมายเลขเลขาส่วนตัวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“เลื่อนประชุมสิบโมงออกไปก่อน”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง “ครับท่านประธานมีธุระด่วนหรือครับ?”
“มี”
“ต้องให้ผมเตรียมอะไรเพิ่มเติมไหมครับ?”
เพลิงกัลป์เหลือบมองไปทางประตูหน้าคฤหาสน์ รถสปอร์ตสีดำของพริมาค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากลานจอด ชายหนุ่มหรี่ตาลง
“ตรวจให้หน่อยว่าบริษัททศวรรษ เจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่ นัดประชุมกับใคร ที่ไหน วันนี้”
“ครับ?”
“ได้ยินที่ฉันพูดไหม!”
“ครับท่านประธาน!”
เพลิงกัลป์ตัดสาย เขาจ้องรถของภรรยาที่กำลังแล่นผ่านประตูรั้วใหญ่ ก่อนยกมือขึ้นแตะปมเนกไทตรงตำแหน่งที่เธอเพิ่งสัมผัสไว้เมื่อครู่
กลิ่นน้ำหอมหวานละมุนยังคล้ายติดอยู่ตรงนั้น ช่างน่ารำคาญ... เมื่อก่อนผู้หญิงคนนี้แทบไม่เคยห่างจากเขา แต่ตอนนี้กลับยิ้มอย่างมีความสุขทุกครั้งที่ได้เดินออกไปจากบ้าน!
ชายหนุ่มเปิดประตูรถของตัวเองด้วยสีหน้าเย็นชา เขาไม่รู้เลยว่างานออกแบบเครื่องประดับที่พริมากำลังจะไปนำเสนอนั้นสำคัญเพียงใด
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ชัด ผู้ชายที่เคยไม่สนใจแม้แต่จะกลับบ้านมารับประทานอาหารกับภรรยา กำลังจะยกเลิกการประชุมมูลค่าหลายร้อยล้าน เพียงเพราะทนคิดไม่ได้ว่าเธอจะนั่งยิ้มให้ผู้ชายคนอื่นตลอดเช้าวันนี้!
และที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น...
เพลิงกัลป์ยังไม่รู้ตัวเลยว่า ความหึงหวงที่กำลังกัดกินหัวใจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของคืนที่เขาจะต้องนอนไม่หลับอีกนับไม่ถ้วน!
***********
